ตอนที่ 228
บทที่ 228 “หยู่ฉี”จริงๆด้วย
October 28, 2026
หลังจากที่เหลิงหยุนฉีกับเฉียวหยู่โม่นั่งประจำที่ จือหมิงและคนอื่นๆไม่กล้าร้องเชียร์ต่อ ไม่ว่าจะตื่นเต้นจริงๆหรือแสร้งทำ ถึงยังไงสายตาของแต่ละคนก็จับจ้องไปที่สนามแข่ง !
โดยเฉพาะจือหมิง พอนึกถึงคำว่า“ผู้ชายบ้ากาม” เขาก็รู้สึกขนลุกซู่ทันที
ดังนั้น ตั๋วใบนี้จึงกลายเป็นโซนที่ราคาแพงที่สุดจนอันตราย
นอกจากเหลิงหยุนฉีกับเฉียวหยู่โม่ที่นั่งอย่างสบายใจ ส่วนคนอื่นๆหลังตรง ราวกับเด็กนักเรียนที่กังเรียนหนังสืออยู่ กลัวว่าจะถูกครูเรียกชื่อให้ตอบคำถามยังไงอย่างงั้น!
ด้วยเหตุนี้ เหลิงหยุนฉีจึงอดรู้สึกเย้ยหยันไม่ได้
แสดงเก่งเชียวนะ ทำไมไม่ไปถ่ายละครเลยล่ะห้ะ!
โจวหยุนรู้สึกว่าชายร่างใหญ่ข้างๆเธอลมหายใจหนักหน่วง ดังนั้นเธอจึงเอนกายพิงข้างหวังเชียนอย่างไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นคนธรรมดาเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ชม เธอได้เห็นรถแข่งปรากฏขึ้นบนสนามแข่งมาระยะหนึ่งแต่กลับยังไม่เริ่มแข่งขัน จึงอดไม่ได้ที่จะกระตุกชายเสื้อของหวังเชียน แล้วถามด้วยเสียงเล็กๆ“พวกเขากำลังรออะไรอยู่หรอ?”
ออกมาก็ต้งอแข่งสิ!ได้ชื่อว่าเป็นการแข่งรถที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ไม่ใช่หรอ?ทำไมถึงชักช้าแบบนี้ล่ะ?
หวังเชียนไม่ได้ดีไปกว่าจือหมิง เขาเองก็ขี้ขลาดมากเช่นกัน!
เมื่อนึกถึงปลายสายที่มีเสียงหายใจของ“พี่สะใภ้”ลอดผ่านมา เขาแทบอดไม่ได้ที่จะเป็นโรคปิดกั้นตัวเอง รู้สึกว่าพี่เฉียวของเขาอยากจะเอาชีวิตของเขาตลอดเวลา!เมื่อเห็นว่าโจวหยุนช่วยเขาเบี่ยงเบนจุดสนใจ เขาจึงรีบอธิบายในทันทีว่า“นักแข่งควรวอร์มยางรถยนต์ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างการแข่งขันในตอนหลัง”
เลนในแต่ละพื้นที่การแข่งขันจะแตกต่างกัน ประการแรกเพื่อวอร์มเครื่อง สะดวกต่อการเพิ่มความเร็ว อีกประการคือเพื่อให้คุ้นชินกับสนามได้เร็วยิ่งขึ้น
โจวหยุนเข้าใจในทันที จากนั้น จึงชี้ไปที่เครื่องหมายที่ทำไว้บนพื้น“แล้วการจัดอันดับที่จอดรถนี้คืออะไรอ่ะ?”
ไม่เหมือนกับตำแหน่งเริ่มต้น ของการแข่งวิ่ง เห็นได้ชัดว่าในแต่ละเลนสามารถจอดรถได้เพียงสองคัน ถ้าอย่างงั้นยิ่งจอดอยู่ด้านหลัง ก็ยิ่งเสียโอกาสน่ะสิ?
“ตำแหน่งเริ่มต้นจะจัดอันดับตามการจัดอันดับของสถานีก่อนหน้า ยิ่งคะแนนดี ก็จะยิ่งถูกจัดไว้ด้านหน้า”
โจวหยุนร้อง“อ๋อ” เข้าใจอย่างกระจ่าง
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนธรรมดาอย่างเธอ ดูคนบดยางรถยนต์มันไม่น่าสนใจอะไร เธอจึงเกาะอยู่ตรงหน้ารั่วที่เธอนั่ง แต่ก็อดทนไม่ไหว เมื่อเห็นว่าเฉียวหยู่โม่รับสายโทรศัพท์ เธอจึงอาศัยจังหวะนี้ขยับเข้าไปใกล้เหลิงหยุนฉี
“นี่เพื่อนรัก!ฉันขอเม้าท์กับเธอหน่อยสิ!เธอยังจำ ซุนหยานได้ไหม?”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ โจวหยุนก็รีบเปลี่ยนเป็นท่าทีรอเผือก แก้มแดงระเรื่อ ท่าทีมีความสุขมาก
ช่วงนี้เหลิงหยุนฉีกำลังยุ่งกับงานในบริษัท ไม่ได้สนใจเรื่องของซุนหยานเท่าไรนัก จึงอดไม่ได้ที่จะลูบคาง ทำท่าทำทางเหมือนกำลังนินทา“เธอเป็นอะไร?”
เธอท้องลูกของเซียวหรานไม่ใช่หรอ แถมยังถูกเปิดโปงจากสื่ออีก?
“ชิ!ขโมยไก่ไม่ได้ยังเสียข้าวสารอีกกำมือ สำนวนนี้หมายถึงหล่อนนั่นแหละ!เธอไม่รู้อะไร ฉันไม่เคยพบเคยเห็น มีคนแท้งแล้วยังทำให้ข่าวดุเดือดขนาดนี้อีก ช่วงนี้สื่อยังแฉออกมาอีกว่าเธอได้รับผลกระทบทางประสาท มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย เธอว่าหล่อนป่วยรึเปล่า?เซียวหรานแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่มีทางลงเอยกับหล่อน แต่หล่อนก็ยังสร้างเรื่องให้น่าอับอายขนาดนี้ อีกหน่อยยังคิดจะแต่งงานอยู่อีกไหมเนี่ย?”
เหลิงหยุนฉีหัวเราะเบาๆ สำหรับการแท้งลูกของซุนหยาน เธอเหมือนจะไม่รู้สึกแปลกใจ เพียงแต่ว่า สำหรับเธอแล้วเธอมองแป๊บเดียวก็สามารถมองแผนการของหล่อนออกแล้ว สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน“หาคนแต่งงาน?หลังจากเห็นความร่ำรวยของตระกูลเซียว เธอจะกลับมีสภาพจิตใจเหมือนธรรมดาปกติทั่วไปได้อีกงั้นหรอ?ชาตินี้คงเป็นไปไม่ได้”