ตอนที่ 13
บทที่ 13
October 6, 2026
ปกติเฉียวซือโหรวให้ความสำคัญกับใบหน้าของนางมาก จึงแน่นอนว่านางไม่มีทางยอมให้ใบหน้าของนางมีความเสียหายแม้แต่น้อย
แต่ไม่รู้เพราะสาเหตุใด หลังจากที่นางตื่นมาจากการงีบหลับตอนบ่าย นางก็รู้สึกคันใบหน้าอย่างมาก
เมื่อนางลุกขึ้นมา ก็พบว่าใบหน้าของนางมีผื่นสีแดงขึ้นเต็มไปหมด ดูออกจะน่าขยะแขยง
“เกิดอะไรขึ้น?” เฉียวซือโหรวพูดอย่างตื่นตระหนก “รีบไปตามท่านหมอมา หน้าของข้าจะเป็นอะไรไม่ได้ นังแพศยา เจ้ายังยืนทื่ออยู่ตรงนั้นทำไมกัน?”
ตอนนั้นอวิ๋นเอ๋อร์จึงได้รีบล้มลุกคลุกคลานออกไปตามหมอมา
ซวงเอ๋อร์พูดปลอบโยนอยู่ข้าง ๆ ว่า "คุณหนูรอง ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ ข้าน้อยจะไปเชิญอนุเย่ว์มาที่นี่เดี๋ยวนี้"
เฉียวซือโหรวไม่มีเวลาจะมาสนใจว่านางพูดอะไรอยู่ นางลูบใบหน้าของตนด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด และพูดว่า "ตอนนี้ใบหน้าของข้าคันมาก ข้าควรจะทำอย่างไรดี!"
เมื่อซวงเอ๋อร์กลับไป นางก็รีบพูดนำ้เสียงตื่นตระหนกว่า "นายหญิง คุณหนูรองเกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
อนุเย่ว์ตวาดด้วยสีหน้าไม่พอใจ "รีบร้อนอะไรนักหนา เกิดอะไรขึ้นกับลูกเย่ว์"
“จู่ ๆ หน้าคุณหนูรองก็มีผื่นสีแดงขึ้นเยอะมาก กระจายเป็นวงกว้างมากด้วยเจ้าค่ะ”
ใบหน้าของผู้หญิงเป็นส่วนที่สำคัญมาก อนุเย่ว์ไม่สนใจเรื่องที่ตนยังถูกกักบริเวณอยู่ รีบวิ่งไปที่เรือนของเฉียวซือโหรวทันที
ตอนที่นางมาถึง หมอก็กำลังเตรียมตรวจดูอาการอยู่ด้านข้างแล้ว
เมื่ออนุเย่ว์ได้ยินเสียงกรีดร้องของลูกสาว นางก็ผลักหมอออกไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และถามด้วยความเป็นห่วงว่า "ลูกเย่ว์ เจ้าเป็นอะไรไป?"
เมื่อเฉียวซือโหรวได้ยินเสียงแม่ของตน ก็ร้องไห้โฮออกมาทันที "ท่านแม่..."
เมื่อนางหันหน้าไปหา อนุเย่ว์จึงมองเห็นใบหน้าของนางได้อย่างชัดเจนทันที นางมีผื่นแดงขึ้นอยู่ทั่วใบหน้า มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ บางส่วนยังทั้งบวมและแดงมากอีกด้วย
“ลูกเย่ว์ เจ้ากินอะไรไม่สะอาดมางั้นหรือ? เหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นแบบนี้ได้?”
เฉียวซือโหรวพูดด้วยนำ้เสียงอู้อี้ว่า "ข้าก็กินของปกติไม่ใช่หรือ? แม่ รีบไปบอกท่านพ่อให้เชิญหมอหลวงมาดูอาการให้ข้าที หน้าของข้าจะเป็นอะไรไปไม่ได้!"
อนุเย่ว์รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเฉียวซือโหรวก็เป็นแค่ลูกนอกสมรส การจะเชิญหมอหลวงมาตรวจรักษาให้ลูกนอกสมรสนับเป็นการล่วงเกินเป็นอย่างมาก
อวิ๋นเอ๋อร์ออกมาพูดช่วยแก้ไขสถานการณ์ "คุณหนู ให้ท่านหมอช่วยตรวจดูก่อนเถอะเจ้าค่ะ อาจจะเพียงแค่ทายา พรุ่งนี้ผื่นก็จะหายไปได้เองนะเจ้าคะ"
ได้ยินดังนั้น อนุเย่ว์ก็เลยยอมถอยออกมาและปล่อยให้หมอที่ถูกเบียดออกไปอยู่ด้านหลังเข้ามาเพื่อตรวจดูอาการ
ท่านหมอตรวจดูชีพจรให้เฉียวซือโหรวก่อนเป็นอย่างแรก และซักถามนางว่าวันนี้ตอนกลางวันนางทานอะไรเข้าไป
เฉียวซือโหรวถามอย่างร้อนใจว่า "เป็นอย่างไรบ้าง รักษาให้หายได้หรือไม่?"
“ไม่มีปัญหา นี่เป็นแค่อาการแพ้ทั่วไป แค่ทานยาให้ตรงเวลาไม่กี่ชุด ใบหน้าของคุณหนูก็จะกลับสู่สภาพเดิมในอีกไม่กี่วัน” ท่านหมอตอบ
เฉียวซือโหรวร้อนใจเป็นอย่างมาก "พรุ่งนี้ก็เป็นวันงานเลี้ยงบุพผาจันทราแล้ว หมอจะให้ข้ารอได้อย่างไร? ไม่มีทางที่จะรักษาใบหน้าของข้าให้ได้เร็วกว่านี้หรือ?"
หมอพูดอย่างลำบากใจ "ต้องขออภัยด้วยที่ข้าช่วยอะไรไม่ได้"
เฉียวซือโหรวอ้อนวอนอนุเย่ว์อีกครั้ง "แม่ รีบไปขอร้องให้ท่านพ่อ เชิญหมอหลวงมาเร็วเข้า ข้าจะต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงบุพผาจันทราในวันพรุ่งนี้ให้ได้!"
อนุเย่ว์รู้สึกสงสารลูกสาว จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ แม่จะไปขอร้องนายท่านดู"
หมอถามต่อว่า "งั้นข้ากลับไปได้แล้วใช่ไหม?"
สีหน้าของเฉียวซือโหรวดูแย่มาก "เจ้าแค่ทำให้หน้าของข้าไม่คันขนาดนี้ คงจะได้ใช่หรือไม่?"
“งั้นข้าจะเขียนตำรับยาไว้ให้แล้วกัน” หมอพยักหน้า
อนุเย่ว์เดินไปที่เรือนหลักพร้อมกับสาวใช้ วันนี้พ่อเฉียวไม่ได้ออกไปไหน และกำลังพักผ่อนอยู่ในเรือน
นางกำนัลเข้ามารายงานว่าอนุเย่ว์มา พ่อเฉียวยังแอบประหลาดใจอยู่เล็กน้อย "เมื่อวานนางเพิ่งถูกกักบริเวณไป มิใช่เหรอ?"
"อนุเย่ว์บอกว่า คุณหนูรองเกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
พ่อเฉียวเหลือบไปมองภรรยาที่กำลังตรวจสอบบัญชีอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ แล้วจึงขมวดคิ้วและสั่งว่า "ให้นางเข้ามา"