ตอนที่ 271
บทที่ 271 ความลับของเจ้าจิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์
October 28, 2026
การเดินทางมาที่เกาะไห่หนานของหลัวจิ้นในครั้งนี้ โดยสารเครื่องบินส่วนตัวของเฉียวหยู่โม่มาโดยเฉพาะ ปัจจัยหลักคือเพื่อความสะดวกในการเดินทางกลับเมืองหลวงของเฉียวหยู่โม่ อาหารเลี้ยงฉลองช่วงมื้อค่ำ จำต้องออกเดินทางเสียในเวลานี้แล้ว
ชั่วขณะวินาทีที่ดวงตาเฉียวหยู่โม่หันไปทางตัวของเหลิงหยุนฉี เดิมทีวันนี้ได้เตรียมคำพูดเอาไว้คุยด้วย ดูจากสภาพ จำต้องเลื่อนออกอีกสักหน่อย
ท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงและคำซุบซิบนินทาของผู้คน เขาค่อยๆ เดินมาหยุดทางด้านหน้าของเหลิงหยุนฉี “ผมขอตัวกลับเมืองหลวงก่อน คอยรับโทรศัพท์ผมด้วยนะ”
ระหว่างที่พูด ดวงตาพลันชำเลืองมองชายเสื้อของตนเอง จนรอยยิ้มที่อยู่ในดวงตารุ่งโรจน์มากขึ้น
เปลือกตาเหลิงหยุนฉีเต้นตุบๆ ราวกับรับรู้ถึงการแสดงออกตอนที่ตนเองได้แอบเหล่มองเขาและถูกเขาจับได้ ตอนแรกก็อยากจะคอขาดบาดตายยังไงก็ไม่ยอมรับ ตอนนี้ต่อหน้าทุกคน เกรงว่าเขาจะเผลอหลุดปากอะไรมาสักคำ พลันพยักหน้าทันที “ทราบแล้วค่ะ พรุ่งนี้ฉันดูข่าวคุณนะคะ”
ตอนเช้าเรื่องที่เธอไม่ได้ตั้งใจตอบวีแชทช้ามากขนาดนั้นจริงๆ นะ แค่พอหลับแล้วเผลอหลับลึกจนตื่นสายไปหน่อยจริงๆ ช่างน่าเสียดาย ที่เขาแทบไม่เชื่อเลยสักนิด
เมื่อได้ยินประโยคนั้น “คอยรับโทรศัพท์ผมด้วยนะ” เธอมักรู้สึกว่าคำพูดของเฉียวหยู่โม่มีความหมายซ่อนเร้นใจก้นบึ้งหัวใจจนต้องการจะแสดงออกมา
หลัวจิ้นอยู่ไม่ห่างไกลจากทั้งสองคนมากนัก แม้ว่าจะฟังเฉียวหยู่โม่กับเหลิงหยุนฉีคุยกันไม่ชัดเจน แต่ใช้สายตาจับจ้องที่ตัวของเหลิงหยุนฉีอย่างอดใจไม่อยู่ จนแสดงออกพฤติกรรมแปลกประหลาดออกมาเล็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เฉียวหยู่โม่เหลือบมองเวลา และรู้ว่าไม่สามารถถ่วงเวลาได้อีกแล้ว จึงหันหลังและเดินออกไปจากโซนชายหาด และขึ้นรถเก๋งสีดำคันนั้นทันที
หลัวจิ้นมองไปทางเหลิงหยุนฉีและแสดงอาการบอกลาตามมารยาท พลันเดินออกไปพร้อมกัน
“เมื่อกี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับผม?”
เพิ่งจะขึ้นรถมา พลันมองเห็นหน้าตาของเจ้านายของตนเองผ่อนคลายลงแล้ว จึงหันหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้องอยู่บนร่างกายของเขา
ในใจหลัวจิ้นกำลังคิดว่าเจ้านายของตัวเองให้ความสำคัญกับคุณหนูเหลิงเป็นอย่างมาก ขนาดแววตาของตนเองยังเปลี่ยนไปจนสัมผัสทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
เขาเรียบเรียงคำพูดเล็กน้อย พลันพูดอย่างพินิจพิจารณา “เรื่องที่คุณหนูเหลิงชอบแข่งแดร็กซิ่ง โดยส่วนใหญ่คนในเมืองหลวงต่างทราบกันแล้ว ผมได้ข่าวมาว่าคุณหนูเหลิงลงแข่งในสนามแข่งของเซี่ยงไฮ้เมื่อวันศุกร์ มีการแข่งรถคุณหนูเหลิงกับคุณหนูจางจากรถสปอดคลับเมืองเซี่ยงไฮ้ อีกฝ่ายยอมแพ้กลางคัน ... ก่อนหน้าคุณหนูเหลิงชื่นชอบในการแข่งแดร็ก แต่ไม่เคยแสดงความเร็วต่อหน้าทุกคน ตอนนี้ถึงกลับให้ซิวเจ๋อที่เพิ่งทำสถิติใหม่อ้าปากค้างจนงงเป็นไก่ตาแตก ถือว่าก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดนะครับ”
คำคำนี้ “ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด” เมื่อนำมาใช้ถือว่าค่อนข้างคร่ำครึไปหน่อย
ซึ่งเหมือนกับการเปลี่ยนแกนกลางไปจริงๆ
เรื่องการแข่งรถ เดิมจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนทักษะมาอย่างยาวนาน มิเช่นนั้น ปีนั้นที่ซิวเจ๋อเดินทางออกไปอยู่ต่างประเทศก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปแล้วสิ แล้วจำต้องใช้ระยะเวลาหลายปีขนาดนี้มั้ยล่ะ?
ปลายนิ้วเฉียวหยู่โม่เคาะลงบนเบาะเก้าอี้หนังแท้อย่างแผ่วเบา พลันชะเง้อมองภาพวิวทิวทัศน์ทางด้านนอกหน้าต่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คิ้วโก่งเลิกขึ้น และเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย