ตอนที่ 1393
บทที่ 1500 เจ้าเฉินไรเดียงสา!
October 22, 2026
เฉินชางได้ยินคำพูดนี้ก็อึ้งไปทันที! ไม่ใช่สิ วันนี้เป็นวันที่หัวหน้าอวี่แสดงธาตุแท้ไม่ใช่หรือ ถึงอย่างนั้นโกรธถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะปลอมได้อีกหรือ
“ไม่หรอกมั้ง อวี่หย่งกังโกรธจริงๆ!”
เหล่าหม้าดื่มนมหมดขวดในทีเดียว ก่อนจะเลียริมฝีปากพร้อมเผยรอยยิ้ม “คุณคิดว่าคนที่เป็นหัวหน้าจะโง่เขลาขนาดนี้เหรอ เจ้าเฉินไรเดียงสา! ผมจะบอกให้นะ อวี่หย่งกังเจ้าแผนการมาก! แกล้งทำเป็นโกรธเพื่อข่มขู่เท่านั้นแหละ คุณนะ… ไรเดียงสาเกินไป!”
พูดถึงตรงนี้ เหล่าหม้ามองเฉินชางพร้อมกระซิบ “ผมจะบอกให้นะ เยวเลี่ยง คนนี้อยู่มานานแล้ว ร้ายกาจมาก! แต่คนส่วนใหญ่ล้วนเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าแผนกฉุกเฉินที่สองจะยกทีมกู้ชีพด้านการศัลยกรรมประสาทให้เราเหรอ หัวหน้าอวี่นะ ใช้โอกาสในวันนี้ให้เป็นประโยชน์ ได้ปั่นเยวเลี่ยงพอดี คิดไม่ถึงว่าเยวเลี่ยงคนนี้จะติดกับ!”
เฉินชางมองอวี่หย่งกังอย่างตกใจ เห็นเขาลุกขึ้นพร้อมกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย จู่ๆ ก็รู้สึกว่าที่เหล่าหม้าพูดเป็นเรื่องจริง! เฉินชางอดกลืนน้ำลายไม่ได้ เมืองหลวงแผนการลึกล้ำขนาดนี้เลยหรือ! ผมจะกลับชนบท!
วิธีของอวี่หย่งกังได้ตัดปัญหาอย่างเด็ดเดี่ยว ตอนนี้เอง เหล่าหม้าถอนหายใจ “เฮ้อ… แผนกฉุกเฉินก็มีแค่ผมนี่แหละที่อ่านทุกอย่างออก เหงา… ชีวิตช่างเหงาดั่งฤดูหิมะ”
แม้เฉินชางไม่เข้าใจคำว่าชีวิตช่างเหงาดั่งฤดูหิมะ แต่เขาเห็นท่าทางยั่วโมโหของเหล่าหม้า เขารู้สึกว่า ฟ้าผ่าอาจจะเหมาะกว่าหิมะ
ทว่าอยู่ดีๆ ตนก็ได้กลายเป็นหัวหน้าทีมของฝ่ายศัลยกรรมประสาทแผนกฉุกเฉินเสียแล้ว! เฉินชางมองเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนที่ถูกย้ายมาพร้อมกันอย่างงุนงง ก็ตัดสินใจเข้าไปทักทายทุกคน ถึงอย่างไรการรับตำแหน่งอย่างกะทันหันแบบนี้ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ตัวเขาเองยังตั้งตัวไม่ทัน!
ตอนที่เฉินชางเข้าไปทำความรู้จัก ทุกคนก็ถือว่าให้ความสนใจอย่างมาก ถึงอย่างไรการได้ทำงานกับศาสตราจารย์เฉิน เล่าให้ใครฟังก็ถือว่าได้หน้าได้ตา แต่สิ่งเดียวที่ไม่ค่อยดีคือ ระดับความสามารถในด้านการศัลยกรรมประสาทของศาสตราจารย์เฉินเป็นอย่างไร! เรื่องนี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นและกังวลอย่างบอกไม่ถูก! แม้เยวเลี่ยงมักสร้างปัญหา แต่อย่างน้อยก็มีความสามารถ ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นแบบนี้
ตอนนี้โดยพื้นฐาน หวงปืนไหถือว่าหายแล้ว เห็นเฉินชางมา เขาก็ดีใจมาก ทว่า ทุกคนก็ใจเย็น ถึงอย่างไรฝ่ายศัลยกรรมประสาทแผนกฉุกเฉินก็ดูแลแค่คนไข้ที่อาการวิกฤต ส่วนที่ซับซ้อนจริงๆ ให้แผนกศัลยกรรมประสาทจัดการด้วยตัวเอง มีอะไรที่ไม่เข้าใจก็ยื่นขอปรึกษาเคส
หลังจากเยวเลี่ยงออกจากแผนกฉุกเฉินก็ตรงไปหาผู้อำนวยการโรงพยาบาล ทว่า… ครั้งนี้เยวเลี่ยงถูกย้ายไปที่แผนกศัลยกรรมประสาท! เรื่องนี้ทำให้เขาอึ้งไป! หลังจากไปแผนกศัลยกรรมประสาท เยวเลี่ยงก็จะเป็นแค่หัวหน้าแพทย์ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมแล้ว แบบนี้ เขายังจะหาผลประโยชน์จากใครได้ ทว่าเขาเสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เขาทําได้เพียงแค่ย้ายไปแผนกศัลยกรรมประสาทเป็นการชั่วคราว ตอนนี้เขาได้แต่ฝากความหวังไว้ที่เฉินชาง ถึงอย่างไร… เขาไม่คิดว่าเฉินชางเป็นหัวหน้าทีมแล้ว จะนำทีมออกมาให้ดีได้
การจะฝึกศัลยแพทย์ระบบประสาทคนหนึ่งต้องใช้เวลานานมาก ต่างจากแผนกอื่น
วันนี้สายจากแผนกฉุกเฉินปลุกเฉินชางตื่น“ศาสตราจารย์เฉิน กล้ามเนื้อลูกชายเลขาเติ้งขาด คุณมาเย็บหน่อยครับ!”ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งครึ่งแล้ว เฉินชางพลิกตัว ลุกจากเตียงอย่างระมัดระวัง ไม่กล้ารบกวนฉินเยว่ เลขาเติ้งไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นเลขาของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน ถ้าพูดถึงฐานะ ไม่ได้ต่ำไปกว่าอูถงผู่ ทว่าเติ้งเกาหย่วนคนนี้ยังเป็นอธิบดีของสำนักงานควบคุมยาแพทย์แผนจีน เพราะฉะนั้นความจริงแล้ว ตำแหน่งไม่ต่ำเลย
หลังจากมาถึงโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ เฉินชางเห็นเติ้งเกาหย่วนนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมใบหน้าอมทุกข์ เอามือกุมใบหน้า ถอนหายใจไม่หยุด ภรรยาที่อยู่ข้างๆ ยิ่งน้ำตาอาบหน้า