ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 การเริ่มต้นที่ซับซ้อน
September 29, 2026
หลังจากลูเซียน โรเซนฮอล CEO ชื่อดังระดับโลกของบริษัทผลิตยาชั้นนำมีข่าวหนีการแต่งงานแบบคลุมถุงชน เขาก็ช็อกทุกคนในวงการต่อด้วยการประกาศข่าวหมั้นกับพนักงานสาวที่อายุแก่กว่าเขาหลายปี ซึ่งก็คือแม่ของฉันเอง
แม่เลี้ยงฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตั้งแต่ฉันเกิด นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันดีใจมากที่ท่านได้พบคนที่ท่านรัก
ฉันเจอลูเซียนครั้งแรกสองสามเดือนก่อนที่พวกท่านสองคนจะตกลงแต่งงานกัน ตอนนั้นฉันอายุแค่ 12 ปี แต่ก็รู้ได้ในทันทีว่าท่านเป็นคนใจดีและไว้ใจได้
เขาแต่งงานกับแม่ตอนอายุเพียง 28 ปี และถึงแม้จะเป็นงานแต่งงานที่ใหญ่โตหรูหราและทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาวดูเหมือนเป็นคู่รักที่มีความสุขมาก แต่ฉันมารู้ทีหลังว่าครอบครัวของลูเซียนไม่ชอบภรรยาของเขาเลยแม้แต่น้อย
ถึงอย่างนั้นชีวิตใหม่ของครอบครัวเราก็มีความสุขดี เหมือนนิยายเลยทีเดียว เราใช้ชีวิตอยู่ในแมนชั่นหลังใหญ่ซึ่งอยู่ในอาณาเขตบ้านของครอบครัวของลูเซียน ทุกครั้งที่เขาหยุดงาน เขามักจะพาพวกเราไปท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ
ชีวิตของเราเข้าขั้นเพอร์เฟค แทบไม่มีที่ติเลย อาจจะดีมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่มันก็ดีได้ไม่นาน…
“นาตาลี แม่ของหนูอยู่โรงพยาบาล เดี๋ยวฉันส่งคนขับรถไปรับ ออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ” ลูเซียนสั่ง
ทำไมพ่อเลี้ยงเสียงสั่นจัง
แต่งงานยังไม่ทันถึงปี แม่ของฉันก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน หลังจากนั้นฉันก็กลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก
งานศพของแม่จัดอย่างเงียบ ๆมีแค่เพื่อนสนิทและครอบครัวของลูเซียนเท่านั้นที่มาร่วมงาน ตอนที่ฉันยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความเจ็บปวดจากการสูญเสีย รู้สึกเหมือนอยากให้ลมพัดฉันล่องลอยไปไกล ๆ
“แล้วเด็กคนนั้นจะไปอยู่กับใคร แต่งงานกันแค่ 10 เดือนเอง แม่ก็มาตายอย่างนี้ แล้วนี่เธอมีญาติข้างแม่คนอื่นที่จะมารับเลี้ยงเธอได้อีกหรือเปล่าเนี่ย” พวกเขากระซิบ แต่ก็ได้ยินไปทั่วราวกับเห็นฉันไม่มีตัวตน
แม่จากไปแล้ว ฉันจะทำอย่างไรดี จะอยู่กับใคร จะไปอยู่ที่ไหน ฉันคิดถึงแม่
น้ำตาของฉันไหลพรากลงมาข้างแก้มอย่างช้า ๆ ฉันยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นได้ไม่นานก็มีมือมือหนึ่งมาจับไหล่ของฉันไว้
“ลูเซียน” เขาจ้องหน้าฉันแล้วค่อย ๆ คุกเข่าลงดึงฉันเข้าไปกอดไว้กับอกแน่น
