ตอนที่ 8
บทที่ 8
September 18, 2026
แม่นมหลินได้สติกลับมาโดยพลัน สีหน้าปรากฏแววลังเล
ฮูหยินเจียงนึกฉงนใจขึ้นมาจริง ๆ
แม่นมหลินติดตามรับใช้นางมาตั้งแต่ยังเล็ก เติบโตมาด้วยกัน
ในนามคือบ่าวไพร่ ทว่าความผูกพันกลับประหนึ่งพี่น้อง
บัดนี้นางถึงกับมีเรื่องปิดบังนางเชียวหรือ?
“พูดไม่ได้รึ?”
ฮูหยินเจียงโยนผ้าเช็ดหน้าลงในอ่างน้ำ สาวเท้าเดินไปยังโถงข้าง เตรียมรับสำรับเช้า
แม่นมหลินเดินตามอยู่ด้านหลัง จิตใจสับสนว้าวุ่น
นางไม่รู้ว่าข้อสันนิษฐานของตนถูกหรือไม่ หากผิดพลาดขึ้นมาเล่า?
แต่หากว่า... เป็นเรื่องจริงเล่า?
“ฮูหยินเจ้าคะ...”
แม่นมหลินยกมือขึ้น โบกไล่บ่าวไพร่ในห้องออกไป
เวลานี้คุณหนูใหญ่กำลังรับสำรับอยู่ที่เรือนของตนเอง กว่าจะมาที่นี่ก็คงอีกครึ่งชั่วยาม
“ไม่ทราบว่าฮูหยินรู้สึกหรือไม่เจ้าคะ ว่าคุณหนูใหญ่ดูละม้ายคล้ายอนุชิว...”
ฮูหยินเจียงราวกับถูกทุบเข้าที่ศีรษะอย่างจัง ชั่วขณะนั้นคล้ายยังตั้งสติไม่ทัน
แม่นมหลินกล่าวต่อว่า “กลับกัน คุณหนูรองกลับมีคิ้วตาละม้ายคล้ายฮูหยินยิ่งนัก”
ประโยคหลังนี้ ฮูหยินเจียงคล้ายไม่ได้ยินเลยสักนิด
ในหัวของนางเวลานี้มีแต่ใบหน้าของเซวียหมิงเฟยและอนุชิว จะว่าเหมือนก็ดูเหมือน จะว่าไม่เหมือน…
ทว่าความเคลือบแคลงสงสัยกลับกัดกินหัวใจของนางไม่หยุดหย่อน
หวนนึกถึงท่าทีของอนุชิวที่มีต่อเซวียหมิงเฟยตลอดหลายปีมานี้
รวมถึงความโหดร้ายรังเกียจที่มีต่อเซวียหว่านอี้…
หากเด็กสองคนถูกสับเปลี่ยนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างก็สมเหตุสมผลแล้ว
ในฐานะนายหญิงของตระกูลเซวีย นางย่อมไม่มีทางกดขี่ข่มเหงบุตรีอนุ
ดังนั้น คำพูดและการกระทำของอนุชิวในยามนี้ จึงดูผิดวิสัยอย่างยิ่ง
บรรยากาศในห้องรับประทานอาหารหยุดชะงัก หัวใจของแม่นมหลินเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก
ฮูหยินดูเหมือนจะ…
ทันใดนั้น ชิงถานก็เลิกม่านเดินเข้ามา
“ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูรองมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
หลังความเงียบงันอันน่าอึดอัดผ่านไปครู่หนึ่ง ฮูหยินก็เอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย
“ให้นางเข้ามาเถิด”
……
ภายนอกเรือน