ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 หัวใจที่หล่นหาย
September 30, 2026
โรงพยาบาลเลิศวสิน
พยาบาลสาวจอยกำลังสาละวนกับเอกสารที่กองอยู่บนหน้า เสียงโทรศัพท์มือถือดังติดๆ กัน หญิงสาวมองหาโทรศัพท์มือถือที่ตนเองลืมไปแล้วว่าเอาไปวางไว้ที่ไหน ก่อนจะค้นเอกสารที่วางกองตรงหน้าจนพบว่าเอกสารวางทับโทรศัพท์มือถือไว้
“จอยค่ะ”
“จอย เราเองนะ”
“น้ำ...ยัยน้ำ ดีใจจัง แกหายไปเลยนะ ตั้งแต่ที่เราเจอที่เชียงใหม่เมื่อต้นปี แกเป็นยังไงบ้าง”
“สบายดี ตามสมควร”
“แหม แกนี่โทรมาได้จังหวะพอดี รู้ไหมพี่หมอเพิ่งกลับมาจากเมกาเมื่อวาน เห็นพวกสาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ตอนนี้พี่หมอเป็นรองศาตราจารย์แล้วนะแก สามปีแล้วนะน้ำทำไมแกยังไม่ยกโทษให้พี่หมอสักทีแล้วไหนจะน้องนนท์อีก”
“จอย แกหยุดพูดถึงเขาคนนั้นสักที แกก็รู้ก็เห็น เหมือนที่ฉันเคยเห็นฉันไม่มีวันยกโทษให้คนทรยศอีกอย่างขอร้องนะจอย อย่าพูดเรื่องนี้ถ้ารักกันจริง แกอย่าพูด” ต้นน้ำแอบปาดน้ำตาที่ไหลออกมา
“น้ำ ฉันขอโทษ ว่าแต่แกโทรมานี่มีธุระอะไร”
“ฉันอยากให้แกช่วยอะไรบางอย่าง สำคัญมาก” ระหว่างที่พูด จอยยืนหันหลังให้กับโต๊ะ จึงไม่เห็นว่ามีอีกบุคคลหนึ่งกำลังเดินเข้ามา จอยคุยเพลินจนสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกในระยะประชิดตัวโทรศัพท์มือถือหญิงสาวยังถือค้างไว้
“จอย ผมอยากได้ผลแล็ป ห้องหนึ่งศูนย์แปด ตามให้ผมที” เสียงนายแพทย์อนวินท์ ซึ่งตอนนี้เป็นรองศาตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในแผนกอายุรกรรม
“คุณหมอ” จอยหัวใจเต้นแรง เพราะในมือยังถือมือถือที่เพื่อนสาวอดีตภรรยาของนายแพทย์หนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าฟังอยู่ปลายสาย จอยขยับโทรศัพท์แบบตั้งใจให้เพื่อนได้ยินเสียงนายแพทย์หนุ่มอย่างชัดเจนอย่างตั้งใจ ในใจแม้แอบเอาใจช่วยเพื่อนสาว แต่ภาพในอดีตเมื่อสามปีก่อน เป็นใครก็ต้องเชื่ออย่างที่เพื่อนของเธอคิดแม้แต่ตัวเธอเอง แม้จะเชื่อมั่นในตัวนายแพทย์หนุ่มที่ทำงานมาหลายปีตั้งแต่จบ แต่ภาพที่เห็นมันชวนให้เชื่อตามที่เพื่อนสาวคนสนิทคิด และอีกหลายต่อหลายครั้งที่ตามมาเป็นเพื่อน เพื่อนสาวคนสนิท จอยเองยอมรับว่าแรกๆก็ผิดหวังในตัวชายหนุ่มมิใช่น้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหญิงสาวได้เห็นอาการอกหักสิ้นหวังของนายแพทย์หนุ่ม เมื่อเพื่อนสาวของเธอหนีหายไปจากชีวิต จำได้ว่านายแพทย์หนุ่มเสียศูนย์อยู่เกือบปี ความคิดเชื่อมั่นว่านายแพทย์หนุ่มต้องรักเพื่อนของเธอมากๆ ก็ยังวนเวียนอยู่ในสมอง และเธอก็หวังว่าสักวันทั้งสองคนจะกลับมาปรับความเข้าใจกัน
เสียงอดีตสามี เสียงดังที่ลอดมาตามสาย ทำให้ต้นน้ำถึงกับอาการชาไปทั่วร่างกาย มือที่จับมือถือสั่นจนต้องใช้อีกมือมาจับเอาไว้ น้ำตาไหลริมฝีปากเม้มแน่น ทำไมเธอจะจำเสียงที่แม้ว่าผ่านไปสามสี่ปีแต่เสียงนี้ยังกึกก้องอยู่ในหู
