ตอนที่ 189
บทที่ 189 เก่งจนน่าขนลุก
October 28, 2026
เมื่อเฉาเฉินที่อยู่ข้างๆเห็นเธอนิ่งไปกะทันหัน ก็เดินเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้าตื่นเต้น “นี่น้องสาว ผมว่าคุณไม่เลวเลยนะ ฝีมือระดับนี้น่าทึ่งมาก!”
เหลิงหยุนฉีวางมือที่ลูบไหล่ลง เอนพิงไปข้างหลังอย่างเกียจคร้าน ส่ายหน้ายิ้มๆพร้อมพูดว่า “ฝีมือฉันธรรมดาค่ะ”
ความแม่นยำกับเซนส์การยิงปืนติดมากับร่างเดิม ในเมื่อเงื่อนไขมีพร้อม ถ้าอยากพัฒนาให้ดีขึ้น ก็ต้องพยายามอีกหน่อย ซึ่งจุดนี้เฉียวหยู่โม่ได้ทำให้เห็นแล้ว
ต่อให้ยุ่งแค่ไหน เขาก็จะหาเวลาว่างไปซ้อมมือบ่อยๆ
ทั้งๆที่ฐานะและตำแหน่งสูงถึงขนาดนั้น แต่ฝีมือกลับแตกต่างจากคนรวยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง การที่เขามีวินัยได้ถึงขนาดนี้ ใช้คำว่า “เลิศเลอ” มาอธิบายความเป็นเขาคร่าวๆก็ไม่เพียงพอ
เฉาเฉินเป็นพวกหัวเร็ว เมื่อได้ยินที่เหลิงหยุนฉีพูด ก็รีบเบี่ยงเบนความสนใจมาที่เฉียวหยู่โม่ “มีครูดีฝีมือลูกศิษย์ก็ต้องโดดเด่นเป็นธรรมดา พวกคุณถ่อมตัวมากเกินไปแล้ว จะว่าไป เป้านิ่งแบบนี้ อาจจะไม่ค่อยท้าทายสำหรับคุณ ที่นี่ยังมีสนามยิงกลางแจ้งนะ ดูจากฝีมือของคุณแล้ว ถ้าได้จับสไนเปอร์ รับรองว่าต้องได้ประสบการณ์ดีๆแน่นอน!”
หลังจากที่เขาได้เห็นเฉียวหยู่โม่ปรับแก้ปืนและยิงได้สิบคะแนนเต็มๆเมื่อสักครู่ก็เข้าใจในทันที ว่าที่ตรงนี้สำหรับออีกฝ่ายแล้วมันคงไร้ความท้าทายใดๆ
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อเหลิงหยุนฉีวางปืนลง เฉียวหยู่โม่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะจับปืนอีก
เฉียวหยู่โม่มองมาที่เขาพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หืม? ที่นี่มีสไนเปอร์ด้วยเหรอ?”
เมื่อเฉาเฉินเห็นว่าเริ่มมีหวังที่จะได้เห็นเขายิงสไนเปอร์ จึงตื่นเต้นขึ้นมาทันที “สไนเปอร์ซุ่มยิงแบบนัดเดียวปลายกระบอกขนาด7.62mm แล้วก็Tikka T-3ที่มาจากฟินแลนด์…..”
เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นสมาชิกระดับสูง เขาจึงเอ่ยแนะนำสไนเปอร์ที่ดีที่สุดในสนามยิงปืนให้อีกฝ่าย
หลังจากที่ได้ฟัง สีหน้าของเฉียวหยู่โม่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก สุดท้ายก็เลือกตัวT-3จากฟินแลนด์
เฉาเฉินให้คนเอาปืนกับลูกกระสุนไปที่สนามกลางแจ้ง พร้อมกับเดินนำเฉียวหยู่โม่กับเหลิงหยุนฉีไปอย่างตื่นเต้น
ลูกค้าคนอื่นๆที่ก่อนหน้านี้รอชมอยู่รอบๆเดินตามพวกเขาไปอย่างอดไม่ได้ มีแค่หลัวจิ้นคนเดียวที่ทำตัวสบายๆเหมือนเป็นแค่คนเดินผ่านไปมา เขายกชาขึ้นมาดื่ม แล้วเดินรั้งแถวไปอย่างเอื่อยเฉื่อย เขารู้ตัวดีว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งอะไร——เครื่องมือยังไงล่ะ คุณชายเฉียวเรียกใช้เมื่อไหร่ เขาถึงจะเข้าไปเตรียมรับคำสั่ง ซึ่งถ้าเป็นเวลาปกติ เขาต้องให้คุณชายเฉียวกับคุณเหลิงได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ
สนามกลางแจ้งดูเข้าท่ากว่าสนามในร่มอยู่มาก
เอาแค่ระยะห่างจากเป้านิ่ง ก็ถือว่าไกลกว่าเมื่อกี้มาก
“ช่วงนี้เป้านิ่งแบบใหม่กำลังเป็นที่นิยมในสากล เรามีแบบหัวบังเกอร์ แบบเจาะ แล้วก็แบบติดกำแพง คุณอยากเลือกแบบไหน?” เฉาเฉินถูมืออย่างตื่นเต้น ไม่บ่อยนักที่จะได้เจอคนฝีมือระดับเทพแบบนี้ เขาจึงไม่สามารถควบคุมอาการตื่นเต้นเอาไว้ได้
เมื่อเป้าเปลี่ยนไป ระดับความยากก็จะเพิ่มขึ้น เปรียบเทียบกับเป้าที่เป็นมาตรฐานทั่วไป เป้านิ่งแบบใหม่ ไม่ใช่แค่ต้องเพ่งมองและแยกเป้าให้ออก แต่ต้องมีขอบเขตการยิงที่แม่นยำ ถึงแม้ว่าลูกกระสุนจะยิงถูกเป้า แต่ถ้าไปโดนส่วนหัวบังเกอร์ กำแพง หรือลำตัว ก็จะไม่นับว่าเป็นคะแนน นีแหละคือบทพิสูจน์ฝีมือคนเก่งที่แท้จริง
“แบบติดกำแพง” เฉียวหยู่โม่เลือกแบบที่ยากที่สุด
โดยทั่วไปแรงดันของสไนเปอร์ค่อนข้างมีมาก ที่สนามเลยให้ลูกค้ายึดท่านั่งประคองตัว อีกย่างด้ามปืนยังมีเชือกห้อยอยู่ด้วย การใส่กระสุนจึงต้องให้ครูฝึกช่วย
แต่เมื่อสักครู่เพิ่งเห็นความสามารถของเฉียวหยู่โม่ในการปรับแก้ปืนด้วยมือเปล่า และยิงได้ภายในสามช็อต คราวนี้จึงไม่มีใครกล้า “กล่าวเตือนอย่างหวังดี”อีกเลย
เมื่อเฉียวหยู่โม่ใส่กระสุนเสร็จ ก็วางสไนเปอร์ T-3 ไว้ที่หัวไหล่ ก้มหน้าลงเพื่อเล็งไปที่เป้า
เขาปรับแก้ตัวปืนเป็นอันดับแรกเหมือนเดิม คราวนี้เหลิงหยุนฉีมายืนอยู่ข้าง ๆ จึงมองเห็นได้ชัดเจน
เฉียวหยูโม่อยู่ในตำแหน่งยิงปืน วางสไนเปอร์ไว้ขอบบนของสายตาด้านหน้า เพ่งเล็งไปยังเป้าหมายที่ถูกจัดวางในแนวเดียวกัน หลังจากได้ระยะสามจุด ก็วางนิ้วชี้ข้างขวาลงตรงไกปืน เมื่อแนวสายตาเข้าใกล้จุดเล็ง เขาก็กดเบาๆ และผ่อนลมหายใจลง