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะดูแลเธอเอง ไม่ต้องไปไหน อยู่กับฉันนี่ล่ะ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันรักเธอ นาตาลี” ลูเซียนพูดข้างหูฉันก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากของฉันเบา ๆ
คำพูดนั้นและรอยจูบนั้นช่วยชีวิตของฉันไว้…
สิบปีต่อมา…
ตอนนี้ฉันอายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาปริญญาตรีปีสุดท้าย สิบปีผ่านไปเร็วมาก ฉันเติบโตเป็นสาวที่มีอนาคตไกลและยังอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงอยู่หลังจากที่แม่เสียชีวิตไปแล้ว
ลูเซียนเลี้ยงดูฉันเป็นอย่างดี เป็นพ่อที่ดีมากกว่าที่ฉันคาดหวังไว้เสียอีก ฉันรู้สึกขอบคุณท่านในฐานะบิดาและครอบครัวคนเดียวของฉันมาตลอด จนกระทั่งฉันเรียนมัธยมปลาย ซึ่งเป็นตอนที่ฉันต้องการเขามากกว่าแค่ในฐานะพ่อเลี้ยง
“นาตาลี วันนี้กลับมากินข้าวเย็นที่บ้านนะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ลูเซียนโทรศัพท์มาหาฉัน น้ำเสียงของเขาตื่นเต้น หรือเขาอาจจะอยากคุยเรื่องเกี่ยวกับการฝึกงานที่แล็บ
“ได้ค่ะ ฉันกลับตรงเวลาแน่นอน เจอกันนะคะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงยินดี
ฉันชอบคุยกับพ่อเลี้ยง อยู่กับเขาแล้วมีความสุข ฉันวางหูแล้วฉีกยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ฉันจะได้กินข้าวเย็นกับเขา ได้ฟังเขาเล่าเรื่องโน่นเรื่องนี้ ได้หัวเราะไปกับเขาและได้เห็นรอยยิ้มของเขา การได้อยู่กับเขาทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงเสมอ
…..
“ลูเซียน…ฉันกลับมาแล้ว!” ฉันตะโกนบอกเขาตอนเดินเข้าประตูบ้าน สาวใช้ประจำบ้านเดินเข้ามาหยิบกระเป๋ากับเสื้อคลุมของฉันไปแขวนให้
หลังจากฉันเรียนจบมัธยมปลาย ฉันก็เริ่มไม่อยากเรียกพ่อเลี้ยงว่าพ่อแล้ว พวกเราเลยเริ่มเรียกกันและกันด้วยชื่อแทน ซึ่งทำให้ฉันดีใจมาก ฉันเดินเข้าไปหาเขาที่ห้องอาหารเพราะคิดว่าเขาคงจะนั่งรอฉันอยู่ที่นั่น
“สวัสดีจ๊ะ ฉันชื่อแอนเจล่า!ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ นาตาลี” ผู้หญิงผมสีบลอน ตาสีฟ้า ทรวงอกและก้นของเธองอนใหญ่มาก เธอเดินเข้ามาทักทายฉันด้วยท่าทางเป็นมิตรเอามาก ๆ
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนาตาลี ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” ฉันตอบอย่างสุขภาพพร้อม ๆ รอยยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่ฉันจะฝืนได้ ฉันถูกฝึกให้ยิ้มแบบนี้มาตลอด เป็นยิ้มที่พวกเราใช้เวลาเข้าสังคม ในขณะที่ตาก็ควานหาลูเซียนไปด้วย ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในห้อง แล้วเขาไปอยู่เสียที่ไหนล่ะ แล้วผู้หญิงคนนี้คือใครกัน
