ตอนที่ 11
บทที่ 11
October 6, 2026
เฉียวชิงหวั่นไม่ได้รีบร้อน นางย่อคำนับมู่ฉางชิงตามมารยาท จากนั้นหันไปชมดอกไม้ของนางต่อไป
บางเรื่องก็จะรีบร้อนไม่ได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ผลลัพท์ที่ตรงกันข้ามได้
รอนางทำยาที่ใช้รักษาอาการป่วยที่ขาของมู่ฉางชิงออกมาได้เสียก่อน แล้วค่อยมาคุยกันเรื่องอื่น
เซียวเฉินอี้มองไปที่เขาอย่างอ่อนใจ จากนั้นหันกลับมาอธิบายกับน้องสาวทั้งสองคนว่า "ฝากบอกท่านแม่กับท่านยายที ว่าจื่อเซวียนกับข้ามีธุระจะต้องออกไปข้างนอกก่อน"
“เช่นนั้นก็ น้อมส่งอ๋องเสียนเจ้าค่ะ”
หลังจากที่ทั้งสองเดินจากไปแล้ว เซียวอวี่หานก็พูดด้วยนำ้เสียงที่กดให้เบาลงว่า "น้องหวั่น เจ้าไม่คิดว่าท่านอ๋องเสียนจะเย็นชาเกินไปหน่อยหรือ?"
เฉียวชิงหวั่นรู้สึกประหลาดใจมาก ขุนนางน้อยใหญ่ในเมืองหลวงต่างกล่าวกันว่าอ๋องเสียนนั้นมีนิสัยอ่อนโยน พูดคุยด้วยง่าย คิดไม่ถึงว่าพี่หานจะคิดเห็นแตกต่างจากคนอื่น ๆ
เซียวอวี่หานอธิบายว่า "ท่านอ๋องเสียนคนนี้ให้ความรู้สึกกับข้าเหมือนมีระยะห่างเสมอ เขาไม่เคยสนิทสนมกับใคร และรอยยิ้มของเขาก็แฝงไปด้วยความหมางเมิน"
“เขาเป็นคนใจดีคนหนึ่ง” เฉียวชิงหวั่นเอ่ยชมอย่างจริงใจ
“อัยยะ ข้าไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่ข้าแต่รู้สึกกลัวเขานิดหน่อย” เซียวอวี่หานรู้สึกเขินเล็กน้อย
เฉียวชิงหวั่นจึงเพิ่งจะเข้าใจว่า มิน่าตอนที่อ๋องเสียนยังอยู่ นางแทบไม่เอ่ยปากพูดเลย
“ลูกหวั่น จะมีงานฉลองบุพผาจันทราในอีกสองวัน เจ้าไปร่วมกับงานเลี้ยงข้าเถอะ?” เซียวอวี่หานออกปากเชิญชวนอย่างกระตือรือร้น
"ช่างเถอะ" เฉียวชิงหวั่นส่ายหัวแล้วพูดว่า "ข้าไม่ไปจะดีกว่า"
เซียวอวี่หานนึกว่านางรู้สึกอับอายเพราะแผลเป็นบนใบหน้า จึงเกลี้ยกล่อมว่า"น้องหวั่น ข้าสัญญา ว่าถ้าหากมีใครกล้าหัวเราะเยาะเจ้า ข้าจะต่อยมันให้ฟันร่วงเอง! เจ้าไปเป็นเพื่อนข้าหน่อยเถอะ แม่หญิงในตระกูลสูงศักดิ์พวกนั้นช่างน่าเบื่อโดยแท้ "
“ดูผิวเผินเหมือนจะสนิมสนมกันมาก แต่ลับหลังกลับดูถูกเหยียดหยามกัน มันน่าโมโหชะมัด!”
เฉียวชิงหวั่นเตรียมจะไปตรวจสอบคลังเสบียงด้วยตัวเอง จึงส่ายหัวและพูดว่า "ไว้คราวหน้าเถอะ ข้ามีธุระต้องทำจริง ๆ ไม่งั้นข้าต้องไปกับพี่แน่นอน"
เมื่อเห็นท่าทีที่หนักแน่นของนาง เซียวอวี่หานก็พยักหน้าและพูดว่า "ก็ได้"
ท่านพ่อก็จะกลับบ้านวันนี้แล้ว เฉียวชิงหวั่นต้องรีบกลับบ้านก่อน นางไปบอกลาท่านยายและท่านป้าแล้วจึงตรงกลับไปที่บ้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน ก็มีนางกำนัลบอกกับนางว่าท่านพ่อมาถึงแล้ว ตอนนี้กำลังพักอยู่ที่เรือนของท่านแม่!
เฉียวชิงหวั่นรีบวิ่งไปทันที และได้ยินเสียงที่เล็กออดอ้อนของเฉียวซือโหรวที่ดังออกมาตั้งแต่หน้าประตู
“ท่านพ่อ ในที่สุดท่านพ่อก็กลับมาสักที ข้าคิดถึงพ่อทุกวันเลย เฝ้ารอให้ท่านพ่อกลับมาเร็ว ๆ!”
เฉียวชิงหวั่นรู้สึกนางปากหวานจริง ๆ ไม่แปลกที่ท่านพ่อจะรักนางมาก
เมื่อนึกถึงท่านพ่อที่ต้องถูกตัดหัวต่อหน้าประชาชนในชาติที่แล้ว ตาของนางก็แดงขึ้นมาทันที นางเดินเข้าไปในเรือน ตะโกนด้วยเสียงแหบแห้งว่า "ท่านพ่อ"
พ่อตอนนี้ยังคงเป็นชายหนุ่มผมสีดำที่ดูกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ
ตั้งแต่ที่นางเสียโฉม นางก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ท่านพ่อปกติที่เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว จากนั้นมาก็ยิ่งเข้าหานางไม่ได้อีกเลย
ในชาติที่แล้วนางหลงไปกับคารมณ์หวาน ๆ ของซ่งมู่ซือ ราวกับโดนผีบังตา คิดเพียงแต่อยากจะแต่งงานกับเขาเท่านั้น เพื่อการแต่งงาน นางถึงกับทะเลาะกับท่านพ่อครั้งใหญ่
ในวันที่ท่านพ่อตกลงให้นางแต่งงาน ชายอกสามศอกถึงกับหลั่งน้ำตา ตอนนั้นเฉียวชิงหวั่นยังภูมิใจเป็นอย่างมาก นางรู้สึกว่าอนุเย่ว์พูดถูก ขอเพียงนางไม่ยอมแพ้ สักวันท่านพ่อจะต้องยอมตกลงเพื่อความสุขของนาง
หลังจากแต่งงานไป ทุกครั้งที่นางกลับไปที่บ้านท่านพ่อท่านแม่ นางจะขอร้องให้ท่านพ่อช่วยสนับสนุนซ่งมู่ซือทุกครั้ง
แม้ท่านพ่อจะไม่ได้ตอบตกลง แต่เขาก็แอบช่วยซ่งมู่ซือไปไม่น้อย
แต่หมาเลี้ยงไม่เชื่องตัวนั้น หลังจากประสบความสำเร็จแล้ว นอกจากจะไม่คิดตอบแทนบุญคุณแล้ว ยังย้อนกลับมากัดท่านพ่ออีกด้วย ทำให้ท่านพ่อต้องตายไปด้วยความคับแค้นใจ!