ตอนที่ 345
บทที่ 346
October 22, 2026
บทที่ 346 ถึงกับมาทำตัวเสแสร้งที่แผนกฉุกเฉินเชียว! ในมือใครบ้างไม่กุมชะตาชีวิตของคนอื่นไว้
เฉินชางยืนอยู่ตรงมุมกำแพงด้วยท่าทางลับลับๆ ล่อๆ ปรายตามองไปยังชายที่อยู่ในห้องตรวจ
ทันใดนั้นเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย!
ไม่ใช่เด็กคนนั้นหรือ คนที่มาให้เขาเย็บแผลบนใบหน้าให้เมื่อหลายวันก่อนน่ะ ถึงกับมาขอเปลี่ยนยากับฉินเยว่เชียว เห็นได้ชัดว่าต้องการประกาศศึกสินะ
ผมควรก้าวออกไปเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองหรือเปล่า
เฉินชางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่กำลังจะเดินออกไปก็ได้ยินเสียงโอดครวญดังแว่วมา
“ซี้ดๆ…โอ๊ยๆ เบาหน่อย เจ็บ!”
“โอ๊ย อะ…โอย เจ็บจัง…”
เฉินชางหยุดฝีเท้าลงทันที
อืม ไม่เลว!
ตนเองไปเปลี่ยนยาให้เขาไม่ได้ ต้องรู้ว่าการล้างแผลทำแผลของเขามีคุณสมบัติพิเศษ
คิดไปคิดมาเฉินชางก็รู้สึกว่าจะไปเอาเปรียบเด็กคนนี้ไม่ได้
คราวหน้าให้หวังเชียนมาช่วยเปลี่ยนยาเถอะ ให้เขาลงมือจะ ‘ปลอดภัย’ กว่า!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็ตัดสินใจรอให้เปลี่ยนยาเสร็จก่อนแล้วค่อยหารือเรื่องนี้กับฉินเยว่อีกครั้ง
ขณะที่เฉินชางเตรียมจะเดินออกไปด้วยใจสงบ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังแว่วมาจากด้านใน!
“เสี่ยวเยว่ เลิกงานแล้วว่างหรือเปล่าครับ” ชายคนนั้นแสยะยิ้มถาม
ฉินเยว่ส่ายหน้า “ไม่ว่างค่ะ”
ชายคนนั้นได้ยินก็ลังเลครู่หนึ่ง “คุณมีอคติกับผมเหรอ”
ฉินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ฉันต้องมีอคติกับนายด้วยหรือไง
“คุณคิดมากไปแล้วค่ะ…” ฉินเยว่ยิ้มอย่างอึดอัด
อีกฝ่ายได้ยินมาถึงตรงนี้ ดวงตาก็จ้องมองตรงไปที่ฉินเยว่ พูดออกมาด้วยท่าทางไร้เดียงสาว่า “ถ้างั้นทำไมคุณถึงได้ปิดกั้นผมขนาดนี้ล่ะ ผมรู้สึกได้!”
ฉินเยว่ถูกท่าทางหลงตัวเองของอีกฝ่ายทำเอาขำแทบตาย!
คุณไปหาแฟนคลับคลั่งรักของคุณเถอะ ขับรถสปอร์ตวนรอบมหา’ ลัยจะดีกว่าหรือเปล่า
นี่ถึงกับขับมาถึงประตูโรงพยาบาลเพื่อมาแสดงความเสแสร้งเชียว…
ฉินเยว่อดยิ้มไม่ได้ “จางฝาน คุณคิดมากไปหรือเปล่าคะ ฉันไม่จำเป็นต้องปิดกั้นคุณเลย”
ชายคนนั้นมองฉินเยว่ตรงๆ แล้วพูดว่า “คุณพูดเองนะ! พรุ่งนี้เป็นวันสุดสัปดาห์แล้ว ผมได้ยินคุณอาบอกว่าคุณไม่ต้องทำงาน ไปด้วยกันนะ…”
ยิ่งพูดชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกกระตือรือร้น
ฉินเยว่ไม่อยากพัวพันกับเขาจริงๆ เธอคิดว่าแผลบนใบหน้าเขาคงถูกสาวน้อยข่วนมาสินะ
เธอกับจางฝานรู้จักกันตั้งแต่เด็ก พ่อของเขาทำบริษัทยา ครอบครัวร่ำรวยมาก ทำธุรกิจกับโรงพยาบาลอันดับสองมาตลอด ดังนั้นทุกปีใหม่หรือเทศกาลก็จะมาเยี่ยมหาบ่อยๆ แต่จางฝานคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร เพื่อนของฉินเยว่เคยพูดกับเธอแล้วว่าให้อยู่ห่างเขาสักหน่อย
ฉินเยว่เห็นเขากระตือรือร้นขนาดนี้ก็พูดไปตามตรงว่า “เอาละ จางฝาน แผลหายแล้วลืมความเจ็บปวดหรือไงคะ ทำไมไปทำร้ายจิตใจสาวน้อยจนถูกข่วนแบบนี้ได้ล่ะคะ”
จางฝานเห็นฉินเยว่ถามเช่นนี้ก็อดพูดไม่ได้ว่า “เสี่ยวเยว่ คุณอย่าฟังคำพูดไร้สาระของคนอื่นนะ คนพวกนั้นอยากให้ผมมีเรื่อง ตอนนี้ผมพยายามทำงานอยู่ ฉินเยว่ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปดูบริษัทของผม เป็นบริษัทสื่อบันเทิงสมัยใหม่…”
ฉินเยว่รีบหยุดไว้ทันที “พอๆๆ ฉันต้องเตรียมตัวสอบ ไม่มีเวลาไปดูบริษัทคุณหรอกค่ะ”
เดิมทีฉินเยว่ก็มีนิสัยตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ไม่ชอบทำเป็นเล่น เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ของจางฝาน ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “อีกอย่าง ถ้าฉันจะหาแฟนก็จะหาคนที่ทำอาชีพเดียวกัน หรือคนที่เรียนหมอ คุณอย่าคิดเพ้อเจ้อไปเลยค่ะ”
พูดจบฉินเยว่ก็ล้างมือ “นอกจากนี้แผลที่หน้าของคุณก็ไม่ต้องเปลี่ยนยาทุกวัน แล้วฝีมือของฉันก็มีจำกัด คุณไปให้หมอเฉินทำให้เถอะ คนที่ผ่าตัดให้คุณน่ะ คุณจะมาหาฉันทำไมคะ”
เฉินชางที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกได้ยินดังนั้นก็ปลื้มปริ่มเหมือนกับได้กินน้ำผึ้ง!
ไม่สิๆ! ไม่ถูก!
จะพูดให้ถูกก็คือตอนนี้เฉินชางเหมือนผู้ป่วยน้ำตาลในเลือดต่ำที่จู่ๆ ก็ได้ยินคำพูดหวานหยดย้อยรัวๆ จนกระตุ้นค่าน้ำตาลในเลือดให้เพิ่มสูงขึ้น!
สบายไปทั้งตัว!
ขณะที่เฉินชางกำลังจะหมุนตัวเดินจากไปด้วยความพึงพอใจนั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังแว่วมาจากข้างในว่า
“จางฝาน ทำอะไรน่ะ! ปล่อยฉันนะ!”