ตอนที่ 200
บทที่ 200 ออร่าของเธอ
October 28, 2026
วันวิวาห์เม้มริมฝีปากหัวเราะ:“เมื่อวานกลับมาก็ย่านประวัติไปสองสามที่ วันนี้เช้าได้รับแจ้งไปสัมภาษณ์ จะไปสัมภาษณ์น่ะ เอาเธอไปไม่ได้นะ”
ทิวาพรผิดหวังทันที แล้วก็ดีใจขึ้นมาทันที:“อิจฉาจัง ฉันยังไม่ทำงานเลย หญิงแกร่งที่พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ต้องเท่มากไป พี่สะใภ้ ตั้งแต่นี้ไป พี่เป็นต้นแบบของฉันเป็นไอดอลของฉัน!ฉันจะเรียนรู้จากพี่!”
วันวิวาห์ได้แต่หัวเราะ ไม่ใส่ใจคำพูดของทิวาพร
ลูกสาวตระกูลภูวศักดิ์ที่เลี้ยงอยู่ในมือจนโต ถ้าอยากทำงานจริงๆ บริษัทครอบครัวตัวเองอยากเข้าแผนกไหนก็เข้าได้ไม่ใช่เหรอ?
โตขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าบริษัท ถ้าไม่อยาก งั้นก็คบงถูกพ่อตาใจจนเสียคน
กนกวรรณถือโจ๊กออกมาจากครัว
ได้ยินทั้งสองคุยกัน ก็ส่งเสียงฮึดฮัด สั่งสอนลูกสาวไป:“แบบดีๆน่ะไม่ทำตาม บางอย่างเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์ บ้านเราเลี้ยงแกไม่ได้หรือว่าสนับสนุนแกไม่ได้หรือไง?เพิ่งกลับมาก็จะออกไปทำงาน นี่หักหน้าใครอยู่เหรอ?”
บรรยากาศในห้องทานข้าวนิ่งไป
“แม่……”ทิวาพรลากเสียงอย่างคร่ำครวญ
กนกวรรณพูดอย่างทนไม่ไหว:“จะเรียกทำไม จะกินข้าวก็มาช่วยงาน อยากทำตามบางคนที่หางานได้ก็คิดว่าเจ๋งมากแล้วจะอยู่สบายๆได้เหรอ?”
คำนี้ดูเหมือนกำลังว่าลูกสาว แต่กลับพูดให้วันวิวาห์ได้ยิน
วันวิวาห์เข้าไปอย่างนิ่งๆ:“คุณน้าคะ ฉันเอง”
ยื่นมือไปรับโจ๊กในมือกนกวรรณ
แววตากนกวรรณเป็นประกาย
วันวิวาห์เพิ่งยื่นมือไป ยังไม่ทันเตรียมพร้อม มือเธอสั่นอย่างแรง ปล่อยมือที่ถือชามโจ๊ก
“โอ๊ย……”
กนกวรรณตกใจ โจ๊กร้อนๆสาดออกไปทางที่วันวิวาห์ยื่นมือมา
สายตาวันวิวาห์เย็นชา ยื่นมือออกไปเปลี่ยนทิศทางทันที ส่วนตัวเธอก็ถอยไปสองก้าวใหญ่ๆอย่างไม่รู้ตัว
โจ๊กชามใหญ่เทลงไประหว่างมือทั้งสองข้าง
“เพล้ง——”
ชามโจ๊กแตกกระจาย
น้ำโจ๊กหกไปที่บนเท้าบนขาทั้งสองข้างของกนกวรรณที่สวมรองเท้าแตะ
“กรี๊ด——”
เสียงร้องเปลี่ยนเป็นร้องด้วยความเจ็บปวดทันที
กนกวรรณร้องไห้ดังทั่วคฤหาสน์
ลิฟต์เปิดพอดี
เทพบุตรรีบบังคับรถเข็นไปที่ห้องทานข้าว:“เกิดอะไรขึ้น?”
ทิวาพรก็เหมือนตกใจไปด้วย สีหน้าซีดขาว:“แม่……แม่โดนโจ๊กลวก”
“ฉันมียาอยู่ข้างบน รอฉันก่อน ไปราดน้ำเย็นก่อนนะคะ”
วันวิวาห์มองกนกวรรณอย่างลึกซึ้ง หันกลับวิ่งออกไปจากด้านข้างเทพบุตร
เสียงร้องต่อว่าของกนกวรรณดังอยู่ด้านหลังไม่หยุด:“ตัวซวยเอ๊ย ผู้หญิงเลวไม่มีเจตนาดี เทพ เธอจงใจ เธอไม่พอใจฉัน อยากลวกแม่แกตายเนี่ย”
วันวิวาห์พุ่งขึ้นไปชั้นบนดังตึกตัก เสียงพวกนั้นตามอยู่ด้านหลังไกลๆ
ทิวาพรเหลือบมองไปที่บันได พูดเสียงสั่น:“พี่สาม……เมื่อกี๊พี่สะใภ้กับแม่ทะเลาะกันนิดหน่อย พี่สะใภ้บอกว่าเธอส่งประวัติไปได้รับการตอบรับมา วันนี้ต้องไปสัมภาษณ์ เธอก็ถามเธอว่าเพราะที่บ้านเราเลี้ยงเธอไม่ได้เหรอไง จู่ๆสีหน้าเธอก็เปลี่ยนไป โจ๊กที่อยู่ดีๆ เธอโตขนาดนี้แล้ว ทำไมจู่ๆก็ถือไม่อยู่ ……และก็ถึงจะจานคว่ำสาดใส่ก็สาดใส่ไปสิ ทำไมถึงบังเอิญขนาดนี้ สาดใส่ขาและเท้าแม่อย่างเดียว ที่ตัวเธอไม่เปื้อนเลยสักนิด ……”
เทพบุตรมองโจ๊กที่หกบนพื้น และก็มองแม่ที่ถูกประคองไปนั่งกอดเข่าเสียใจบนเก้าอี้ และน้องสาวที่มีสีหน้าไม่พอใจแต่ไม่กล้าแสดงออกมา ใบหน้าก็ดูเยือกเย็นทันที:“บ้านพวกเราจนจ้างคนใช้ไม่ได้แล้วเหรอไง?”
ทิวาพรตะลึง
กนกวรรณที่ร้องไห้ก็เงยหน้าขึ้นทันที ถามลูกชายเสียงสั่นอย่างน้ำตานองหน้า:“แกหมายความว่าไง?”