“อ้าว จอย ผมถามเรื่องผลแล็ปคนไข้ว่าไง นี่ผมต้องการด่วนนะครับ” รศ.นพ.อนวินท์ขมวดคิ้วกับท่าทางแปลกๆ ของพยาบาลสาวคนสนิท
“เออ เดี๋ยวจอยไปตามให้นะคะ แล้วจอยจะรีบเอาไปให้ที่ห้องคุณหมอค่ะ”
“เป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้หน้าซีดๆ เห็นชมพู่บอกว่าคุณอยู่เวรดึกแล้วมาต่อกะเช้าเลย ไหวหรือเปล่าไม่เหนื่อยหรือไง”
“เออ จอยสบายดีค่ะพอดีคนขาด จอยพอไหวค่ะ” พยาบาลสาวซาบซึ้งความห่วงใยของนายแพทย์ซึ่งเปรียบเสมือนเจ้านาย ที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนนายแพทย์หนุ่มก็ยังเป็นห่วงลูกน้องทุกคน ไม่แปลกใจว่าตั้งแต่นายแพทย์หนุ่มกลับมาเป็นโสดอีกครั้งจะเนื้อหอมยิ่งกว่าเดิม
ต้นน้ำยืนฟังบทสนทนาระหว่างอดีตสามีกับเพื่อนสนิทด้วยหัวใจเจ็บหนึบ ไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนเธอยังจำน้ำเสียงนี้ได้ดี ต้นน้ำเข่าอ่อนน้ำตาไหลไหลพรากหัวใจเต้นรัวเร็ว กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน รวมๆก็เกือบสี่ปีแล้วสินะ ไม่น่าเชื่อพลันสายตาของต้นน้ำเหลือบไปเห็นลูกชายตัวน้อยวิ่งเล่นกับสุนัขคู่ใจ ใบหน้าที่เหมือนกันกับพ่อของเด็กชายราวฝาแฝด ต่างกันที่อายุ มือที่จับมือถือแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้ยินเสียงแทรกเข้ามาในโทรศัพท์เป็นเสียงหญิงสาวที่เป็นตัวแปรที่ทำให้ชีวิตครอบครัวของตนเองพังไม่เป็นท่า ต้นน้ำจับมือถือจนแน่นจนรู้สึกเจ็บมือ น้ำตาไหลเงียบๆ
“หมอวินท์ค่ะ นิไปหาที่ห้องพักแล้วไม่เจอ มีเคสจะปรึกษาค่ะ” แพทย์หญิงนิภาเอามือคล้องที่แขนชายหนุ่ม ด้วยท่าทางที่สนิทสนม
ต้นน้ำจับมือถือแน่น อีกมือจิกที่ต้นขาอย่างแรง หูยังก้องบทสนทนาของชายหนุ่มผู้เป็นอดีตสามี และแพทย์หญิงที่มีส่วนทำให้ครอบครัวเธอล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ริมฝีปากหญิงสาวเม้มแน่น แต่ก็ต้องอดทนฟังบทสนทนาต่อไปอีกสักพัก
จอยนึกเห็นใจเพื่อนสาวที่ฟังปลายเสียง เดาก็รู้ว่าต้องเจ็บปวดแน่นอน จอยจึงตัดสินใจตัดบทมองภาพ แพทย์หญิงที่พูดจาออดอ้อนกับนายแพทย์หนุ่ม แล้วรู้สึกขัดตาจึงพูดแทรกเบาๆ
“เออ เดี๋ยวจอยเอาผลแล็ปไปให้นะคะ คุณหมอ”
“โอเค เร็วหน่อยนะ ผมรีบ”
“นิ มีอะไรจะคุยกับผมครับ เชิญที่ห้องทำงานผมดีกว่า” เสียงนายแพทย์อนวินท์ พูดอย่างนุ่มนวล แพทย์หญิงนิภาหันไปมองจิกพยาบาลสาว ก่อนยิ้มเยาะที่มุมปากเสมือนจะบ่งบอกสัมพันธ์ที่พิเศษระหว่างตนเองและนายแพทย์หนุ่ม
จอยแอบแลบลิ้นล้อเลียนแพทย์หญิงสาวอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปมองจนร่างของชายหนุ่มและหญิงสาว ลับสายตาไป
“แก ยังฟังอยู่หรือเปล่า ตกลงแกมีอะไรให้ฉันช่วยไหม” จอยคุยสายกับเพื่อนสาวต่อ
“น้ำ แกฟังฉันหรือเปล่า ฉันถามว่าแกมีอะไรหรือเปล่า” จอยถามน้ำเสียงนุ่มนวล เนื่องจากรู้อารมณ์เพื่อนสาวดีว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน
“น้ำ แกเป็นไงบ้าง” จอยถามเพื่อนสาวอีกครั้ง
ต้นน้ำพยายามเงยหน้าให้น้ำตาไหลย้อนกลับ มือปาดน้ำตา หัวใจยังเจ็บชาไปทั่วเรือนร่าง เฝ้าหลอกตัวเองว่าคงลืมเขาได้ในไม่ช้า แต่เมื่อได้ยินเสียงความหลังกลับถาโถมราวกับละครแจ่มชัดในหัวสมอง หญิงสาวสูดลมหายใจ ตามองไปที่เด็กน้อยวัยสามขวบที่วิ่งไล่กับสุนัขตัวน้อย น้ำตาหยดอาบแก้ม
“จอย เรามีเรื่องจะให้ช่วย จอยต้องช่วยเรานะ” ต้นน้ำส่งเสียงอ้อนวอน เมื่อเพื่อนสาวอธิบายถึงความต้องการ พยาบาลสาวจอย ถึงกับอ้าปากค้าง
“เฮ้ย นั่นมันขโมยชัดๆ นะ น้ำ ล็อคเกอร์นั้นมันไม่ใช่ของแกคนเดียวนี่นา มันเป็นของคุณหมอด้วย นี่ถ้าแก โทรมาอาทิตย์ก่อนเรื่องมันจะง่ายกว่านี้ นั่นมันล็อคเกอร์ของแกกับคุณหมอ แล้วถ้าฉันไปเปิด เสี่ยงแน่ๆ” พยาบาลสาวจอยปฏิเสธเสียงดังลั่น
“จอยแกต้องช่วย ฉันส่งกุญแจให้แกแล้ว พรุ่งนี้แกคงได้รับ ฉันรับรองว่าพี่หมอต้องไม่รู้และสงสัย เพราะเขาคงไม่สนใจว่าอะไรจะหายไปไหน อีกอย่างเขาไม่เคยมาวุ่นวายกับของๆ ฉัน ตั้งแต่เราเคยอยู่ด้วยกันแล้ว” ต้นน้ำยืนยัน
“นี่แกจะให้ฉันไปไข เอาสร้อยนั้นส่งไปให้แกจริงๆ เหรอ”
“ใช่ ฉันอยากเก็บไว้ให้น้องนนท์ แกช่วยฉันหน่อยแล้วกัน” ต้นน้ำสรุป จบการสนทนากับเพื่อนรัก ต้นน้ำก็เดินเข้าห้องครัวเตรียมอาหารให้ลูกชายสุดที่รัก ในใจยังเจ็บหน่วงๆ กับเสียงที่ลอดมาจากโทรศัพท์อยู่ๆ น้ำตาก็ไหล จนต้องกัดริมฝีปากไว้แน่น
“ พอได้แล้วต้นน้ำ เราจะต้องไม่ร้องไห้ให้คนใจร้ายสองคนนั้นอีก ” หญิงสาวปาดน้ำตาสูดลมหายใจแววตามุ่งมั่น
สองวันต่อมา
พยาบาลสาวจอยถูกเรียกตัวกลับมาที่โรงพยาบาลด่วน โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่าคุณหมอเรียกตัวพบด่วนมีธุระสำคัญ หญิงสาวไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าคงตามเรื่องงานปกติ แต่ก็แปลกใจเพราะตนเองเพิ่งลงเวรได้เพียงสามสี่ชั่วโมง ถูกปลุกมาจากที่นอนกันเลยทีเดียว น้อยครั้งจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ หญิงสาวเคาะประตูเมื่อได้ยินเสียงอนุญาต พยาบาลสาวก็ก้าวเข้าไป แล้วก็ต้องแปลกใจนายแพทย์อนวินท์มีใบหน้าเคร่งขรึม จอยยืนนิ่งอยู่นาน ก่อนทำเสียงกระแอมเป็นการส่งสัญญาณบอกถึงการมาของตัวเอง
“ขอโทษที่เรียกตัวด่วน พอดีว่ามีเรื่องต้องถามคุณด่วน ผมอยากบอกว่าของของผมหายจากล็อคเกอร์” อนวินท์กอดอกก่อนจ้องมองลูกน้องคนสนิท สายตาคมเข้มสำรวจท่าทางและแววตา
จอยหัวใจเต้นแรงเกิดการโต้แย้งภายในใจ ก่อนจะพูดน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “ของอะไรของหมอหายคะ เผื่อดิฉันจะเห็น”