ตอนที่ 12
บทที่ 12
October 6, 2026
เฉียวซือโหรวจึงรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที รีบพูดว่า "ไม่ต้องหรอก"
นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็กลัวว่าการปฏิเสธเมื่อครู่จะดูแข็งทื่อมากเกินไป จึงเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า "แม่อนุเชิญท่านหมอมาตรวจดูแล้ว ข้าจะกลับไปกล่อมให้นางพักผ่อนเยอะ ๆ เอง เช่นนั้นลูกขอตัวกลับก่อนนะ"
ในที่สุดคนที่เกะกะสายตาก็กลับไปเสียที เฉียวชิงหวั่นคล้องแขนท่านพ่อและท่านแม่เอาไว้คนละข้าง และดึงพวกเขาเข้ามาหากันด้วยท่าทีที่มีความสุขเป็นอย่างมาก "ไปบอกห้องครัวให้พวกเขาจัดสำรับมื้อใหญ่หน่อย คืนนี้เราจะรับประทานอาหารร่วมกันทั้งครอบครัว"
คุณพ่อเฉียวดีใจมากที่ในที่สุดลูกสาวก็ยอมนั่งทานข้าวกับพวกเขาสักที เขาพูดด้วยความดีใจว่า "พ่อรออาหารมื้อนี้ รอมาเกือบสองปีแล้ว"
“ท่านพ่อ อย่าพูดเช่นนั้นสิคะ”
เฉียวชิงหวั่นพูดอย่างรู้สึกผิด "อนุเย่ว์บอกว่าข้าเสียโฉมไปแล้ว หากข้าไปโผล่ให้ท่านพ่อเห็นหน้าบ่อย ๆ ท่านพ่อคงจะรู้สึกรังเกลียดข้ามากขึ้นทุกวัน..."
“นางพูดเหลวไหลทั้งนั้น เจ้าเป็นลูกสาวของพ่อ ลูกบาดเจ็บขนาดนี้ พ่อมีแต่จะปวดใจพอ ๆ กับลูก จะไปเกลียดลูกได้อย่างไร? ดูเหมือนนางจะล้ำเส้นมากเรื่อย ๆ แล้ว!” พ่อเฉียวเริ่มรู้สึกโกรธเคืองในตัวอนุเย่ว์เล็กน้อย
จนในที่สุดเฉียวฮูหยินก็คิดได้ ว่าการเปลี่ยนแปลงของลูกสาวในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ล้วนเป็นเพราะว่ามีอนุเย่ว์คอยเสี้ยมสอนอยู่เบื้องหลังนั่นเอง!
“นายท่าน ท่านยังไม่รู้ใช่หรือไม่ ว่าเย่ว์ผิงที่ร้านเฝ้าจันทร์ทำบัญชีเท็จ แต่ถูกลูกหวั่นจับได้เสียก่อน ในตอนแรกเขายังปากแข็งไม่ยอมรับความผิดอีก!”
เฉียวฮูหยินเล่าเรื่องทุกอย่างออกมาอย่างละเอียด
หลังจากได้ฟังเรื่องนี้ พ่อเฉียวก็พูดด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ตอนนั้นนางเอาแต่พูดว่าพี่ชายของนางดีอย่างนั้นอย่างนี้ ข้าก็คิดว่าเย่ว์ผิงคนนี้มีความสามารถอยู่บ้าง จึงตกลงให้ได้เขาลองทำดู คิดไม่ถึงว่าเย่ว์ผิงจะเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ ทั้งยังโลภมากจนกล้ายักยอกเงินทั้งที่ทำงานอยู่กับข้าเชียว?”
