ตอนที่ 14
บทที่ 14
October 6, 2026
อนุเย่ว์พูดปลอบนางว่า “ในเมื่อหน้าของเจ้าเป็นผื่นอยู่ งานเลี้ยงบุพผาจันทราในวันพรุ่งนี้เจ้าก็ไม่ต้องไปแล้ว วันหลังในเมืองหลวงยังมีงานเลี้ยงแบบนี้อีกมากมาย"
เฉียวซือโหรวปฏิเสธว่า "ไม่ได้ ข้าต้องไป อย่างมากข้าก็แค่ใส่ผ้าคลุมหน้าไปร่วมงานเท่านั้นเอง"
นางอุตส่าห์ไปยืมชุดกระโปรงร้อยจีบหรูอี้และเครื่องประดับหยกขาวมั่วเหยียนทั้งสิบสองชุดนั้นมาแล้ว ยังเตรียมแต่งบทกวีไว้หลายบทอีกด้วย นางจะไม่ไปได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าลูกสาวยืนยันอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ อนุเย่ว์จึงได้แต่พูดเกลี้ยกล่อมว่า "เช่นนั้นลูกก็ต้องสวมผ้าคลุมหน้าไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็นหน้าเป็นอันขาด"
ซู่อีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้เฉียวชิงหวั่นฟังอย่างละเอียด
เฉียวชิงหวั่นหัวเราะเสียงเย็น และพูดว่า "ใบหน้าของนางเป็นแบบนั้นแล้ว ยังใจร้อนอยากจะออกหน้าอีกหรือ?"
ซู่อีพูดยิ้ม ๆ ว่า "แม้ว่านางจะสวมชุดกระโปรงและเครื่องประดับหยกขาวสิบสองชุดของคุณหนูไปได้ แต่น่าเสียดายที่นางคงจะอวดโฉมหน้าของนางไม่ได้เสียแล้ว สมนำ้หน้านางจริง ๆ!"
เฉียวชิงหวั่นยิ้มอย่างมีเลศนัย กวาดสายตาไปมองดอกไม้ที่ปลูกอยู่เต็มสวนในเรือน เรื่องบางเรื่องก็ขึ้นอยู่ที่ว่าใครเลือกที่จะทำอย่างไรก็เท่านั้น
เช้าวันรุ่งขึ้นลวี่จู๋มารายงานด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า "คุณหนู เพราะคุณหนูไม่ได้ไปงานเลี้ยงบุพผาจันทรา ก็เลยสมใจคุณหนูรองนัก นางสวมเครื่องประดับหยกขาวมั่วเหยียนสิบสองชิ้นของคุณหนู เดินออกไปจากจวนอย่างหยิ่งผยองเป็นที่สุด"
"ในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อการแข่งขันนี้ การที่แต่งตัวที่หรูหรามากเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีอะไรเลย"
อนุเย่ว์เกิดมาในครอบครัวเล็ก ๆ จึงไม่ได้มีความคิดเห็นที่ก้าวไกลอะไรนัก เฉียวซือโหรวก็สายตาตื้นเขิน งานเลี้ยงที่มีแต่บรรดาคุณหนูในตระกูลชนชั้นสูงไปร่วมงานเช่นนี้ ไม่ได้เพียงแข่งกันที่เสื้อผ้าอาภรณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงฐานะและสถานะทางสังคมอีกด้วย ไม่ใช่แค่แต่งตัวสวยหรู แล้วจะมีคนยกย่องชื่นชมเสมอไป..
ในความเป็นจริง กลุ่มคนที่คนชั้นสูงเหล่านี้เกลียดที่สุดก็คือคนที่ชอบทำตัวโดดเด่นทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มาจากตระกูลชั้นสูง แม้ว่าเฉียวซีโร่วจะแต่งตัวสวยหรูมากแค่ไหน นางก็ไม่มีทางได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่คาดหวังแน่
ตอนนี้เฉียวซือโหรวยังไม่เห็นตระกูลซ่งที่ยังมีฐานะตำ่ต้อยและยากจนอยู่ในสายตา ต้องรอให้นางถูกคนอื่นเยาะเย้ยสักสองสามครั้งจึงจะตระหนักถึงความเป็นจริงได้อย่างชัดเจน
ชาติที่แล้ว หากไม่ใช่เพราะเฉียวชิงหวั่นเต็มใจที่จะสนับสนุนซ่งมู่ซืออย่างเต็มที่ ด้วยกำลังและความสามารถของเขาอย่างเดียว คงยากที่จะประสบความสำเร็จได้
ลวี่จู๋พูดอย่างไม่พอใจว่า "ข้าน้อยรู้ว่านางคงจะไม่ได้อย่างที่นางหวังไว้ แต่ก็ยังทนเห็นท่าทางเย่อหยิ่งประหนึ่งนกยูงแผ่หางของนางไม่ได้"
เฉียวชิงหวั่นพูดเสียงนิ่งว่า "ไปหาท่านแม่กันเถอะ"
พวกนางเดินไปที่เรือนหลักพร้อมกัน และเฉียวฮูหยินก็นั่งรถม้าไปที่ร้านเฝ้าจันทราพร้อมกับนาง ลุงเหวินออกมาทักทายต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเอง
“ฮูหยิน คุณหนู เชิญเข้ามาเร็วขอรับ เย่ว์ผิงกำลังรอพวกท่านอยู่เลย”
เย่ว์ผิงพูดด้วยความเคารพ "คลังเก็บเสบียงอยู่ห่างไปจากที่นี่นิดหน่อย เรานั่งรถม้าไปที่นั่นด้วยกัน ดีไหมขอรับ?"
