ตอนที่ 1338
บทที่ 1444 คุณแจ้ง คุณตัดสิน!
October 22, 2026
บทที่ 1444 คุณแจ้ง คุณตัดสิน! แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทที่สุดในที่นี้น่าจะมีแค่เซวียเจิ้งเริ่นแล้ว! เขาในเวลานี้ขมวดคิ้ว แน่นครุ่นคิดถึงคำพูดของเฉินชาง เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่าง แต่ก็เหมือนคว้าเบาะแสเสี้ยวนั้นไม่ได้สักที!อย่างไรเสียแผนกประสาทวิทยากับแผนกศัลยกรรมประสาทก็แตกต่างกัน ถ้าแพทย์แผนกศัลยกรรมประสาทเก่งกว่าแพทย์แผนกประสาทวิทยา คุณจะให้คนเข้าทำอะไรละ ความซับซ้อนของระบบประสาทกำหนดให้มีความยากในการวินิจฉัยสูง! ระดับความยากในการผ่าตัดของแผนกศัลยกรรมประสาทไม่มีแผนกไหนเทียบติด! บางทีคนมากมายยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างอายุรศาสตร์กับศัลยกรรมพูดแบบชัดเจนหน่อย ในการรักษาทางการแพทย์ ความแตกต่างของอายุรศาสตร์กับศัลยกรรมก็คือต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือไม่ สิ่งที่แพทย์ศัลยกรรมแสวงหาเป็นหลักทั้งชีวิตก็คือการฝึกทักษะมีดให้เก่งทำการผ่าตัดที่คนอื่นไม่ถนัดได้ดี! แต่จุดสูงสุดของอายุรศาสตร์ก็คือเทพเจ้าที่แค่มองก็รู้ ฝึกฝนดวงตาเฉียบคมคู่หนึ่ง หาเบาะแสเสมือนคลี่คลายปมในโรคภัยที่ซับซ้อน จากนั้นก็วินิจฉัยและวางแผนการรักษาให้สำเร็จ! มีคนพูดว่า ขอบเขตที่สูงที่สุดของแพทย์ศัลยกรรมก็คือการเป็นแพทย์อายุรศาสตร์! สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวินิจฉัยและการรักษาแบบอนุรักษนิยม!ตอนที่ทุกคนสงสัยและไม่เข้าใจ ในที่สุดเฉินซางก็เอ่ยปากพูด “ผมเคยเห็นสภาพเริ่มแรกของคุณซีดิสมาก่อน นั่นเป็นสภาพโคม่าก็จริง” “แต่…วันนี้ตอนราวน์วอร์ดเมื่อเช้า ผมค้นพบความผิดปกติหนึ่งอย่าง”“เพราะผมพบว่าสถานการณ์ของเขาเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย!” “แล้วก็อย่างที่ศาสตราจารย์พูดเมื่อกี้ จู่ๆ คนไข้ก็ลืมตา” “นี่เป็นเบาะแสที่ทำให้ผมมั่นใจว่า ความจริงการลืมตานี้…”“เป็นอาการของวงจรการหลับตื่น!”คำพูดนี้ทำให้ทุกคนพากันลุกพรวดขึ้นมา!“วงจรการหลับตื่นหรือ!” “อย่างนี้นี่เอง!”ชั่วขณะนั้น คนมากมายพลันเข้าใจแล้วว่าสถานการณ์เป็นยังไงกันแน่คนปกติล้วนมีวงจรการหลับตื่น!กระทั่งว่าเป็นหนึ่งในจังหวะดั้งเดิมภายในร่างกายคนที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพแต่โคม่าคืออะไร? โคม่าเป็นสภาพที่ไม่มั่นคง สัญญาณชีพขาดความเสถียรเป็นภาวะอันตรายของโรค! ภายใต้ภาวะนี้จะไม่มีวงจรการหลับตื่นคนไข้โคม่าจะอยู่ในสภาพหลับตา!ดังนั้นภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ถึงแม้ซีดิสลืมตา แต่ไร้การตอบสนองต่อสิ่งเร้าไม่พูดจา ไม่เคลื่อนไหว ไร้อารมณ์! นี่ไม่ใช่เรื่องดีอะไร!เฉินชางพูดต่อ “นี่หมายความว่า คนไข้มีอาการที่เรียกว่าสภาพผักเรื้อรัง!”“สภาพผักเรื้อรังแตกต่างจากสภาพผักธรรมดา”“แต่กลับแสดงออกคล้ายคลึงกับโคม่า ถึงขั้นว่าถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโคม่าได้ง่ายมาก!”“อีกทั้งผู้ป่วยที่ตอนแรกอยู่ในสภาพโคม่า หลังผ่านระยะเวลาที่แตกต่างกัน”“จะค่อยๆ พัฒนาเป็นสภาพนี้”“ฉะนั้นเมื่อไรที่คนไข้มีวงจรการหลับตื่น ก็ไม่มีอาการโคม่าที่แท้จริงแล้ว”“แต่เป็นการเข้าสู่สภาพผักเรื้อรัง!”เฉินชางอธิบายชัดเจน หลังได้ยินคำว่าสภาพผักเรื้อรังทุกคนก็พลันเข้าใจว่าเฉินชางถอนหายใจทำไม!แต่ตราบใดที่เข้าใกล้สภาพผัก จะมีกี่วิธีที่รักษาได้กัน?!อาการโคม่าปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้แล้วทำการกู้ชีพได้แต่เมื่อไรที่เข้าสู่สภาพผักเรื้อรัง กลับจะมีความยากสูงขึ้นมาก!มิหนำซ้ำนี่ก็สอดคล้องกับอาการป่วยของคนไข้!โดยทั่วไปในสาเหตุของสภาพผักเรื้อรัง การได้รับบาดเจ็บเฉียบพลันเป็นสาเหตุที่พบเห็นบ่อยที่สุด นี่สอดคล้องกับการวินิจฉัยอาการป่วยของคนไข้!หลังอาบาเต้ได้ยินแบบนั้นก็ค่อยๆ เข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาถึงแม้เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าอะไรคือสภาพผักเรื้อรัง