ตอนที่ 9
บทที่ 9
September 18, 2026
บรรยายกาศถูกความเงียบปกคลุม แม้แต่พี่โซ่ที่เป็นเพื่อนกับพี่เสือก็ไม่กล้าพูดอะไร ฉันและพี่เสือต่างจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งพี่ฉลามและเพื่อนคนอื่น ๆ เดินเข้ามา
“ใจ๋ทำไมมาที่นี่” พี่ฉลามถามฉันพร้อมขมวดคิ้วแปลกใจ
“พี่เสือจะไปส่งที่บ้านค่ะ”
“โดนบังคับไม่ได้เต็มใจ” คนที่ถูกเอ่ยชื่อรับแก้ตัว
“ไอ้เสือ” พี่ฉลามเรียกชื่อพี่เสือเสียงเข้ม แต่เขาไม่ได้สนใจหรอก เพราะไม่ชอบฉันไปแล้วนี่
“คุณพ่อถามหาพี่ฉลามด้วยนะคะ ว่าง ๆ คงไปเยี่ยมคุณลุง บ่นว่าอยากตีกอล์ฟด้วย” พ่อของฉันและพ่อของพี่ฉลามเป็นพี่น้องกัน ไม่แปลกที่เราทั้งสองบ้านจะมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันบ่อย ๆ
“จะกลับก็ตามมา มัวแต่พูดมากอยู่ได้” เสียงหงุดหงิดของพี่เสือเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินนำออกไปไม่รอฉันเลย
“ใจ๋ พี่ขอเตือนนะว่าไอ้เสือมันร้ายกว่าที่คิด ระวังตัวหน่อยก็ดี” พอพี่เสือเดินออกไปพี่ฉลามก็พูดขึ้นทันที
“ใจ๋รู้ค่ะ เห็นกันมาตั้งแต่เด็กทำไมจะไม่รู้”
“ใจ๋รู้ในสถานะน้องคนสนิท แต่พี่รู้ในสถานะเพื่อน พี่รู้นิสัยมันดีกว่าเชื่อสิ”
“…” ฉันเม้มปากแน่น จะบอกว่ารู้จักพี่เสือดีมันก็ใช่แต่ในมุมที่ดี เขาเป็นพี่ชายที่ดูแลฉันดีคนหนึ่ง แต่ก็อย่างที่พี่ฉลามว่า ความร้ายกาจของพี่เสือไม่ธรรมดาแน่ ๆ
“จะหมั้นกับมันเมื่อไร”
“เดือนหน้าค่ะ”
“เตรียมตัวไว้เลยใจ๋ มันร้ายกว่านี้อีกแน่ ๆ”
ฉันกลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้ฟังคำเตือนจากพี่ฉลาม ก่อนจะเดินออกมาด้านนอกขึ้นรถของพี่เสือที่จอดรออยู่
“ชักช้า” เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก็พ่นคำสบถออกมาทันควัน
ฉันไม่ได้ตอบโต้อะไรปิดปากเงียบเพราะรู้ว่าถ้าพูดมันจะไม่จบแน่ ๆ และคงเจ็บกับคำพูดของพี่เสืออีก
รถหรูเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยไร้เสียงสนทนาจากคนขับและคนที่นั่งข้าง ๆ กินเวลานานจนกระทั่งมาถึงที่บ้าน
“เดินไปเองแล้วกัน” พี่เสือจอดรถที่บ้านของตัวเองแล้วหันมาบอกฉัน
“ค่ะ” ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะบ้านฉันก็อยู่แค่นี้เอง
พอลงจากรถก็เห็นคุณแม่ของพี่เสือพอดี ท่านยิ้มให้ฉันอย่างเอ็นดูพร้อมกับเดินมาหา
“น้องใจ๋ลูก มากินข้าวด้วยกันสิ”
“น้องกินมาแล้วครับ คงกินกับเราไม่ได้” ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบพี่เสือก็เอ่ยแทรกขึ้น เจตนาคือไม่อยากให้ฉันมากินข้าวที่บ้าน
“แม่อุตส่าห์จะทำของโปรดให้”
“ใจ๋กินด้วยก็ได้ค่ะ”