หลังจากที่ทั้งสี่ขึ้นไปนั่งบนรถม้า พวกเขาใช้เวลาเกือบชั่วยามเพื่อเดินทางมาถึงคลังเสบียงที่เย่ว์ผิงบอก
มันเป็นเรือนเล็ก ๆ ในชนบท ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนอาศัยอยู่มานานมากแล้ว ที่หน้าประตูจึงมีหญ้าขึ้นอยู่ไม่น้อย
"นี่คือเรือนที่ข้าเช่าเอาไว้ชั่วคราว โดยปกติจะใช้เก็บเสบียงอาหาร เราเข้าไปดูข้างในกันเถอะขอรับ" เย่ว์ผิงพูดแนะนำ
เฉียวชิงหวั่นพยักหน้าตอบรับ แล้วจึงพยุงเฉียวฮูหยินเดินเข้าไปข้างใน
โดยมีเย่ว์ผิงเป็นคนเดินนำ เขาเปิดประตูแต่ละห้องออก ซึ่งภายในเต็มไปด้วยเสบียงอาหาร
เฉียวชิงหวั่นพูดชื่นชมว่า "เสมียนเย่ว์ คงจะทำงานอย่างหนักเพื่อร้านเฝ้าจันทราจริง ๆ สินะ"
“คุณหนูใหญ่ ชมข้าน้อยเกินไปแล้ว” เย่ว์ผิงไม่กล้าออกรับความดีความชอบ “เสบียงอาหารที่ข้าสั่งซื้อมามักจะถูกวางเก็บไว้ที่นี่”
"งั้นก็น่าแปลกนะ" เฉียวชิงหวั่นเม้มปาก แล้วจึงพูดว่า "เสมียนเย่ว์ เริ่มเก็บตุนเสบียงอาหารมาตั้งแต่ปีที่แล้วมิใช่หรือ? ตอนนี้ก็ผ่านไปเป็นปีแล้ว เหตุใดเสบียงจึงไม่มีการเน่าเสียบ้างเลย?”
เสบียงอาหารในเรือนครอบครัวใหญ่จะถูกเก็บไว้ในยุ้งฉาง เพราะจะสามารถป้องกันความชื้นและป้องกันหนูกับมดมากัดกินได้ แต่การซื้อเสบียงทั้งหมดนี้ก็ได้ใช้เงินของเขาไปจนหมดแล้ว แล้วเขาจะมีเงินไปเช่ายุ้งฉางอีกได้อย่างไร?
เย่ว์ผิงหยุดคิดแล้วจึงอธิบายว่า "คุณหนู คุณหนูอาจจะไม่รู้ เมื่อวันใดมีสภาพอากาศที่ดี ข้าก็จะให้คนเอาเสบียงพวกนี้ออกมาตากแดด มันจึงถูกเก็บรักษามาได้อย่างดี ไม่มีราขึ้นและความเสียหายอื่น ๆ เลย ไม่เชื่อคุณหนูก็ลองถามคนอื่นดูได้”
นี่เป็นเสบียงที่เขาเพิ่งซื้อมาทั้งหมด ก็แน่นอนว่าต้องไม่มีความเสียหายใด ๆ อยู่แล้ว
เฉียวฮูหยินอธิบายว่า "แน่นอนว่าเราต้องเชื่อเสมียนเย่ว์อยู่แล้ว แต่การที่จะเก็บตุนเสบียงทั้งหมดไว้ที่นี่มันก็ไม่เหมาะสมจริง ๆ ลุงเหวินรีบเรียกคนมาขนเสบียงทั้งหมดนี่ไปที่ยุ้งฉางของเราที"
ลุงเหวินพยักหน้าหงึก ๆ "ขอรับ ข้าจะเรียกคนมาขนเสบียงเดี๋ยวนี้"