ตอนที่ 1
บทที่ 1
September 18, 2026
“ข้าไม่แต่ง ให้นางไปแทนเถิด”
เสียงใสกังวาน ปลุกเซวียหว่านอี้ให้ตื่นจากภวังค์
สองวันที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ สติสัมปชัญญะของนางยังคงเลื่อนลอย จมดิ่งอยู่ในฝันร้ายของชาติก่อน และดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา
“นั่นคือจวนเจิ้นกั๋วกงเชียวนะ เจ้าไม่แต่งกับแม่ทัพเย่ หรือเจ้าจะยังคิดรักษาสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลฉู่จริง ๆ?”
ฮูหยินเซวียเจียงซื่อได้ยินดังนั้น ก็มองบุตรสาวอย่างไม่เห็นด้วย
ขันทีผู้ส่งราชโองการเพิ่งจากไป ในราชโองการระบุว่าพระราชทานสมรสให้แก่สตรีตระกูลเซวียเพื่อเป็นฮูหยินเจิ้นกั๋วกง
เจิ้นกั๋วกง เป็นบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง
ด้วยฐานะจวนรองเสนาบดีขั้นสามของตระกูลเซวีย เดิมทีมิได้มีคุณสมบัติเลย
ทว่ายามนี้ไม่เหมือนวันวาน
เจิ้นกั๋วกงเย่จั๋ว เมื่อปีก่อนได้นำทัพต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับหนานหยวน แม้จะขับไล่หนานหยวนได้สำเร็จ แต่ก็ถูกลอบทำร้ายจนถูกพิษประหลาด
ภายหลังแม้หมอเทวดาจะทุ่มเทรักษาอย่างเต็มที่ ทำได้เพียงขับพิษให้ไปรวมกันอยู่ที่ช่วงเอวลงไป จึงรักษาร่างเอาไว้ได้
ทว่าก็กลายเป็นคนพิการ ทั้งยังไม่สามารถมีทายาทได้
แม่ทัพหนุ่มผู้ขี่ม้าขาวถือหอกเงินซึ่งเคยเป็นที่หมายปองของเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ บัดนี้กลับกลายเป็นบุรุษไร้ค่าที่ผู้คนรังเกียจ
ฮ่องเต้ทรงรู้สึกผิดต่อตระกูลเย่ จึงประสงค์จะเลือกสตรีผู้หนึ่งมาอยู่เป็นเพื่อนเขา
เหล่าตระกูลสูงศักดิ์ทั้งหลายต่างแอบเคลื่อนไหวเพื่อการนี้อยู่ไม่น้อย
ตระกูลเซวียไม่เคยคาดคิดว่าการสมรสครั้งนี้จะตกมาถึงพวกเขา
เซวียหมิงเฟยเลิกคิ้วมองฮูหยินเจียงตรงหน้า “ท่านแม่ สัญญาหมั้นหมายของข้ากับตระกูลฉู่เป็นท่านพ่อที่กำหนดไว้ ย่อมต้องรักษาสัญญา มิเช่นนั้นจะไม่ทำให้ท่านพ่อตกอยู่ในสถานะผู้ไร้สัจจะหรอกหรือเจ้าคะ?”
