ตอนที่ 203
บทที่ 203 อำนาจของเหลิงหยุนฉี
October 28, 2026
เมื่อเห็นเขาตะลึงจนยืนนิ่งอยู่กับที่ ผู้ช่วยเหมยก็เอ่ยซ้ำอีกรอบว่า “คุณจิ่น ประธานเหลิงรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานค่ะ”
“อ่อ ครับ ครับ! ผมจะไปเดี๋ยวนี้” จิ่นฮ่าวเก็บงำสีหน้าตะลึงพรึงเพริดเอาไว้ และพยักหน้าให้กับเซียวหรานอย่างกระอักกระอ่วน พลางหยิบเอกสารขึ้นมาแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องรับรองแขก
ทันใดนั้นเหล่าผู้จัดการที่อยู่ด้านนอกก็เห็นใบหน้าของเซียวหราน
จึงมีสีหน้าตะลึง ต่อมาก็ตบหน้าอกพากันเดินออกจากสถานที่ที่ง่ายต่อการเกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ไปอย่างรวดเร็ว
ด้านหนึ่งรีบเร่งออกจากสถานที่เกิดเหตุ อีกด้านหนึ่งก็ส่ายหน้าทอดถอนใจ : การแสดงอำนาจของประธานเหลิง อีกฝ่ายยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว คนธรรมดาแบกรับไม่ไหว!
จนกระทั่งออกจากชั้นนี้ไป ผู้จัดการฝ่ายหลายคนเห็นประตูลิฟต์โดยสารปิดลงถึงได้คลายปกคอเสื้อออก “เกิดเรื่องอะไรกัน? ประธานเซียวท่านนี้ตั้งใจบินจากเมืองหลวงมาที่นี่เพื่อขอโทษโดยเฉพาะ?”
“จุ๊ๆ! แม้ว่าจะดูเหมือนนินทาไปหน่อย แต่ช่วงนี้พวกคุณได้ดูข่าวบันเทิงกันบ้างมั้ย ดูเหมือนเลขาประธานเซียวที่บุกเข้าไปในพิธีการเซ็นสัญญาร่วมมือของพวกเราคนนั้นจะเข้าโรงพยาบาล ในวันนั้นเซียวซื่อประกาศว่าเป็นเพราะเธอสร้างผลกระทบเชิงลบต่อชื่อเสียงของบริษัท จึงไล่ออกเสียเลย สุดท้ายตอนบ่ายมีสื่อรายงานข่าวว่า เธอท้องแล้ว อีกอย่าง ท้องลูกของ…” ช่วงนี้ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์รับผิดชอบควบคุมดูแลคอมเม้นท์บนอินเทอร์เน็ต เมื่อเอ่ยถึงข่าวสารพวกนี้ จึงรู้ชัดเจนดีมาก ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคน ก็ยื่นนิ้วชี้ออกมา ชี้ไปทางตำแหน่งห้องรับรองแขกชั้นบนสุดเมื่อครู่ “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็เป็นของประธานเซียวท่านนี้”
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นภายในลิฟต์โดยสารทันที
บุญคุณความแค้นบวกกับความพลิกผันที่แสนจะน้ำเน่าของตระกูลไฮโซใหญ่
ละครโทรทัศน์ตอนสองทุ่มยังไม่กล้าถ่ายเลย!
“บังเอิญขนาดนี้เลย?” มีคนเกิดความสงสัยขึ้นมา เซียวซื่อเพิ่งจะประกาศไล่เลขาคนนั้นออก ก็ถูกสื่อพบว่าท้องเลย?
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ยักไหล่ “นั่นก็มีเพียงแค่เจ้าของเรื่องที่รู้ แต่ว่าจากที่ผมสังเกตดู ช่วงนี้หุ้นของเซียวซื่อร่วงลงมารอบหนึ่ง สำหรับบริษัทแล้ว ชื่อเสียงของผู้นำบริษัทมีผลกระทบเป็นอย่างมาก”
ตอนนี้ไม่ต้องพูดเลยว่า ตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายปกป้องสตรีแล้ว ทำให้ไม่สามารถไล่เลขาซุนหยานคนนั้นออกได้ แค่พูดถึงฐานะพ่อของเด็กคนหนึ่ง การทิ้งฝ่ายหญิงราวกับผ้าขี้ริ้วขาดๆผืนหนึ่ง เกรงว่าภาพลักษณ์ของเซียวซื่อต่อสาธารณชนคงจะแย่แล้ว”
สามารถพูดได้ว่า เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการที่เซียวซื่อเผชิญหน้าด้วยในครั้งนี้นั้นไม่ธรรมดา
ในฐานะสายอาชีพเดียวกัน ตอนนี้เขาเห็นอกเห็นใจผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเซียวซื่ออย่างสุดซึ้ง
ทว่า ความคิดของคนอื่นๆกลับเป็น :
“พูดความจริงแล้ว เจ้านายของพวกเรานิสัยตรงไปตรงมาจริงๆ!”
เทพสงครามที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในสนามการค้าคนหนึ่ง ตั้งใจบินจากเมืองหลวงมาเซี่ยงไฮ้เข้าพบด้วยตัวเอง แต่ดันถูกเมินซึ่งๆหน้าเช่นนี้?
มิน่าสีหน้าท่าทางของผู้ช่วยเหมยเมื่อครู่นี้ถึงได้แปลกขนาดนั้น
“ผมก็เตรียมจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ น่าเหลือเชื่อจริงๆ ทรัพย์สินของเซียวซื่อมีเยอะกว่าพวกเรามาก!”
“นั่นมันไม่เหมือนกัน อีกฝ่ายไม่มีเหตุผล พวกคุณจำคำพูดที่ประธานเหลิงพูดในการประชุมไม่ได้หรอว่า ถูกจับได้ว่าสะกดรอยตาม ก็ต้องยอมให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์เสียแต่โดยดี!”
“ถูกต้อง! อีกอย่างเงินทุนมากกว่าพวกเราแล้วยังไง? สิ่งสำคัญอยู่ตรงนี้หรอ ทุกคนลองคิดดูสิว่าเจ้านายของพวกเราแซ่อะไร ฐานะหน้าตาของตระกูลเหลิงในเมืองหลวง…” คนที่พูดคนสุดท้ายอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งขึ้นมา