ตอนที่ 170
บทที่ 170 การลองใจของเฉียวหยู่โม่
October 28, 2026
เหลิงหยุนฉีได้ยินในสิ่งที่เขาพูดออกมาเช่นนี้ ถือว่าใจตุ้มๆ ต่อมๆ เล็กน้อยจริงๆ
ผู้ช่วยเหมยคอยติดต่อผู้คนถือว่าทำได้ และเป็นจุดที่ได้เปรียบที่สุด ซึ่งอยู่ในบริษัทมายาวนาน รู้ทุกซอกทุกมุมภายในค่อนข้างชัดเจน แต่ความสามารถในการทำงานและวิสัยทัศน์ยังต้องมีการปรับปรุงเพิ่มมากขึ้น บวกกับอายุสี่สิบกว่าเข้าไปแล้ว เรี่ยวแรงก็ตามจำนวนงานซับซ้อนในการประสานงานไม่ทัน ก่อนหน้านี้เธอตั้งใจรับสมัครงานจากตำแหน่งงานโดยตรง โดยระบุตำแหน่งผู้ช่วยประธานบริษัทลงไป ก็เพื่ออยากจะลองเสี่ยงโชคดู ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ก็ขุดเอาจากคนที่มากความสามารถโดยตรง
แต่คิดไม่ถึง จะมาเจอเว่ยเฉิง อีกฝ่ายอยู่ในฐานะลูกชายของอธิการบดีเว่ย แถมเพิ่งเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ วิสัยทัศน์ความรู้สะสมมาย่อมไม่มีปัญหา
งั้นก็ต้องไปดูความสามารถในการทำงานว่าจะทำได้หรือไม่
เมื่อเห็นว่าเหลิงหยุนฉีกำลังตรึกตรองอย่างจริงจัง เฉียวหยู่โม่แสดงอาการเคร่งขรึมลงเล็กน้อย
ผู้ช่วย งั้นก็เหมือนกับหลัวจิ้น ที่เหมือนไม่ทิ้งบริษัทอยู่ทุกวันนะเหรอ? ถ้าต้องไปดูงานข้างนอก ก็ต้องอยู่ในสายตลอดเวลามากขึ้น
นี่เขาเตรียมจะหาผู้ช่วยที่เป็นผู้ชายงั้นเหรอ?
“ถ้าคุณเว่ยยินยอม ก็ยินดีตอบรับค่ะ” เหลิงหยุนฉียิ้มให้เล็กน้อย พลันพยักหน้าให้เว่ยเฉิง ยังไงก็รับเรซูเม่ไว้ก่อน เรื่องของการสัมภาษณ์งานค่อยดูจากสถานการณ์ ถ้าจะสร้างแพลตฟอร์มจากสื่อขึ้นมาจริงๆ การทำงานในช่วงแรกเธอกลัวว่าจะทำงานหามรุ่งหามค่ำอยู่ตลอด ผู้ช่วยเหมยไม่สามารถรับมือได้คนเดียว ผู้ช่วยสองคนคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน น่าจะดีขึ้นบ้าง
เหลิงหยุนฉีแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าสมองของใครบางคนที่อยู่ข้างกายกำลังหมุนติ้ว พลันกำลังประเมินอยู่ในใจ เว่ยเฉิงมีความสามารถ ผู้ช่วยเหมยมีประสบการณ์ ทั้งสองทำงานร่วมกันเป็นคู่หู ไม่แน่อาจจะทำงานได้สำเร็จลุล่วงไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง
“ขอบคุณประธานเหลิงที่ให้โอกาสนี้กลับผมครับ” เว่ยเฉิงคาดไม่ถึงเลยว่าจะราบรื่นขนาดนี้ พลันเกิดอาการประหลาดใจปรากฏอยู่บนใบหน้าสง่างามอันละเอียดอ่อน
แต่กลับเป็นอธิการบดีเว่ยที่เหลียวมองเฉียวหยู่โม่อย่างอดใจไม่ไหว
ท่าทางของคนคนนี้ เริ่มตั้งแต่ที่ลูกชายของเขาเพิ่งพูดว่าต้องการจะยื่นเรซูเม่ พลันแสดงอาการผิดปกติออกมาเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าคิดอะไรออก อธิการบดีเว่ยแสดงออกอย่างแปลกใจในวินาทีนั้น ทันใดนั้น แววตาพลันฉายรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมทั้งดึงลูกชาย “นายเพิ่งจะเรียนจบปริญญาโทมา ยังกล้าจะไปขอสมัครเป็นผู้ช่วยของประธานบริษัทคนอื่นเขาอีกเหรอ? ตำแหน่งงานนี้ ต้องการบุคลากรที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ มีความสามารถไหวพริบดี นายแน่ใจว่าทำได้สำเร็จแน่ๆ ใช่มั้ย?”
เว่ยเฉิงผงะเล็กน้อย ทำหน้าตลก เขาก็แค่ยื่นใบสมัครเอง ได้หรือไม่ได้ต้องดูความคิดเห็นของตนเองก่อน พ่อของเขาตั้งใจหยอกเขาแบบนั้น มันหมายความว่ายังไง?
“เมื่อครู่อธิการบดีเว่ยเพิ่งพูดว่า คุณเรียนทางด้านไฟแนนซ์เหรอ?” ทันใดนั้นเฉียวหยู่โม่ก็เอ่ยปากพูด
เว่ยเฉิงผงะเล็กน้อย พลันพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว “ใช่ครับ เรียนไฟแนนซ์ทั้งปริญญาตรีและโทเลยครับ”
“งั้นควรมีความเชี่ยวชาญทางด้านสายงาน งานผู้ช่วยมันจะค่อนไปทางธุรการเสียมากกว่า สำหรับสาขาของคุณแล้ว ไม่เหมาะที่จะแสดงความเชี่ยวชาญของคุณออกมา ผมรู้สึกว่า จากมุมมองในการวางแผนอนาคตของชีวิตแล้ว คุณลองพิจารณาด้านฝ่ายหลักทรัพย์หรือการตลาดดูนะครับ”
เฉียวหยู่โม่จ้องมองเขาแวบหนึ่งอย่างสงบ ตรรกะอันเข้มงวด สีหน้าแววตาที่เป็นธรรมชาติ