ตอนที่ 169
บทที่ 169 ผมอยากจะลองดู
October 28, 2026
เมื่อเห็นกลุ่มคนที่อยู่ทางด้านหลังเหลิงหยุนฉีเผยอาการเหมือนเห็นผีออกมา อธิการบดีเว่ยชำเลืองมองเฉียวหยู่โม่ราวกับใช้ความคิด
คนหลังเอาแต่ส่ายหน้าและเผยรอยยิ้มออกมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่สนใจเรื่องที่ถูกเปิดเผยสถานะ
“วันนี้คุณหนูเหลิงมาเปิดประชุมเสวนาที่มหาวิทยาลัยของเรา มีความรู้สึกว่ายังไงบ้างครับ? ถ้าจำเป็นต้องการความร่วมมือจากทางเรา ขอให้เอ่ยปากพูดออกมาเลย” อธิการบดีเว่ยเห็นเหตุการณ์นั้นเข้า พลันมองมาทางเหลิงหยุนฉีพลันกล่าวพูดอย่างสุภาพ
เฉียวหยู่โม่เอ่ยปากอย่างนั้นออกมาเมื่อครู่ ความหมายก็ชัดเจนมาก อธิการบดีเว่ย เอาอกเอาใจอย่างมีความสุข ดังนั้น จึงพูดคุยกับเหลิงหยุนฉีทันที
“การประชุมเสวนาได้ผลที่ดีมากค่ะ ความคิดความอ่านของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยมีความกระตือรือร้นมากๆ ค่ะ มีความสามารถโดดเด่นอย่างมาก”
เหลิงหยุนฉีตัดสินใจที่จะไม่เอ่ยถึง “ประชุมบรรดา FC ของดารา” ที่เกิดขึ้นขนาดใหญ่เมื่อครู่นี้ พลันกล่าวได้อย่างสวยงามกับเหตุการณ์
ผลลัพธ์ที่ได้คือ กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังอธิการบดีเว่ย ต่างเผยสีหน้าแววตาความพอใจและภาคภูมิใจออกมา
ปลายนิ้วเฉียวหยู่โม่เกิดอาการคันคะเยอะอย่างอดใจไม่ไหว พลันถอนหายใจในใจ “จิ้งจอกน้อยตัวร้าย” โกหกหน้าตายกับใครได้หมด เจอคนปกติก็พูดภาษาคน เจอผีก็พูดภาษาผี
แต่ว่า เนื่องจากอธิการบดีเว่ยได้เอ่ยปากพูดแล้ว ผู้อำนวยการของสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาลัย Fจดจำฝังใจ ต่อไปการต้อนรับจางซื่อกรุ๊ป ย่อมใส่ใจมากขึ้นกว่าเดิม
กลุ่มคนพูดคุยกันอยู่สักพัก ทันใดนั้นพลันมีวัยรุ่นคนหนึ่งเดินเข้ามา พลันตะโกนออกมาประโยคหนึ่ง “คุณพ่อครับ”
อธิการบดีเว่ยแสดงอาการผงะเล็กน้อย ถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา ลูกชายตั้งใจมารับเขาไปส่งที่สนามบินโดยเฉพาะ คิดไม่ถึงว่าเขาจะออกจากโรงแรมแล้ว แต่กลับไม่ยอมขึ้นรถอยู่ตลอด จึงเข้ามาหาเขาเลยโดยตรง
“เว่ยเฉิง มานี่สิ พ่อจะแนะนำคนให้รู้จัก” อธิการบดีเว่ยดึงลูกชายมาพร้อมรอยยิ้มตาหยี เพื่อแนะนำเขาให้รู้จักเฉียวหยู่โม่และเหลิงหยุนฉี
เว่ยเฉิง หน้าตาเหมือนบิดาของเขา อายุประมาณ25 ปี แต่มีสไตล์แบบผู้รากมากดีอันสง่างามรายล้อมรอบตัว
“นี่คือลูกชายของผมครับ เพิ่งเรียบปริญญาโทมาจากต่างประเทศปีนี้เอง เรียนทางด้านไฟแนนซ์ครับ”
เว่ยเฉิงกล่าวทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ เมื่อเห็นสายตาจับจ้องมาที่ใบหน้าของเหลิงหยุนฉีนั้น พลันตะลึงเล็กน้อย “คุณหนูเหลิงต้องเข้าร่วมประชุมเสวนาที่มหาลัย Fเมื่อช่วงเช้าไม่ใช่เหรอครับ?”
เหลิงหยุนฉีพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว