ตอนที่ 239
บทที่ 239 ภาพลวงตาปรากฏอยู่ในงาน
October 28, 2026
จือหมิงกับคลื่นคนกลุ่มนี้พลันยืนอยู่แถวหน้าสุดของแท่นอัฒจันทร์ ทว่า อีกด้านของทางด้านข้างของพวกเขา ก็มีคนรายล้อมอยู่ไม่น้อย ไม่ต้องถาม ต่างเป็น รถสปอดคลับของเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเพิ่งจะรับผิดชอบในการเคลียร์สนามกันเมื่อครู่ ก็คือพวกเขานี่แหละ
ทุกคนล้วนอยู่ในแวดวงเดียวกัน มีคนหลายคน กระทั่งเมื่อก่อนยังเคยเห็นหน้าคร่าตากันมาก่อน พริบตาเดียว คนในคลับของทั้งสองฝ่ายต่างสนิทกันหมด ยืนอยู่ด้วยกัน พลันพูดคุยถึงเรื่องรถ Bugatti Veyronสองคันที่อยู่บนถนนสนามแข่งขัน
“คนที่ขับคันสีขาวคันนั้น เป็นคนในคลับของพวกนายเหรอ? ความสามารถไม่เลวทีเดียว! อาศัยแค่การออกตัวยังสุดโต่งขนาดนี้เลย!” ผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดสูทสุดหรูหราจากแบรนด์ Brioni สั่งตัดเย็บอย่างพิเศษทั้งชุดพลันหันมาหาจือหมิง พวกเขาสองคนเคยเจอหน้ากันมาก่อนในงาน Motor show แถมยังได้พูดคุยกันถึงเรื่องทักษะในการขับรถ จึงเกิดมิตรภาพขึ้นมา
“เฮ้ย! นี่มันเรียกว่าทั่วไปที่ไหนกัน? ตอนที่เธอเข้าโค้งนั้น มันเรียกว่าสุดยอดเลยนะ!” ตัวจือหมิงใกล้จะลอยขึ้นมาอยู่แล้วรถสปอดคลับของเซี่ยงไฮ้มีคนเยอะแยะแล้วจะยังไงเหรอ? ข้อดีของการเป็นเจ้าบ้านสนามแข่งมันแล้วมันจะยังไงล่ะ?
เพื่อนสุดเลิฟจอมทรหดของเขา แค่จุดสตาร์ท ก็ทำให้ทั่วทั้งงานตื่นตาตื่นใจได้แล้ว!
เห็นเข้าคุยโม้โอ้อวดแบบนี้ ย่อมมีคนไม่ยินดี พลันพูดอย่างเย็นชาใส่ “อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินเหตุ นายคงไม่คิดว่าชื่อของจางเสี่ยวเหมิงจะน่ารักน่าชังขนาดนี้ เป็นเพียงแค่เด็กสาวที่เป็นแฟนคลับดาราจริงๆ หรอกใช่มั้ย บอกนายให้นะ เธอเป็นหัวจรวดที่มีชื่อเสียงของคลับของพวกเรา ไม่เชื่อ เดี๋ยวนายดูเอาเองแล้วกัน!”
ระหว่างพูด พลันชี้ไปที่รถยนต์สีดำคันนั้นด้วย
ไม่ต้องพูด แม้ว่าตอนสตาร์ทรถออกจะช้าไปเพียงเล็กน้อย จนตกอยู่ในสภาพมีระยะห่างเพียงเล็กน้อย เพียงพริบตาเดียว เธอก็สามารถไล่ตามได้ทัน
เส้นทางแข่งรถในทางตรง หลังจากผ่าน 100 เมตรในช่วงแรก ระยะห่างของรถยนต์ทั้งสองคันแคบลงจนเห็นได้ด้วยตาเปล่าขึ้นเรื่อย ๆ
เฉียวหยู่โม่ใช้สายตาจับจ้องลงบนสนามแข่งรถ หวังเชียนเร่งรุดอธิบายให้เขาอย่างไม่รู้ตัว “การตอบสนองของหยุนฉีเก่งกว่าจางเสี่ยวเหมิงคนนั้นอย่างชัดเจน ออกตัวเร็วดี แต่ว่าวิธีการขับรถของจางเสี่ยวเหมิงก็ไม่ธรรมดา เหมือนกับไม่มีหัวใจในการหวาดหวั่นเช่นนั้น ตั้งแต่เมื่อครู่จนตกถึงตอนนี้ คอยเหยียบคันเร่งอย่างบ้าคลั่งอยู่ตลอดเวลา!” แข่งแดร็กเป็นสิ่งที่ตื่นเต้นกระตุ้นได้ดีที่สุด ทางด้านความเร็ว แต่คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับเท่านั้น ถึงจะเข้าใจ การสูญเสียการควบคุมทั้งหมด มันน่าหวาดกลัวขนาดไหน
บางครั้ง การสูญเสียสมาธิเพียง 0.1 วินาที ก็สามารถฆ่าชีวิตได้ทันที อาการตื่นตระหนกจากความรวดเร็ว มันจารึกอยู่ DNA ของมนุษย์ เป็นเรื่องโดยธรรมชาติ แต่สามารถมองเห็นสองคนนั้นที่อยู่ในสนามแข่งได้ ราวกับวินาทีนี้ ล้วนไม่มีความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น
จางเสี่ยวเหมิงคนนั้นใส่กระโปรงหนังอันแสนดื้อรั้นหัวชนฝา ปกติแล้วมองแวบเดียวก็เป็นคนที่มีนิสัยขี้หงุดหงิดแล้งน้ำใจก็ช่างเถอะ ประเด็นสำคัญคือ ปกติแล้วเธอเหลิงหยุนฉีดูยังไงก็เป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลผู้ดี!
หวังเชียนไม่กล้าจะมองหน้าของพี่เฉียวของเขาเลย
รู้สึกว่าพี่สะใภ้เล็กมีทักษะมากมายที่ไม่ได้ปรากฏต่อหน้าพี่เฉียวของเขามากมายจริงๆ!
เฉียวหยู่โม่เอาแต่ฟังไม่ยอมพูดยอมจา ดวงตาคู่นั้น จมดิ่งไปกับซูเปอร์คาร์คันนั้นที่ทะยานด้วยความรวดเร็วขอ
เนื่องจากบรรยากาศแรงกล้ามาก ในเวลานี้เขายืนอยู่บนแท่นอัฒจันทร์ทางด้านขวามือที่สุด จือหมิงกับคนเหล่านี้เว้นระยะห่างไว้หน่อยอย่างไม่รู้ตัว ส่วนสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนให้กับทีมรถแข่งคนอื่นๆ และแขกเหรื่อคนอื่นย่อมยืนอยู่แถวหลัง ดังนั้นจึงเห็นว่าเขายืนตระหง่านอยู่คนเดียวอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย
ผู้ชายคนที่เป็นคนกล่าวทักทายคนแรกๆ ก่อนหน้านี้ของรถสปอดคลับของเมืองเซี่ยงไฮ้คนนั้นอดใจไม่ไหว พลันจ้องมองอยู่หลายครั้ง สุดท้ายพลันชะเง้อมาทางจือหมิง “ท่านนั้น มีประวัติความเป็นมายังไงเหรอ?”
คนคนเดียวมีบารมีจนสามารถกดดันได้ทั่วทั้งงาน มันดูขัดกับสวรรค์บัญชาไปหน่อยมั้ย?