พ่อเฉียวยิ่งคิดเรื่องนี้ ยิ่งรู้สึกโกรธมาก "ต้องไปถามนางให้รู้เรื่องว่า นี่เป็นแผนใครกันแน่"
“นายท่าน อย่าเพิ่งใจร้อนไป” เฉียวฮูหยินรีบรั้งเขาไว้ “ทานข้าวเย็นเสร็จก่อนค่อยไปเถอะ”
ตอนนี้อนุเย่ว์คงกำลังตั้งหน้าตั้งตารอให้นายท่านไปหานางอยู่เชียว ก่อนหน้านี้เฉียวฮูหยินไม่สนใจนาง แต่ตอนนี้ไม่คิดจะปล่อยให้นางได้ทำตามใจอีกต่อไป
พ่อเฉียวกลับมาคิดดูอีกครั้ง กว่าลูกหวั่นจะแก้ปมในใจของนางออก จนตอนนี้สามารถมานั่งทานอาหารกับเขาได้แล้ว นี่ก็นับเป็นข่าวดีแล้ว ไว้เขาค่อยไปซักถามความจริงกับอนุเย่ว์ภายหลังก็ยังไม่สาย
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในขณะที่เฉียวชิงหวั่นกำลังนอนอย่างสะลืมสะลืออยู่นั้น ก็ถูกรบกวนด้วยเสียงที่ดังมาจากนอกห้องในเรือนจนนางหลับต่อไม่ลง
นางถามอย่างสงสัย "เสียงดังอะไรกันข้างนอก"
ลวี่จู๋ตอบว่า "คุณหนู คุณหนูรองมาเจ้าค่ะ โวยวายอยากจะเข้ามา พี่ซู่อีบอกไปว่าคุณหนูยังไม่ตื่น แล้วก็กันนางเอาไว้ด้านนอก บอกให้นางมาใหม่ในภายหลัง"
เฉียวชิงหวั่นดึงผ้าห่มขึ้นออกแล้วลุกขึ้นนั่ง "นางมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า"
“อาจเป็นเพราะอนุเย่ว์ถูกนายท่านลงโทษสถานหนักไปน่ะเจ้าค่ะ หลังอาหารค่ำเมื่อคืน นายท่านไปที่เรือนนั้นและโวยวายหนักมาก ไม่เพียงริบรอนสิทธิ์การดูแลส่วนกลางของอนุเย่ว์ ยังสั่งกักบริเวณนางเป็นเวลาสามเดือน และสั่งให้คุณหนูรองไปทำความเคารพฮูหยินที่เรือนทุกวันอีกด้วย"
คุณพ่อกำลังตั้งกฎในครอบครัวเสียใหม่ ให้อนุเย่ว์เข้าใจว่าอะไรที่คนฐานะอย่างนางควรทำหรืออะไรไม่ควรทำ
เฉียวชิงหวั่นคิดว่าน่าตลกสิ้นดี แค่โดนลงโทษเล็กน้อยแค่นี้ เฉียวซือโหรวก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วงั้นหรือ?
รอจนนางแต่งตัวเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้เฉียวซือโหรวเข้ามาได้
ทันทีที่เฉียวซือโหรวเดินเข้ามาในห้อง ก็เริ่มบ่นอย่างไม่พอใจทันทีว่า "ท่านพี่ ในที่สุดพี่ก็ตื่นสักที ข้ารอท่านพี่อยู่ข้างนอกตั้งนาน"
เฉียวชิงหวั่นค่อย ๆ นั่งจิบชาร้อนต่อไปอย่างช้า ๆ โดยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินที่นางพูด
“นางกำนัลในเรือนของพี่ชัดจะเหิมเกริมมากขึ้นทุกวันแล้วนะ” เฉียวซือโหรวพูดตำหนิอย่างไม่รู้สึกรู้สา “นางขวางเอาไว้ไม่ยอมให้ข้าเข้ามา แล้วบอกให้ข้ากลับไปรอก่อนอีก”
เฉียวชิงหวั่นไม่อยากจะเสียเวลาพูดกับนาง จึงเอ่ยถามตรง ๆ ว่า “เจ้ามีอะไรหรือ?"
ครั้งนี้เฉียวซือโหรวตั้งใจมาเรียกร้องคะแนนความสงสารแทนอนุเย่ว์ จึงไม่ได้กัดเรื่องเล็กเรื่องน้อยเมื่อครู่ไว้ไม่ปล่อย
“ท่านพี่ เมื่อคืนท่านพ่อไปที่เรือนแม่อนุของข้า เขาเกรี้ยวโกรธเป็นอย่างมาก ทั้งยังสั่งกักบริเวณนางอีกด้วย พี่ช่วยไปบอกกับท่านแม่ที ให้นางช่วยไปพูดขอร้องกับท่านพ่อให้แม่อนุเย่ว์ด้วย”
อนุเย่ว์โดนกักบริเวณก็สมควรแล้ว หากนางไม่โลภมาก มายักยอกเงินจากร้านเฝ้าจันทรา นางจะถูกลงโทษงั้นหรือ?
เฉียวชิงหวั่นคิดว่าการลงโทษนั้นน้อยเกินไปด้วยซ้ำ!
“ถ้าเจ้าอยากจะพูดก็ไปพูดเองสิ ทำไมข้าต้องไปด้วย?”
เฉียวซือโหรวตกตะลึง ก่อนหน้านี้ไม่ว่านางจะขออะไร เฉียวชิงหวั่นก็จะรับปากทุกครั้ง เหตุใดตอนนี้จึงเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน?