ตอนที่ 171
บทที่ 171 ค้นพบความจริง
October 28, 2026
คนกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันได้พอหอมปากหอมคอแล้ว จึงกล่าวบอกลากันอย่างง่ายดาย ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง
งานบรรยายเสวนาในมหาวิทยาลัยวันนี้ถือว่าเป็นจุดแรกของทางจางซื่อ นอกจากนี้ มหาลัย Fยังเป็น มหาวิทยาลัยชั้นนำที่สุดของเซี่ยงไฮ้อีกด้วย ดังนั้นเหลิงหยุนฉีจึงตั้งใจมาสอดส่องเป็นพิเศษ ถัดจากนั้น คิวเริ่มยาวติดกันสองสัปดาห์ เป็นการบรรยายเสวนาในโซนมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ แห่งอื่นทั้งสิ้น กระทั่งหมายรวมถึงในเมืองหลวง กว่างตงและมหาวิทยาลัยอื่นๆ เป็นต้น ภาระงานที่หนักอึ้ง เวลาเร่งรัด ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลยุ่งจนลำบากใจ ไม่กล้ามัวเสียเวลา พลันดึงงานให้ผู้บริหารระดับสูงสองคนนั้นของโจวซื่อไปเรียนรู้แนวทางปฏิบัติจากประสบการณ์โดยตรง
เหลิงหยุนฉีไม่เข้าไปรบกวนกับวิธีการรายละเอียดในการทำงานของพนักงานใต้อาณัติของเธอมากนัก เธอสั่งการลงไป อีกฝ่ายเพียงแค่ทำตามตรงเวลาและมีคุณภาพก็พอแล้ว
เธอชำเลืองมองเฉียวหยู่โม่ “อีกเดี๋ยวฉันจะกลับไปทำธุระที่บริษัทหน่อยค่ะ จะให้ไปส่งคุณที่บริษัทที่สาขาเลย หรือว่าจะให้ไปส่งที่โรงแรมเพื่อจะได้พักผ่อนเลยดีคะ?”
เฉียวหยู่โม่มองดวงตาสดใสของเธอ พลันชะงักเสี้ยววินาที “ไปเยี่ยมชมบริษัทคุณสักหน่อย”
เหลิงหยุนฉีแสดงอาการแปลกใจเล็กน้อย แต่ว่า เมื่อครุ่นคิดแล้ว จึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้สึกว่าเธอเพิ่งเข้ามารับช่วงต่อบริษัท เกรงว่าเธอมีจุดไหนที่ไม่ได้คำนึงถึง จึงต้องไปดูที่บริษัทเธอสักหน่อย ดังนั้นจึงยิ้มให้อย่างซาบซึ้ง “ok ค่ะ”
เวลานี้ คนอื่นๆ ต่างเดินกันไปเกือบจะหมดแล้ว เหลือแค่โจวหยุนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายเธอตลอด ปกติเป็นคนเอะอะมะเทิ่งอยู่ตลอด เหมือนว่าตั้งแต่หลังพบเจอกับกลุ่มของอธิการบดีเว่ยแล้ว พลันสงบนิ่งเป็นอย่างมาก
หยุนฉีมองมาทางโจวหยุน ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก อีกคนก็ส่ายหน้าราวกับกลองเพลถูกคนตี “ตอนบ่ายฉันจะไปเที่ยวเรื่อยเปื่อย ไม่ไปกับพวกคุณแล้ว”
ล้อเล่นแหละ!
เป็นคนทำงานอย่างบ้าคลั่งด้วยกันทั้งสองคน
ตอนเช้านี้ก็เพิ่งจะประชุมเสวนาเสร็จ เพื่อนซี้ของเธอก็จะกลับไปที่บริษัทพร้อมกับเฉียวหยู่โม่งั้นเหรอ?
ไปด้วยไม่ได้แล้ว ไม่ไปด้วยแล้วแหละ
โจวหยุนรู้สึกว่า ความมุมานะของตนเองในวันนี้ได้บรรลุเป้าหมายแล้ว นอกจากนี้ เวลามีคนเยอะนั้นก็ยังดี ตอนนี้คนอื่นต่างแยกไปทำงานกันแล้ว เธอยืนอยู่ข้างกายเพื่อนซี้ของเธอกับเฉียวหยู่โม่ ความกดดันมันไม่ใช่มากมายแบบทั่วไปนะ
เวลาที่พูด พลันแสดงอาการหนีเอาตัวรอดทันที ทำเหมือนว่าเป็นนักเรียนที่กลัวโดนครูรั้งให้ถูกกักบริเวณอยู่ในโรงเรียน
เหลิงหยุนฉีชะเง้อมองภาพที่เธอวิ่งเร็วจี๋ยิ่งกว่าผีเสียอีก พลันหันหน้ากลับมาด้วยสีหน้าหมดคำบรรยาย “ไปกันเถอะคะ ฉันจะพาคุณไปเดินดูในจางซื่อ”
เป็นครั้งแรกที่เฉียวหยู่โม่รู้สึกว่า เพื่อนซี้ของเหลิงหยุนฉีคนนี้ สายตาหนักแน่นมีพลังดี พลันยิ้มจางๆ และขึ้นรถของเหลิงหยุนฉีทันที
ตอนที่มาถึงบริษัท เวลาบ่ายสามโมงแล้ว
เหลิงหยุนฉีกับเฉียวหยู่โม่โดยสารลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นสูงสุด เพิ่งเดินออกจากลิฟต์ พลันมองเห็นคนเข้าแถวรออยู่ด้านหน้าประตูห้องทำงานของเธอเป็นแถว
เนื่องจากมีเหตุปัจจัยมาจากอาทิตย์ที่แล้วมีการปรับโครงสร้างฝ่ายบุคคล ตอนนี้บรรยากาศทั่วทั้งบริษัทจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พลันมีความกล้าได้กล้าเสียปรากฏอยู่บนใบหน้าของทุกคนอย่างชัดเจน
เฉียวหยู่โม่จดจำได้ดีว่าหลัวจิ้นเคยทำเครื่องหมายบนรายงานที่ตรวจมาให้เขา ก่อนหน้านี้ การพัฒนาของจางซื่อในหลายปีที่ผ่านมานี้เริ่มชะลอตัวลง เห็นสถานการณ์เช่นนี้ในชั่วพริบตา พลันหันข้าง เพื่อใช้สายตามองเหลิงหยุนฉีแวบหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เซียวหรานได้ให้บรรณาธิการของบุกเบิกใช้สุดความสามารถในการขอสัมภาษณ์เธอ แต่กลับไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ ความเป็นผู้นำเช่นนี้ ซึ่งนอกเหนือความคาดหมายของเขาอย่างแท้จริง
เดิมทีเขายังเตรียมจะเข้าไปช่วยสักหน่อย ดูจากสภาพแล้ว เขาประเมินใครบางคนต่ำไป
“คุณทำงานเถอะ”
เหลิงหยุนฉีพยักหน้าให้เขาอย่างขอโทษขอโพย พลันให้ผู้ช่วยเหมยช่วยชงกาแฟให้เฉียวหยู่โม่แก้วหนึ่ง
เฉียวหยู่โม่นั่งอยู่บนโซฟารับแขกในห้องทำงานของเธออย่างเป็นธรรมชาติ พลันหยิบสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่งขั้นมาเปิดดู