ตอนที่ 41
บทที่ 41 จับได้คาหนังคาเขา
October 22, 2026
ที่ห้องข้างๆ แสงไฟสลัว มีกลุ่มหมอกควันลอยขึ้นมา
เฉิงมู่ไห่กับหลิวอิงแช่เท้าด้วยกัน และสองสามีภรรยาพูดคุยกันเสียงเบา
"อาหยวนนั้นรู้จักแยกแยะ ทำงานอย่างระมัดระวัง บ้านเราก็เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ทำเรื่องอื้อฉาวที่ทำให้ชาวบ้านนินทาอยู่แล้ว คุณไม่ต้องไปกังวลกับเรื่องนี้"
หลิวอิงยิ้มขมขื่น และลดเสียงต่ำ "ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะยัยเด็กอาฟางที่พูดไร้สาระ! แล้วยังกล้าพาเหมยจื่อมาที่บ้านอีก! โชคดีที่หลิงหลิงไม่รู้เรื่อง ไม่เช่นนั้นจะทำให้เธอไม่พอใจ ไปถามอาหยวน สองคนผัวเมียจะต้องทะเลาะกันอีกจนได้!"
"ไม่มี" เฉิงมู่ไห่กล่าวเสียงต่ำ "เมื่อสักครู่นี้ อาหยวนออกจากบ้านด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ผมเห็นไกลๆ ก็รู้ว่าไม่มีเรื่องอะไร "
เมื่อหลิวอิงได้ยินเช่นนั้น เธอก็รู้สึกโล่งใจลง หยิบกาน้ำร้อนที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วเทน้ำร้อนเข้าไปในอ่างอาบน้ำเล็กน้อย
"หลิงหลิงนั้นเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ฉันเห็นแล้วก็ชอบ "
เฉิงมู่ไห่ลูบไล้กระเป๋าน้ำร้อนบนแขน แล้วยิ้มอย่างอบอุ่น
"เด็กคนนั้นก็รู้จักเอาใจด้วย ถูกไอ้เซวียสองสามีภรรยาสอนมาดี ตอนเด็กยังอ่อนแอเป็นบางครั้ง เมื่อโตขึ้นยิ่งอยู่ยิ่งรู้เรื่องมากขึ้น ดูเถอะ กระเป๋าน้ำร้อนนี้วางบนไหล่ รู้สึกสบายดีมาก!"
หลิวอิงหัวเราะคิกๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ไม่ว่าอย่างไร อาหยวนนั้นเป็นผู้ชาย แม้จะมีใจ แต่ก็เอาใจไม่เป็น เด็กผู้หญิงจะดีกว่า ค่อนข้างจะรู้จักใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ แบบนี้ "
เมื่อเฉิงมู่ไห่ได้ยินเช่นนั้นก็พึมพำเสียงเย็นชา "นังหนูฟางก็ไม่ใช่เด็กผู้หญิงหรือ เธอเคยใส่ใจเมื่อไหร่?มีแต่ทำให้เราโกรธตลอด บอกเธอ เธอก็ไม่ฟัง สอนเธอ เธอก็วิ่งหนี! นังเด็กคนนี้ถูกเราตามใจจนเสียผู้เสียคนแล้ว!"
เมื่อเทียบกับหลิงหลิง นังหนูฟางนั้นราวกับมาทวงหนี้!
"ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่ชอบทำงานบ้าน ตอนนี้ให้เธอไปขายของที่กุยช่ายบ้าง ที่ไม่ใช่งานหนักอะไร เพียงแค่ใช้ปากเท่านั้น เธอก็ทำแบบไม่เต็มใจ ไม่เข้าท่าเลย! เคยได้ยินอาหยวนพูดก่อนหน้านั้นว่า หลิงหลิงนั้นไม่เพียงแต่กลางวันไปทำงานที่สำนักหนังสือพิมพ์ เวลาพักเที่ยงและกลางคืนยังทำงานล่วงเวลาแปลอะไรสักอย่าง เงินที่หาได้นั้นมากกว่าเขาหลายเท่าเลยทีเดียว!"
หลิวอิงฟังจนตาค้าง ขัดถูมือไปมาอย่างประหม่า
"หลิงหลิงของเรา.....เก่งขนาดนั้นเลยหรือ?เธอหาเงินได้มากขนาดนั้นเลยหรือ?อาหยวนของเราได้เงินเดือนเดือนละตั้งร้อยกว่าหยวนนะ!"