พวกเราสองคนนั่งรอกันอยู่เงียบ ๆที่โต๊ะอาหาร พ่อบ้านเอาอาหารทั้งสามคอร์สมาเสริ์ฟให้เต็มโต๊ะ หลังจากนั้นไม่นานลูเซียนก็เดินเข้ามา ขอบคุณพระเจ้า!!!ฉันกำลังรู้สึกอึดอัดอยู่พอดีเพราะไม่รู้จะคุยอะไรกับผู้หญิงคนนี้ดี
“นาตาลี คุณกลับมาแล้ว ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ๊ะ มะ ๆ ให้ฉันแนะนำแขกแสนสวยคนพิเศษของเย็นนี้ นี่คือแองเจล่า เธอเป็นคู่หมั้นของฉัน แองเจล่า นี่คือลูกสาวฉัน นาตาลี” ลูเซียนหันมามองฉันพร้อมกับรอยยิ้มแบบปลาบปลื้มยินดี ผิดกับฉันที่แทบจะยิ้มไม่ออก
ถ้าโลกจะแตกจริง ๆก็ขอให้แตกตอนนี้เลยก็แล้วกัน
พวกเราสามคนนั่งคุยกันเรื่องสัปเพเหระ ฉันทำท่าทางสนอกสนใจอย่างที่ถูกสอนมาหากในหัวสมองว่างเปล่าเพราะรู้สึกช็อกกับข่าวที่ลูเซียนบอก
ลูเซียนหันมามองหน้าฉันเป็นพัก ๆเพราะรู้ว่าฉันยังรับไม่ได้กับข่าวดีอย่างที่เขาคาดหวังไว้
…..
“นาตาลี หนูกำลังหาที่ฝึกงานอยู่ใช่ไหม มาทำกับบริษัทของครอบครัวฉันสิ จะได้เรียนรู้ธุรกิจภายในครอบครัว ฉันจะบอกอาเอ็ดเวิร์ดให้ เขาเกริ่นไว้เหมือนกันว่าหนูต้องได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลยถ้าได้ทำงานที่แล็ปกับเขา ฉันไม่ได้บังคับนะ แต่คิดว่าถ้าหนูตกลง คงจะดีไม่น้อย” ลูเซียนเอ่ยเชิญชวนด้วยรอยยิ้มพริ้มเพราเช่นเคย ฉันแทบไม่สนใจเรื่องที่เขาพูดด้วยซ้ำ แค่เห็นรอยยิ้มของเขา ฉันก็ยอมทำทุกอย่างอยู่แล้ว
“ได้ค่ะ ดีเหมือนกัน ฉันจะได้เรียนรู้เรื่องธุรกิจไปด้วย” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ
“ดี ๆหลังเลิกงานคืนนี้เอ็ดเวิร์ดจะมาคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกงานและตำแหน่งที่หนูต้องทำ มีอะไรก็ถามเขาได้ทุกเรื่องเลยนะ” ลูเซียนเอ่ยเสียงเรียบ
หลังจากอาหารเย็นเสร็จ ฉันก็ขอตัวขึ้นไปห้องนอนพร้อมกับบอกแม่บ้านฉันอยากอยู่ในห้องคนเดียว ไม่อยากให้ใครมารบกวน
พอฉันไปถึงห้องฉันก็ปล่อยน้ำตาที่กั้นไว้ให้ไหลพรากออกมาไม่ยอมหยุด ลูเซียนกำลังจะแต่งงานใหม่ กับผู้หญิงคนอื่น
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีแฟน สมัยก่อนเขาก็มีคบกับผู้หญิงหลายคน แต่ฉันไม่สนใจเพราะรู้ว่ายังไงก็คงคบกับพวกหล่อนไม่นาน ไม่คิดเลยว่าในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ฉันต้องสละลูเซียนให้กับผู้หญิงอีกคน
ก๊อก..ก๊อก…
“นาตาลี นี่ฉันนะ”
เฮ้อ…ลูเซียนมา ไอ้น้ำตาเจ้ากรรมก็ยังไม่ยอมหยุดไหลสักที
“เข้ามาค่ะ” ฉันเอ่ยตอบไป
ลูเซียนเปิดประตูห้องแล้วค่อย ๆ เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ฉันบนเตียง