ตอนที่ 226
บทที่ 226 ช่วงเวลาแห่งศตวรรษของKiss Camera
October 28, 2026
วันนี้เหลิงหยุนฉีถูกกำหนดให้มีความสุขสนุกสนาน ไม่เพียงแต่จือหมิง พวกลั่วจือที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่หวังเชียนที่มาถึงเซี่ยงไฮ้ในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ทว่า เขาไปที่สนามแข่งรถทันที เหลิงหยุนฉีให้คนเตรียมส่งตั๋วโซนที่นั่งวีไอพีกับพวกเขา
ในตอนที่เขากำลังจะอุทานว่า“พี่สะใภ้แสนดีจังเลย”จู่ๆเขาก็ถูกคนตบหลัง
หวังเชียนตกใจ รีบหันกลับไปดู ด้วยสีหน้าตกตะลึง
คนที่ตบหลังเขา นั่นก็คือ·คู่นัดดูตัวคนก่อน·หญิงสาวที่บ้าพลัง·คุยโวโอ้อวด ประเด็นคือตัวตนของเธอ——คือเพื่อนของพี่สะใภ้·โจวหยุน เมื่อเผชิญหน้ากับสาวที่เปิดสกินบัฟอย่างเธอ หวังเชียนก็รู้สึกยอมแพ้แล้วจริงๆ
“เธอแต่งตัวใส่เสื้อคลุมสีดำทั้งตัวแบบนี้อยากแต่งคอสเพลย์งั้นหรอ?”เอาจริงๆ พายุดำอย่างหลี่ขุยยังไม่กล้าเทียบกับเธอเลย
โจวหยุนกลอกตาใส่เขา“ฉันใส่เสื้อหนังไม่เหมือนรึไง?ฉันตั้งใจซื้อเสื้อผ้ารัดรูปแบบนี้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการแข่งรถที่เท่ระเบิดแบบนี้ เข้าใจไหม?”
ถ้าเธอมีส่วนสูงและรูปร่างเหมือนเพื่อนสนิท เธอก็จะสวมเสื้อผ้าหนังดูเหมือนกัน ตอนนั้น ที่หยุนฉีสวมชุดหนึ่งไปที่โรงแรมของเธอ มันดูเท่ระเบิดไปเลย แต่ใครใช้ให้เธอเป็นสาวหวานที่ส่วนสูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบล่ะ?รูปร่างไม่ได้ ทำได้แค่อาศัยเสื้อผ้า!
“ผมผิดไปแล้ว ผมมีตาหามีแววไม่”หวังเชียนลูบไปที่จมูก นอกจากยอมรับผิด เขาก็หาทางออกอะไรไม่ได้เลย
“ตามฉันมา!ตั๋วที่หยุนฉีซื้อมันอยู่เรียงกัน ทุกคนอยู่ในโซนเดียวกันทั้งหมด”โจวหยุนไม่ถือสา ทำมือเป็นสัญลักษณ์ให้เขา แล้วเดินนำหน้าไป
พอดีกับที่ จือหมิงและคนอื่นๆก็ถึงที่นี่พอดี เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเดินมาที่โซนที่ตัวเองอยู่ พวกเขาก็เกิดความประหลาดใจ
โจวหยุนกับตระกูลหวังท่านนี้รู้จักกันได้อย่างไร?
เมื่อนับดูแล้ว แม้ว่าหวังเชียนจะค่อนข้างอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ตระกูลของเขาในเมืองหลวงถือได้ว่าอยู่ในแวดวงคนชั้นสูง
หลายคนทักทายกัน ถึงแม้ในใจจะรู้สึกแปลกใจแค่ไหน แต่กลับไม่สามารถเอ่ยปากถามได้ ดังนั้น หัวข้อสนทนาจึงถูกยกไปอยู่ที่การแข่งขัน
“ถ้ารู้ว่าคุณชายหวังจะมาดูการแข่งขัน เรามาด้วยกันก็ได้นะครับ ไหนๆก็ทางเดียวกัน!จริงด้วยสิ คุณชอบนักแข่งคนไหนหรอครับ?”ลั่วจือพูดอย่างคุ้นเคย
“ซิวเจ๋อ เบอร์เจ็ดครับ!”หวังเชียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาตอบชื่อของไอดอลตัวเอง
ลั่วจือและคนอื่นๆตกตะลึง จากนั้นก็ชี้ไปยังจือหมิง“พอดีเลยครับ จือหมิงก็เหมือนกัน!”
ถึงแม้ว่าหวังเชียนกับพวกเขามักจะพบปะกันในงานสังคม แต่ไม่ถือว่าสนิทกัน เมื่อเห็นว่าลั่วจือพูดถึงจือหมิง แต่คนผู้นี้กลับมีสีหน้าราวกับฝันล่องลอยในอากาศอยู่ จึงอดที่จะกระทุ้งแขนของลั่วจือไม่ได้ พลางพูดเสียงเบาว่า“เมื่อกี้ฉันกำลังอยากถามอยู่เลย ว่าเขาเป็นอะไรไปน่ะ?”
บินตรงมาจากเมืองหลวงโดยเฉพาะเพื่อดูการแข่งขัน ต้องทำตาลอยขนาดนั้นเลยหรอ ท่าทางเหมือนอยากตายยังไงอย่างงั้นแหละ?
ลั่วจือและคนอื่นๆถึงกับทำสีหน้า“หึๆๆ” กำลังอยากจะเปิดเผยเรื่องราวเก่าๆของใครบางคน แต่กลับถูกจือหมิงที่รู้สึกตัวเอามืออุดปาก!!!!
“อุ๊บ!อู้อี้ๆ!!!”ลั่วจือเกือบหายใจไม่ออก ตบฝ่ามือของเขาอย่างบ้าคลั่ง
จือหมิงถลึงตาใส่เขา
นี่เพื่อน แกกลัวว่าฉันจะไม่ได้ตายเร็วใช่ไหมวะ??