ตอนที่ 4
บทที่ 4
October 6, 2026
กรี๊ดดด ตูม!
ผิวน้ำกระเซ็นเป็นวงคลื่นขนาดมหึมาวงหนึ่ง
ยายเฒ่าเฉียวตกลงไปในทะเล
จุ๊ๆ สมองไม่ไหลออกมาก็นับว่าเจ้าโชคดีแล้ว
เฉียวยางยางกอดอกพลางยิ้มเย็น
นางยืนตระหง่านต้านลม ชุดสีแดงเส้นผมดำขลับ ผิวขาวราวหิมะ กลิ่นอายชั่วร้ายตรงหว่างคิ้วทำให้คนรู้สึกหนาวยะเยือกโดยไม่ทราบสาเหตุ
หัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ นางรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ริมฝั่ง ต่างพากันชะเง้อคอราวกับห่านที่รอถูกเชือด
น่าเสียดาย ไม่มีร่องรอยอภินิหารใดๆ กลับเป็นยายเฒ่าเฉียวที่หมดสติเพราะร่วงลงมาก่อนหน้านี้แล้วตื่นขึ้นมาเพราะสำลักน้ำตะเกียกตะกายไม่หยุดอยู่ในทะเลแทน “ช่วยด้วย! ดึงข้าขึ้นไป! ช่วยด้วย!”
ยายเฒ่าเฉียวว่ายน้ำเป็น แต่เพราะหน้าผาสูงเกินไปไม่มีใครช่วย นางจึงปีนขึ้นมาไม่ได้
ผู้ใหญ่บ้านมองดูอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก
“ยางยาง เจ้าดูสิ...เหมือนว่าท่านเทพสมุทรไม่มีความคิดจะสำแดงอิทธิฤทธิ์นะ…”
“อ้อ ข้าเห็นแล้ว” เฉียวยางยางพยักหน้าอย่างไม่แยแส “แต่ โบราณว่าไว้ ความจริงใจช่วยให้สัมฤทธิผล”
ปล่อยให้นางได้ตะเกียกตะกายอีกสักหน่อย~
“อ้อ ได้สิๆ” หัวหน้าหมู่บ้านปาดเหงื่อเย็น คิดในใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น? พอเฉียวยางยางสติปัญญาเปิดแล้ว ไยถึงมีกลิ่นอายแข็งแกร่งขึ้น? ดูจากบุคลิกแล้วไม่เหมือนเด็กที่โตมาในหมู่บ้านชาวประมงเลย
เพียงไม่นาน ยายเฒ่าเฉียวก็หมดแรงจวนจะจมน้ำตายอยู่รอมร่อ ในที่สุดยามนี้ก็มีคนกระโดดลงทะเลเสียงดังตู้ม
เฉียวยางยางยืนมองอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเย็นชา พบว่าคนที่ลงไปช่วยก็คือเฉียวไห่อิ๋น บิดาบังเกิดเกล้าในนามของตนนั่นเอง
ตระกูลเฉียวมีทั้งหมดสี่บ้าน เฉียวไห่อิ๋นเป็นลูกคนสุดท้อง ทว่าเหตุผลที่เขาเป็นลูกชายคนเล็กแต่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากบิดามารดานั้น เพียงเพราะภรรยาเขาไม่มีลูกชาย
เขาแต่งงานกับเฉียวหลินซื่อมาสิบกว่าปี ให้กำเนิดลูกสาวทั้งหมดสามคน หลายปีก่อนตอนเฉียวหลินซื่อคลอดลูกสาวคนสุดท้องร่างกายบาดเจ็บ หมอบอกว่านางจะมีลูกไม่ได้อีก ด้วยเหตุนี้บ้านของเขานอกจากแต่งงานใหม่แล้ว หาไม่ก็คงไร้ทายาทสืบสกุล
ในขณะที่ตระกูลเฉียวสามบ้านที่เหลือล้วนมีลูกชายกันหมด ดังนั้นเฉียวไห่อิ๋นจึงมักจะด้อยกว่าคนอื่นๆ ในบ้านขั้นหนึ่งเสมอ
ส่วนภรรยาและลูกสาวของเขายิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นได้เพียงพลเมืองชั้นสามในตระกูลเฉียวเท่านั้น ปกติในบ้านมีเรื่องดีล้วนไม่เคยตกถึงพวกนาง แต่งานหยาบงานสกปรกกลับมีไม่เคยขาด
เวลานี้ เฉียวไห่อิ๋นกระโดดลงจากหน้าผาเพื่อช่วยคนโดยไม่คำนึงถึงอันตรายใดๆ แต่พอว่ายเข้าฝั่งได้ พวกเขาสองคนก็ปีนขึ้นไปไม่ได้อยู่ดีหากไม่มีคนช่วย เนื่องจากฝั่งสูงเกินไป
“ช่วยกันหน่อยสิ ดึงขึ้นไปที!” เฉียวไห่อิ๋นตะโกนเรียก