ตอนที่ 959
บทที่ 961 ผู้ป่วยหนีอีกแล้ว!
October 22, 2026
เหล่าหม่าถึงกับเตรียมบทไว้แล้ว! ถึงตอนนั้นถ้าผ่าตัดอยู่แล้วจู่ๆ เฉินชางพบว่าผ่าตัดยากเกินไป จนคลี่คลายไม่ได้ คราวนี้ตนก็จะยืดตัวขึ้นมารับหน้าที่นำทีม แล้ว ผ่าตัดให้ลุล่วงด้วยความช่วยเหลือของหลี่เยว่! …… อืม ที่จริงบทก็สมบูรณ์ดี ติดอยู่อย่างเดียวคือเฉินชางอาจจะ เสียหน้านิดหน่อย พอคิดถึงตรงนี้ สายตาที่หม่าเยว่ฮุยมองเฉินชางก็เจือแวว ละอายใจขึ้นมานิดหน่อย! หม่าเยว่ฮุยรอจนเปลี่ยนเวรเสร็จแล้วมองเฉินชางที่อยู่ข้างๆ จากนั้นจึงยิ้มให้ “เสี่ยวเฉิน ไม่ต้องกดดันนะ ถึงตอนนั้นยังมีผมอยู่” เฉินชางพยักหน้า ต้องพาหัวหน้าหม่าไป! ถึงยังไง…ช่วงสำ คัญยังต้องให้เขาผ่า “ครับ รบกวนหัวหน้าหม่าด้วยครับ”ตอนนี้อวี๋หย่งกังก็เดินมาหา เขามองเฉินชางแล้วหน้าแดง อย่างพบเห็นได้ยาก จากนั้นจึงกระแอม “เสี่ยวเฉิน คุณออกมา หน่อย” ที่จริงอวี๋หย่งกังผิวเข้มมาก หน้าแดงแล้วดูไม่ออกเลยสักนิด แต่…เจ้าหม่าเซอะซะเป็นใคร เขาเป็นคนที่อยู่กับเหล่าอวี๋มาหลายปี แล้ว มองปราดเดียวก็ดูออก! “เหล่าอวี๋ ทำไมคุณหน้าแดงล่ะ เป็นภูมิแพ้หรือ” เหล่าอวี๋ถลึงตาใส่หม่าเยว่ฮุย “พูดให้มันน้อยหน่อย แล้วก็ ทำให้มันมากหน่อย คุณว่างมากหรือไง” หม่าเยว่ฮุยผงะไป ใช่เลย คุณต้องเป็นแบบนี้ละ! แต่…พอเห็นเหล่าอวี๋เรียกเฉินชางออกไป หม่าเยว่ฮุยก็นึกได้ ว่าที่เหล่าอวี๋หน้าแดงเหมือนมีความละอายใจเพิ่มขึ้นมา ทันใดนั้น เขาจึงมั่นใจในความคิดของตัวเอง ต้องเป็นเพราะเหล่าอวี๋คิดว่าต้องทำให้เฉินชางเสียหน้าเลย รู้สึกผิดแน่ๆ…เฉินชางพยักหน้าแล้วตามอวี๋หย่งกังออกไปด้านนอก อวี๋หย่งกังออกมาแล้วจึงยิ้มให้อย่างหาได้ยาก เขามองเฉินชาง “เสี่ยวเฉิน ผมได้ยินจากซุนกว่างอวี่ว่าคุณกำลังเขียนหนังสือหรือ คู่มือส่องกล้องนี่เรื่องจริงหรือเปล่า” เฉินชางพยักหน้า “จริงครับ คิดร่างเสร็จแล้ว ถึงตอนนั้นต้อง รบกวนหัวหน้าอวี๋ช่วยผ่านร่างให้ด้วยนะครับ” อวี๋หย่งกังได้ยินแล้วหัวเราะทันที “พูดได้ดีๆ!” เขาพบว่าการสนทนากับคนฉลาดเป็นเรื่องง่าย!เดี๋ยวเดียวก็หันหลังจากไป แถมยังพูดเรื่องสำ คัญด้วยคำไม่กี่คำด้วย!หม่าเยว่ฮุยแอบมอง พอเห็นเหล่าอวี๋ฉีกยิ้มแล้วจึงอึ้งไปทันที!เหล่าอวี๋ถึงกับยิ้ม โดนของหรือไงอวี๋หย่งกังย่อมต้องดีใจ เฉินชางให้ตัวเองมาผ่านร่างหนังสือมีนัยยะชัดเจนว่าต้องการให้เขาร่วมตรวจแก้หนังสือ การเข้าร่วมกองบรรณาธิการคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้วดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถามอะไรอีก!คนเราพอเจอเรื่องดีก็เบิกบานใจ เหล่าอวี๋ก็ดีใจมากจริงๆจู่ๆ ตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าเฉินชางเป็นดวงดาวนำโชคของตนและสำ หรับเฉินชางแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลยสักนิด กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียมากกว่าหนังสือเล่มหนึ่งยิ่งมีกองบรรณาธิการมากก็ยิ่งมีอิทธิพล นี่ยิ่งแสดงให้เห็นว่าหนังสือเล่มนี้มีความสำ คัญขนาดไหนพอคิดถึงตรงนี้ เฉินชางจึงยิ้มออกมา…………ขณะที่กำลังจะเลิกงานตอนกลางวัน ชายอ้วนเตี้ยคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลหยางเจี๋ยเห็นดังนั้นแล้วตาลุกวาวทันทีตายละ เจ้าเด็กคนนี้กลับมาแล้ว ค่าตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจคราวก่อนฉันยังไม่ได้คิดเงินกับเธอเลย!หยางเจี๋ยรีบเรียกไว้ “เหอเจิ้ง ค่าตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจคราวก่อนคุณยังไม่จ่ายแล้วก็หนีไปเลยนี่”เหอเจิ้งก้มตัว “จ่ายครับๆๆ ผมก็มาแล้วไม่ใช่หรือ เร็วเข้า ทำนัดให้ผมที ผมปวดท้องครับ”หยางเจี๋ยจึงเตือนเสียหน่อย พอเห็นว่าชายคนนี้ยืนก้มตัวค้ำเคาน์เตอร์พยาบาล เธอก็รีบไปเรียกหมอเวรที่แผนกตอนนี้เฉินชางก็อยู่พอดี “หมอเฉิน ผู้ป่วยคนนั้นมาอีกแล้วค่ะ!”เฉินชางชะงัก “คนไหนครับ”หยางเจี๋ยเอ่ยทำหน้าไม่ถูก “ก็คนนั้นไงคะ…ผู้ป่วยปวดท้องที่หนีไปเมื่อสองวันก่อน ให้ตายสิ คุณออกมาก็รู้แล้วค่ะ คนที่หน้าตามีเอกลักษณ์คนนั้นน่ะ!”เฉินชางจึงอดหัวเราะไม่ได้ หน้าตามีเอกลักษณ์หรือคำคุณศัพท์นี้แปลกใหม่ดีแฮะ…พอออกมาแล้ว เฉินชางก็เห็นชายอ้วนก้มตัวอยู่ รู้แล้วว่าใครเจ้าหมอนี่ ชายอ้วนที่เราออกไปตามหาแต่หาไม่เจอคนนั้น