เฉิงมู่ไห่โบกไม้โบกมือ แล้วพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจว่า "ใช่ อาหยวนบอกว่า หลิงหลิงนั้นจบมาจากโรงเรียนภาษาต่างประเทศ รู้ภาษา......สรุปก็คือภาษาต่างประเทศนั่นแหละ! คนเขาส่งหนังสือให้เธอจากสำนักพิมพ์ในเมืองหลวง เธอเพียงแต่ดูและเขียนอยู่ในบ้าน จากนั้นก็ส่งกลับไป คนเขาก็จะโอนเงินให้เธอ ครั้งละหลายร้อยโน่น!"
หลิวอิงหัวเราะฮ่า ๆ และปรบมือขึ้นมา
"พระเจ้า! เด็กคนนี้......ทำไมดีขนาดนั้น! ทำไมเธอไม่บอกเราสักคำ?ถ่อมตนอยู่ตลอด!"
เฉิงมู่ไห่หัวเราะตาม แล้วกล่าวเสียงเบา "หลิงหลิงนั้นเป็นคนมีการศึกษา สงบเสงี่ยมและเจียมตัว หากไม่ใช่เพราะว่าอาหยวนบอก เราไม่รู้ด้วยซ้ำ"
หลิวอิงอดที่จะนึกถึงคำพูดของลูกสาวไม่ได้ แล้วถ่มน้ำลายออกมาเงียบ ๆ
"เหมยจื่อนั้นทำเป็นโอ้อวดต่อหน้านังหนูฟางทั้งวัน บอกว่าพี่ชายของเธอนั้นหาเงินได้เท่านั้นเท่านี้ นังหนูฟางยังมาพูดให้ฉันฟังอยู่บ่อย ๆ บอกว่าแต่งงานกับหลิงหลิงนั้นเสียเปรียบ บ้านเหมยจื่อนั้นมีเงินมากเท่าไหร่! นั่นมันพี่ชายเขามีเงิน ไม่ใช่เธอสักหน่อย หลิงหลิงของเราสามารถหาเงินได้เดือนละหลายบาท!"
เฉิงมู่ไห่เงยหน้าขึ้นมา จ้องมองดูเขาอย่างขุ่นเคือง
"นังหนูฟางนั้นเป็นคนไม่มีหัวสมอง คุณอย่าไปฟังเธอ! ตอนนั้นก่อนที่จะไปขอหลิงหลิง ผมได้ถามอาหยวนอย่างละเอียดแล้ว เขาบอกว่าเขากับเหมยจื่อไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน เคยคุยกันไม่กี่ประโยค!ลูกชายของเราไม่ใช่คนแบบนั้น"
หลิวอิงยิ้มอย่างเขินอาย "ถ้าอย่างนั้นก็ดี.....ถ้าอย่างนั้นก็ดี ตาแก่ ช่วงหัวค่ำตอนกินข้าว ฉันอึดอัดใจมาก!กลัวจะเกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้น!"
เฉิงมู่ไห่ส่ายหัวและกล่าวอย่างหนักแน่นว่า "อาหยวนกับหลิงหลิงนั้นยังดี ๆ กันอยู่! ผมว่า เหมยจื่อนั้นเหมือนยังไม่ตายใจ แล้วนังหนูฟางก็ไร้สาระไปด้วย!เมื่อกี้นี้เหมยจื่ออยู่ และหลิงหลิงก็อยู่ด้วย ผมจึงต้องอดไว้ไม่พูดออกมา รอให้พรุ่งนี้พวกเขาสองสามีภรรยากลับไปในเมืองก่อน ผมจะสั่งสอนนังเด็กคนนั้นสักหน่อย!"
"หลังปีใหม่เธอก็อายุเพียงสิบหกเท่านั้น " หลิวอิงถอนหายใจ "ค่อย ๆ เกลี้ยกล่อม สักวันต้องฟังเรา "
เฉิงมู่ไห่จ้องเธอตาเขม็ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว "แม่ที่เมตตาใจดีจะทำให้ลูกเสียคน! คุณตามใจเธอทั้งวันไปเถอะ!ด้วยนิสัยแบบนั้นของเธอ ไม่ช้าก็จะหาเรื่องมาให้คุณ!"