ตอนที่ 7.1
บทที่ 7 ร้ายกับคนที่สมควรร้าย (2)
November 4, 2026
ยามนี้เวลาเวียนมาถึงยามซวี (19.00 - 20.59 น.) แล้ว ทว่าสายฝนภายนอกยังคงโปรยปรายกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย หลิงหลิงเห็นว่าวันนี้อากาศหนาวเย็นจึงจัดการจุดไฟที่เตาผิงเพื่อให้ความอบอุ่นแก่เเจ้านายสาว ไม่นานพ่อบ้านหลิวก็เดินมาเคาะห้องรายงานว่าท่านแม่ทัพเปาอี้ส่วงต้องเดินทางเข้าวังหลวงเป็นการด่วน
"เข้าวังหลวงงั้นหรือ ในยามนี้เนี่ยนะ?" สวีอี้ฝานถามด้วยความสงสัย นึกแปลกใจไม่น้อยที่ฮ่องเต้เรียกขุนนางเข้าวังหลวงในยามนี้ ต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเป็นแน่
"เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพยังบอกอีกว่าให้ฮูหยินทานมื้อเย็นและเข้านอนก่อนได้เลย ไม่ต้องรอท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ"
สวีอี้ฝานผงกศีรษะรับ ในใจอดเป็นห่วงหวางอ๋องไม่ได้ เรื่องที่ฮ่องเต้ทรงเรียกประชุมด่วนจะเป็นเรื่องอะไรกันหนอ
"ฮูหยินจะรับมื้อเย็นเลยหรือไม่เจ้าคะ"
"อืม ดีเหมือนกันข้าหิวแล้ว" ตอบพลางใช้มือลูบท้องป้อยๆ หากวันนี้เปาอี้ส่วงไม่ได้กลับจวนก็ดีเหมือนกัน นางจะหลบเขาอยู่ในห้องนี้และนอนหลับอย่างสบายใจ
หลังจากที่ประมุขของจวนอนุญาต สวีอี้ฝานก็ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการค้นหาห้องที่นางต้องการ ทว่าสวีอี้ฝานเป็นคนฉลาด นางตั้งใจละเว้นห้องที่ใหญ่ที่สุดของเรือน เหตุเพราะคิดว่าห้องนั้นจะต้องเป็นห้องของท่านแม่ทัพเปาเป็นแน่
หลังจากเดินหาอยู่นานสุดท้ายก็ได้ห้องที่ตรงกับความต้องการ ห้องนี้อยู่สุดมุมขวาทางด้านทิศเหนือของจวน มองจากหน้าต่างลงไปแลเห็นสวนอุทยานร่มรื่นสบายตา
นั่งผิงไฟได้เพียงไม่นานหลิงหลิงก็เดินกลับมาพร้อมกับสาวใช้อีกสองคน ในมือของพวกนางยกสำรับอาหารเข้ามา ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกลมพร้อมขยับเข้าไปหยุดยืนรอรับใช้อยู่ที่มุมห้อง
ยามนี้สวีอี้ฝานหิวจนไส้กิ่ว ทันทีที่เห็นอาหารตรงหน้านางจึงรีบส่งอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆด้วยความหิว ทว่าทันทีที่ได้รับรู้ถึงรสชาติอาหารนางก็นิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะไอโขลกสำลักจนหน้าดำหน้าแดง น้ำหูน้ำตาไหลออกมาอย่างน่าสงสาร
"ฮูหยินเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ" หลิงหลิงรีบเดินเข้ามารินน้ำชาใส่จอกยื่นให้เจ้านายพลางใช้มือลูบแผ่นหลังบางไปมา
"สงวนกิริยาไว้บ้างก็ดีนะเจ้าคะฮูหยิน ที่นี่มิใช่จวนสกุลสวี" สาวใช้คนหนึ่งกล่าวขึ้นก่อนจะหันไปหัวเราะกับสาวใช้อีกคน สวีอี้ฝานเงยหน้าขึ้นแลเห็นพวกนางกำลังส่งสายตามองมาด้วยความขบขันก็รับรู้ได้ทันทีว่านางกำลังโดนแกล้ง
"บังอาจ!" หลิงหลิงตวาดขึ้นเสียงดัง หันขวับไปมองคนพูดอย่างเอาเรื่อง แต่ก่อนที่นางจะทันได้ขยับตัวก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นเสียก่อน
ปึง!
เสียงตบโต๊ะทำให้สาวใช้ทั้งสองคนถึงกับสะดุ้งโหยง พวกนางรีบก้มหน้างุดไม่กล้าสบสายตา
"เจ้าชื่ออะไร"
"เฉียวเฉียวเจ้าค่ะ" สาวใช้ที่เป็นหัวโจกคนแรกกล่าวขึ้น น้ำเสียงสั่นไหวเล็กน้อย
"แล้วเจ้าล่ะ" สวีอี้ฝานชี้นิ้วไปยังสาวใช้อีกคน