ตอนที่ 180
บทที่ 180 การปรากฏตัวอันแข็งแกร่งของคุณชายเฉียว
October 28, 2026
เฉียวหยู่โม่นั่งอยู่ระเบียงกลางแจ้งของห้อง Presidential Suite พลันปิดแพลตฟอร์มที่กำลังไลฟ์สดทันที พลันจิบกาแฟอึกหนึ่ง สายตาเหลือบมองการจราจรอันขวักไขว่เจริญที่สุดของบริเวณหาดไว่ทันของเมืองเซี่ยงไฮ้อย่างไม่ได้ตั้งใจ
แสงแดดแผดจ้าในช่วงเวลาสิบโมงกว่า กระทบอยู่ในรูม่านตาสีน้ำตาลเข้มของเขา ที่ยากแก่การคาดเดา จนทำให้ความหล่อเหลาลึกลับขึ้นไปอีก
เขาหลับตาลงพลันหวนคิดเช่นนั้น จนนึกถึงท่าทางรอยยิ้มแกมเกียจคร้านที่ไม่ต้อนรับแขกของเธอเมื่อครู่นี้ แค่รู้สึกว่าหัวใจเหมือนถูกอะไรบางอย่างคว้าดึงเอาไว้
ขนาดแผงอกยังร้อนรุ่มตามไปด้วย
หลังจากดื่มกาแฟหนึ่งแก้วหมด เขาจึงโทรศัพท์หาหลัวจิ้น
“ครับคุณชายเฉียว?”
เพราะว่าสัญญาของทางยุโรปได้สิ้นสุดลงแล้ว บริษัทสาขาทางเซี่ยงไฮ้ว่างจนไม่มีอะไรให้ทำ หลังจากหลัวจิ้นได้ทำลายกล้องวงจรหน้าร้านกาแฟที่ได้บันทึกครั้งที่แล้วจนหมดสิ้น จึงตกอยู่ในสภาพพักผ่อนมาโดยตลอด
ทันใดนั้นก็ได้รับโทรศัพท์ของเฉียวหยู่โม่ หลัวจิ้นพลันตกใจเล็กน้อย
“ไปตรวจสอบให้หน่อย คนที่เข้ามาปะปนอยู่ในงานพิธีลงนามเซ็นสัญญาของเหลิงหยุนฉีคือใครกัน” เฉียวหยู่โม่สั่งการอย่างง่ายดาย แววตาเย็นชา
อีกฝ่ายพูดออกมาเต็มปากว่าเป็นคนของเซียวซื่อ อีกทั้งแม้ว่าจะพูดจาด้วยความหมายคลุมเครือเล็กน้อยก็ตาม แต่เอ่ยถึงเรื่องสะกดรอยตาม เซียวหรานน่าจะส่งคนมาฟื้นคืนความสัมพันธ์กับเหลิงหยุนฉี
เพียงแต่ อีกฝ่ายคาดไม่ถึงว่า เหลิงหยุนฉีแทบไม่ไว้หน้าสักนิด พลันทำให้เธอเกิดกระแสฮอตฮิตไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต
“รับทราบครับ” หลัวจิ้นเองก็เห็นกระแสฮอตของวันนี้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความแรก “คุณกำลังสอนความเป็นคนให้ฉันอยู่เหรอ?” ความดื้อดึงของคุณหนูเหลิงครอบงำไปทั่วทั้งงาน...
เฮ้อ!
หลัวจิ้นอดอุทานไม่ได้ ไม่เสียแรงที่ตนเองได้บันทึกว่าเป็น “บุคคลสำคัญ” เอาไว้ในก้นบึ้งหัวใจ
หลังจากวางสายไปแล้ว เฉียวหยู่โม่กดโทรศัพท์ไปหาอีกหมายเลขทันที
เสียงเรียกเข้าดังอยู่นานมาก แต่ไม่มีคนสาย แต่เขากลับไม่รีบไม่ร้อน พลันใช้มือข้างหนึ่งพิงราวกั้น และเพลิดเพลินกับทัศนียภาพนอกหน้าต่างอย่างสบายๆ
ในที่สุด อีกฝ่ายก็กดรับสายทันที ย่อมเป็นเสียงไม่ได้ใส่ใจของเหลิงหยุนฉีดังออกมา “ขอโทษค่ะ เมื่อกี้เพิ่งไปส่งคุณอาโจวมาค่ะ โทรหาฉันมีธุระอะไรเหรอคะ?”
เฉียวหยู่โม่หลังตรงอย่างอารมณ์ดี “อยากจะถามว่าคืนนี้คุณพอจะว่างมั้ย? อยากกินข้าวด้วยสักมื้อ”
หลายวันมานี้ เขาสิงอยู่ในโรงแรมตลอด ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง สบายจนไม่เหมือนสไตล์ของเขาเลย ไม่มีวิธีอื่น เพราะ “เจ้าภาพครึ่งหนึ่ง” มัวแต่ยุ่งกับธุรกิจมาตลอด
เมื่อเหลิงหยุนฉีได้ยินคำพูดแบบนี้ ถึงคิดออก ค่อนสัปดาห์มาแล้ว ตนเองไม่ได้ใส่ใจเฉียวหยู่โม่มาตลอด พลันเอามือประคองหน้าผากทันที “ขอโทษค่ะ ช่วงนี้ยุ่งหัวหมุนมาก คุณมีสถานที่ไหนที่อยากจะกินให้ได้เป็นพิเศษมั้ยคะ?”
นอกจากวันแรกที่เธอไปกินที่เจียงหนานแมนชั่นเป็นเพื่อนเฉียวหยู่โม่ เดินเล่นในเซ็นทรัลพาร์คอยู่สักพัก หลังจากนั้นเธอเตรียมจะพาเฉียวหยู่โม่เดินดูรอบๆ จางซื่อก็ยังไม่ได้เดินดูเลย เพราะมีผู้บริหารระดับสูงคอยล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ข้างกายเธอตลอดทุกวัน
โชคดีที่พิธีการลงนามเซ็นสัญญาเสร็จสิ้นไปแล้ว ทุกเรื่องต่างกลับคืนสู่สภาะปกติตามเดิม เธอสามารถผ่อนคลายได้สักระยะ
“ผมเหมาเรือสำราญแล้ว คืนนี้นั่งกินลมชมวิวล่องเรือในแม่น้ำหวงผู่ เป็นไงครับ?”
เหลิงหยุนฉีตกตะลึง วินาทีถัดมา พลันส่ายหน้าจนหลุดขำ
ที่แท้ เฉียวหยู่โม่มาเซี่ยงไฮ้ ยังเป็นคุณชายเฉียวคนนั้น จะกินข้าวสักมื้อก็ยังฟุ่มเฟือยขนาดนี้เลย
เธอพยักหน้าตอบรับ “ตกลงค่ะ ฉันเลิกงานบริษัทแล้วจะตรงไปทันที” ซึ่งมันมีระยะทางใกล้มา เดินไปก็ยังได้เลย
เฉียวหยู่โม่วางสาย มุมปากฉายรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย...
ตอนเย็น เมื่อแสงนีออนปรากฏขึ้นในช่วงแรก เรือสำราญสีขาวทั้งลำก็จอดอยู่ริมตลิ่ง