ตอนที่ 4
บทที่ 4 นางรองแอบเจ้าเล่ห์ (1)
November 4, 2026
"คุณหนูเจ้าขากลับกันเถิดเจ้าค่ะ หาไม่นายท่านกับฮูหยินเป็นห่วงเอาได้นะเจ้าคะ" เจียถงกระซิบข้างหูเจ้านายสาว หยวนเสี่ยวหงจึงพยักหน้ารับ แม้จะรู้สึกเสียดายที่ยังไม่ทันได้พูดคุยกับท่านแม่ทัพเปาอี้ส่วงบุรุษที่แอบปลื้มมานานให้มากกว่านี้ แต่เพราะนางออกมาข้างนอกนานแล้ว หากไม่รีบกลับไปท่านพ่อกับท่านแม่คงจะเป็นห่วงไม่น้อย
"ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ลาก่อนนะเจ้าคะท่านแม่ทัพ คุณหนูสวีอี้ฝาน" หญิงสาวระบายยิ้มหวานให้กับทุกคน ท่าทางอ่อนหวานงดงามจนทำให้ใครหลายคนยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว เว้นเสียแต่เปาอี้ส่วงที่ยังทำหน้านิ่งตีหน้าขรึมอยู่เช่นเดิม
"ไม่มีอะไรแล้วเราก็กลับกันดีกว่าหลิงหลิง" สวีอี้ฝานรับรองเท้าผ้าแพรจากมือหลิงหลิงมาสวมกลับคืนก่อนจะหันไปกล่าวคำลากับคนตัวโต จากนั้นก็เดินจากไปทันที
แต่เมื่อเดินมาถึงรถม้าก็เห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของพลขับรถม้า ก่อนจะหันไปเห็นล้อรถข้างหน้าทั้งสองข้างแบนราบไปกับพื้นราวกับเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน
"เอาอย่างไรดีเจ้าคะคุณหนู ล้อแบนราบเช่นนี้คงนั่งรถม้ากลับจวนไม่ได้แล้ว" หลิงหลิงทอดถอนลมหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม ยามนี้แดดเปรี้ยงยิ่งนัก ร้อนจนแสบไปทั่วทั้งผิวกาย
"จะทำอย่างไรได้ล่ะหลิงหลิง นอกจากเดินกลับ" สวีอี้ฝานไม่ได้สะทกสะท้านต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด นางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ทุกข์ร้อน จากนั้นก็สาวเท้าเดินไปตามถนน ความลำบากแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับนาง เพราะในตอนที่ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นองครักษ์ฝึกหัดอยู่ในหน่วยม้าบิน นางลำบากมากกว่านี้หลายเท่า
"ฮ้าาา" หลิงหลิงทำตาโตอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ จากตลาดไปถึงจวนสกุลสวีอยู่ไกลกันไม่ใช่น้อย พวกนางจะเดินไปถึงได้อย่างไรกัน แต่สุดท้ายก็ต้องรีบรวบกระโปรงขึ้นวิ่งตามเจ้านายสาวที่ก้าวดุ่มๆ เดินนำหน้าไปแล้ว
กุบกับ กุบกับ!
เดินห่างออกมาจากตลาดได้เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงรถม้าคันใหญ่วิ่งตรงมา ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าห่างออกไปจากพวกนางไม่ไกล
"ขึ้นมาสิข้าจะไปส่ง" ม่านผืนบางถูกสายลมพัดจนเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งหลังตรงตาทิดมองไปเบื้องหน้าราวกับภาพเมื่อครู่ที่ตลาดก็มิปาน
"ท่านแม่ทัพเปา" สวีอี้ฝานขานเรียกชื่อคนตัวโตเบาๆ