รองเสนาบดีเซวียซึ่งนั่งอยู่ที่นั่งหลักมองบุตรสาวอย่างยินดี แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
เซวียหมิงเฟยกล่าวต่อ: “แม้ตระกูลฉู่จะตกอับ แต่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นตระกูลบัณฑิตที่สูงส่ง แม้จะตกต่ำถึงเพียงนี้ แต่รากฐานที่สั่งสมมาก็มิใช่ตระกูลธรรมดาทั่วไปจะเทียบได้”
“ข้าเป็นบุตรสาวที่ท่านพ่อและท่านแม่ทุ่มเทอบรมเลี้ยงดูมา ข้าเชื่อมั่นว่าตนเองมิได้ด้อยไปกว่าเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์จากจวนอ๋องจวนโหว ด้วยความสามารถของข้า ประกอบกับการสนับสนุนของท่านพ่อท่านแม่ อีกทั้งคุณธรรมของคุณชายฉู่ การจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง จะมีสิ่งใดยากกัน”
นางกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นด้วยความแน่วแน่ เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ทว่าเซวียหว่านอี้ที่อยู่ด้านข้างกลับพอจะคาดเดาได้ว่า บางที พี่สาวสายตรงผู้นี้ อาจจะกลับมาเกิดใหม่เหมือนกัน
ชาติก่อน พี่สาวสายตรงผู้นี้ดูแคลนฉู่ยวน บุตรชายตระกูลฉู่ที่ตกอับ เมื่อเห็นราชโองการพระราชทานสมรส ก็ต้องการถอนหมั้น หมายจะเป็นฮูหยินกั๋วกงผู้สูงศักดิ์
เซวียหว่านอี้จึงกลายเป็นผู้ที่ต้อง “เก็บตก” สัญญาหมั้นของพี่สาวสายตรง
นางเป็นเพียงบุตรีอนุ ที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวน การได้ออกไปจากตระกูลเซวียย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
หลังจากแต่งเข้าตระกูลฉู่ นางก็อุทิศตนดูแลแม่สามีที่ป่วยไข้ ปรนนิบัติสามีทั้งเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งต้องขบคิดว่าจะหาเงินเข้าบ้านอย่างไร จิตใจของนางถูกบั่นทอนและอ่อนล้าลงทุกวัน
หลังฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เซวียหมิงเฟยก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันในจวนเจิ้นกั๋วกง
นางไม่มีวันลืม คืนที่สามีของนางเมามายตลอดคืน พร่ำเพ้อเรียกชื่อของเซวียหมิงเฟยไม่หยุด
ฉู่ยวนเลือกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ จึงได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของขุนนางฝ่ายบุ๋น กลายเป็นอัครมหาเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ นางเองก็ได้เป็นฮูหยินขั้นหนึ่งในวัยยี่สิบห้าปี
เซวียหว่านอี้ที่คิดว่าความทุกข์จะสิ้นสุดลงแล้ว กลับต้องดิ่งลงสู่นรกในคืนที่ได้รับตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่ง
ฉู่ยวนโยนความผิดในการตายของเซวียหมิงเฟยมาที่นางทั้งหมด
เขาแค้นที่นางวางแผนใส่พวกเขาแค้นที่นางช่วงชิงการหมั้นหมายระหว่างเขากับเซวียหมิงเฟยไป
หลายปีต่อมา นางต้องนอนในคอกม้า กินข้าวบูด ราวกับสุนัขตัวหนึ่ง แม้แต่บ่าวรับใช้คนใดก็สามารถทุบตีด่าทอและหยามเกียรตินางได้
แม่สามีที่นางเคยปรนนิบัติอย่างสุดความสามารถ ไม่เคยเอ่ยปากพูดแทนนางแม้แต่คำเดียว
แม้แต่บุตรชายแท้ ๆ ก็ยังรังเกียจนางอย่างที่สุด
นางยังถูกตัวแทนที่ฉู่ยวนฝึกฝนมาอย่างดีตัดแขนขา ยัดใส่ในไห กลายเป็นมนุษย์หมู
ท้ายที่สุด เซวียหว่านอี้ก็สิ้นใจในคืนฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว
แต่ไม่คิดเลยว่า นางจะได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
นางหวงแหนชีวิตนี้หรือไม่?
เซวียหว่านอี้ครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย
ครึ่งต่อครึ่งกระมัง
หากต้องแต่งให้ฉู่หยวนอีกครั้ง นางก็ไม่ต้องการชีวิตนี้แล้ว
นางจะลากแม่ลูกอกตัญญูใจคออำมหิตคู่นั้น ลงนรกไปด้วยกัน!
“พูดได้ดี สมกับเป็นบุตรีตระกูลเซวียของข้า”
รองเสนาบดีเซวียกล่าวชมเชยบุตรสาวอย่างมาก