ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 เผชิญหน้า เหมือนคนคุ้นเคย
September 30, 2026
“เป็นไปไม่ได้” ชายหนุ่มพึมพำออกมา พร้อมมองที่มือของสาวสวยตรงหน้าอย่างสงสัย
“โอเค ถ้าคุณจะให้ฉันเชื่อว่าเป็นคุณ ศวร ก็ได้”
“เดี๋ยวก่อนคุณเอมิกา ตกลงเราเคยเจอกันไหมผมว่าผมคุ้นกับน้ำเสียงและท่าทางคุณอย่างบอกไม่ถูก” อดิสรรู้สึกมึนเมื่อภาพในอดีตตัดย้อนเข้ามาในความคิด
เอลี่ใจหายวาบ แต่พยายามนิ่ง พร้อมปวดแปลบที่ใจ ทำไมจะจำผู้ชายที่เธอรักเพียงคนเดียวในชีวิต ผู้ชายที่ทำให้เธอผิดหวังจนต้องหนีไปต่างประเทศมาสามปี ผู้ชายที่แม้จะทำยังไงตนเองก็ไม่เคยลืม แม้ยามหลับยามตื่น
“ฉันจะรู้จักคุณได้ไง ในเมื่อฉันพึ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่ถึงเดือน” เอลี่ ในชื่อใหม่ว่าเอมิกา พูดน้ำเสียงแข็งกระด้าง
อดิสร เดินเข้ามาใกล้ เอมิกาหรือ เอลี่ ถอยห่างเล็กน้อย คิ้วของอดิสรขมวด ก่อนจะมองสาวสวยตรงหน้าอย่างแปลกใจ
“ผมรู้สึกคุ้นกับคุณอย่างประหลาดจริงๆนะ คุณแน่ใจว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”
“พูดเรื่องงานดีกว่านะคะ ดิฉันไม่มีเวลามานั่งฟังเรื่องไร้สาระ” เอลี่พูดน้ำเสียงสะบัด
“ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย เอ..ผมชักสงสัยแล้วสิ คุณพูดแบบนี้กับลูกค้าทุกคนหรือเปล่าหรือเป็นแค่ผมคนเดียว ผมว่าคุณไม่ชอบผมนะเนี่ย” อดิสรรู้สึกแปลกใจที่ตนเองเซ้าซี้สาวสวยตรงหน้า ทั้งๆที่ปกติไม่ชอบทำงานกับผู้หญิงเพราะรู้สึกว่าเรื่องมาก แต่ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจทำไมชอบมองหน้างอๆ แววตาดุดันของสาวสวยตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งน้ำเสียงของเธอดันไปคล้ายกับ สาวประเภทสองที่เป็นคนรักเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในใจของชายหนุ่ม แม้ว่าจะผ่านมาหลายปี แต่แผลในหัวใจก็ยังไม่จางหาย อดิสรเฝ้าโทษตัวเอง เฝ้าทำร้ายตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา ว่าปล่อยให้รักแท้ให้หลุดลอยไป เพียงเพราะสนใจในสิ่งที่ไม่มีตัวตน และสัมผัสไม่ได้ ชายหนุ่มยังจำหน้าของอดีตคนรักในวันที่ตนเองขอบอกเลิกได้ดี ว่าทั้งน้ำตาทั้งแววตาที่ปวดร้าว เสียงร้องไห้เจียนจะขาดใจมันทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดเจียนตาย แต่ต้องตัดใจเดินหันหลัง พร้อมสลัดทุกอย่างเพียงแค่สนใจเปลือกนอก อดิสรคิดเพลินหัวใจปวดแปลบเมื่อคิดถึงอดีตคนรัก
“เราไม่เคยเจอกัน ไม่รู้จัก แล้วก็ไม่อยากจะรู้จักค่ะ ..ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากคุยงานโดยตรงกับคุณอดิศวรตามที่ได้รับสั่งจากบอสมา จะดีกว่านะคะ” เอมิกาหรือชื่อเดิมเอลี่พูดน้ำเสียงหนักแน่น
“ตกลงไม่เชื่อจริงๆ ว่าผมคืออดิศวร”
“ก็คุณไม่ใช่จริงๆ”
“อะไรทำให้คุณคิดว่าผมไม่ใช่”
“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ บอกมาดีกว่าว่าจะให้ฉันพบคุณศวรได้เมื่อไหร่”
“โอเค บอกก็ได้ นี่มีไม่กี่คนที่ผมสองคนพี่น้อง หลอกไม่ได้ ผมชักสงสัยแล้วสิว่าคุณเป็นใครกันแน่ แม้แต่พนักงานบางคน ยังจำเราไม่ได้ ” อดิสรมองแล้วหรี่ตาเล็กน้อย
“ถ้าคุณไม่คุยเรื่องงาน ฉันขอตัวกลับ เวลาของฉันสำคัญมากกว่าจะมาต่อปากต่อคำ กับคุณอดิสร กรณ์วิภาค” เอมิกาหรือเอลี่เอี้ยวตัวจะเดินกลับ
“เดี๋ยวสิ ก่อนจะทำงานด้วยกันก็ต้องทำความรู้จักกันบ้างสิ ...จริงไหม”
“ฉันไม่ต้องการรู้จักคุณ” เอมิกาหรือเอลี่เน้นคำพูด พร้อมเชิดหน้าริมฝีปากเม้มแน่น แววตาฉายแววแข็งกระด้าง
“แต่บังเอิญโปรเจคใหญ่เนี่ยเราต้องทำด้วยกันเสียด้วยสิครับ ฟิลิปไม่ได้บอกคุณงั้นเหรอ” อดิสรทำท่าทางยียวน แถมก้าวเข้ามาใกล้
เอลี่หรือเอมิกาถอยหลัง ริมฝีปากเม้มแน่น เมื่ออดิสรเดินผ่านตัวเองไปนั่งเก้าอี้ท่าทางยียวนกวนประสาทในความคิดของหญิงสาว
“นั่งก่อนสิครับคุณเอมิกา ผมว่าคุณคงจะเมื่อยถ้าจะต้องยืนบนรองเท้าส้นสูงสามนิ้วครึ่งตลอดเวลาที่เราคุยกัน”
“ถ้าวันนี้คุณอดิศวรไม่สะดวกจะคุยงานกับดิฉัน..ดิฉันจะมาอีกทีวันหลังค่ะ”
“ศวรลาพักร้อนสามเดือน ภรรยาเขากำลังจะคลอดใบลาพึ่งเซ็นอนุมัติเมื่อเช้านี้ โปรเจคนี้ถูกส่งต่อมาที่ผม บอสคุณไม่บอกหรือไง”
เอลี่มองอดีตคนรักตะลึง นี่ฉันต้องทำงานกับคุณงั้นเหรอ อีเอลี่จะบ้าตาย สามเดือนต้องทำงานกับเขาสามเดือนงั้นเหรอ ตายแน่ๆ
“ว่าไงคุณเอมิกา ตกลงเราจะคุยงานกันได้หรือยัง”
“จริงๆ ถ้าคุณไม่รีบ ดิฉันทำงานอื่นรอคุณศวรได้นะคะ”