ตอนที่ 304
บทที่ 305 ผู้นำฝ่ายสงคราม
October 28, 2026
“เกิดอะไรขึ้น? นั่งลงแล้วค่อยๆ พูด”
จูหลินชิงบอกให้จูหงเยียนนั่งลง จากนั้นก็หยิบถ้วยชามออกมาวางให้จูหงเยียน “พอดีเลย กินข้าวด้วยกันสิ”
“ก่อนหน้านี้ฉันบอกเธออยู่ตลอดไม่ใช่เหรอว่า ฝ่ายสงครามของเรามีอยู่ไม่กี่คน วันนี้ชวนคนมาเข้าร่วมได้สำเร็จ คนคนนั้นยกตนข่มท่านมาก พอมาถึงก็บอกเลยว่าจะสร้างปัญหาให้ฉัน ตอนนั้นฉันยังไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ต่อมาเธอเชื่อไหม? พอเขามาก็สังหารคุณชายตระกูลเซี่ยงทันที จากนั้นเขาก็ขึ้นเป็นผู้นำของฝ่ายสงครามของเราแล้ว”
จูหงเยียนเล่าอย่างตื่นเต้นทันทีที่ได้นั่งโดยไม่ดื่มน้ำเลย
“สุดยอดไปเลย!”
จูหลินชิงมีประสบการณ์น้อย ไม่เข้าใจสิ่งที่จูหงเยียนพูดว่าหมายถึงอะไร พอเห็นเธอมีความสุขขนาดนี้ก็พยักหน้าและพูดว่า ‘สุดยอด สุดยอด’
หลังจากพูดคุยกันมามากแล้ว จูหงเยียนก็สังเกตเห็นว่าอีกสองคนที่อยู่ในบ้านกำลังตกตะลึง จึงมองดูอย่างละเอียด เอามือลูบคาง เดินเข้าไปใกล้ฉินเฟิง จ้องมองใบหน้าของฉินเฟิง มองพิจารณาอยู่เป็นเวลานานก่อนจะพูดว่า “พี่ชาย เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า? ทำไมถึงดูคุ้นหน้าจังเลย ใช่แล้ว คุณด้วย รูปร่างแบบนี้ ฉันรู้สึกว่าดูคล้ายกับคนที่สวมหน้ากากกระต่าย ท่าทางตลกๆ”
ฉินเฟิงและฉีหยุนเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งชุดแล้ว ก่อนหน้านี้ก็สวมหน้ากากไว้ ดังนั้นจูหงเยียนจึงจำพวกเขาไม่ได้
แต่มันก็ดูคุ้นตาอยู่ดี
โดยเฉพาะฉีหยุน คนหัวใหญ่
“บางทีอาจจะเคยพบกันมาก่อนก็ได้นะ” ฉินเฟิงพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ว่าแต่ฉันยังไม่ได้แนะนำให้เธอรู้จักเลย หงเยียน นี่คือเพื่อนของฉัน ชื่อฉินเฟิง ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อฉีหยุน ฉินเฟิงเป็นหมอ เคยรักษาคุณย่าของฉันมาก่อน”
จูหลินชิงแนะนำฉินเฟิงและฉีหยุนให้จูหงเยียนรู้จัก
“หมอ?”
จูหงเยียนคลายข้อสงสัยภายในใจของเธอทันที
Mr.X ดูไม่เหมือนหมอที่สามารถรักษาผู้คนจากการเจ็บป่วยได้เลย แต่เหมือนปีศาจที่กลับมาจากนรกมากกว่า ในประเทศต้าหัว สามารถเรียกได้ว่าเป็นยมบาลผู้ปลิดชีวิตได้เลย ถ้ายมบาลให้คุณตายในเวลายาม 3 แล้วใครจะกล้าปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่จนถึงยาม 5 ได้ล่ะ
จากนั้นจูหลินชิงก็แนะนำให้ฉินเฟิงรู้จักกับจูหงเยียน “นี่คือเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของฉัน จูหงเยียน เธอยังเป็นพี่สาวลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของฉันอีกด้วย แต่ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ มันค่อนข้างห่างเหินกัน”
“เรื่องนี้ไม่สำคัญ หลินชิง แม้ว่าจะค่อนข้างห่างกัน แต่ถ้าให้แยกตามลำดับชั้นเครือญาติ ฉันก็คือพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเธอ ต่อไปหากมีใครกล้ารังแกเธอ แค่บอกฉัน ฉันจะปกป้องเธอเอง”
จูหงเยียนตบหน้าอกของตัวเองเป็นการรับประกัน
“อืม”
จูหลินชิงพยักหน้า
แต่ฉินเฟิงก็เลิกคิ้วขึ้นและพูดว่า “เมื่อก่อนหลินชิงถูกรังแก ทำไมคุณถึงไม่มาล่ะ? เธอเกือบจะถูกบังคับให้ขายเรือนร่างเสียแล้ว พี่สาวลูกพี่ลูกน้องอย่างคุณไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเลย”
“อะไรนะ!”
พรึ่บ
จูหงเยียนลุกขึ้นยืน ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมา ความจริงพวกเธอไม่ได้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ครั้งแรกที่เธอเห็นจูหลินชิงก็ชอบสาวน้อยเรียบร้อยบอบบางคนนี้แล้ว
ดังนั้นหลังจากกลับไปเปิดดูลำดับเครือญาติ จึงได้ฝืนยอมรับความสัมพันธ์ว่าเป็นน้องสาวลูกพี่ลูกน้อง
จูหลินชิงก็ไม่ได้ขัดข้อง
ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ได้ดูแลเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้ยินข่าวว่าจูหลินชิงถูกบังคับให้ขายเรือนร่างทันทีที่ได้คุยโวโอ้อวดออกไป
จะไม่ให้เธอละอายใจได้อย่างไร
“ไม่เป็นไร มันผ่านไปหมดแล้ว”
จูหลินชิงดึงจูหงเยียนไว้
“ไม่เป็นไรได้ยังไง เธอว่าใครนะที่กล้าบังคับเธอ ฉันจะไปคิดบัญชี” จูหงเยียนพูดอย่างไม่ยินยอม
“จางหงแห่งตระกูลหาง”
จูหลินชิงไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ฉินเฟิงที่อยู่ข้างๆ กล่าวขึ้น
“ดี”
จูหงเยียนรีบโทรออกไปทันที แต่หลังจากโทรออกไปแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก มีคำด่าดังมาทางโทรศัพท์เป็นระยะ สุดท้ายก็เป็นเสียงตู๊ดตัดสายทิ้งไป
เห็นได้ชัดว่าล้มเหลว
เป็นเรื่องปกติที่จะล้มเหลว
ท้ายที่สุดแล้วตระกูลจางก็เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเทียนหนาน ส่วนจูหงเยียนแค่ประสบปัญหาใหญ่ ไปล่วงเกินตระกูลเซี่ยง ตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเทียนหนาน ตัวเองก็ตกอยู่ในอันตราย แล้วจะไปจัดการกับตระกูลจางได้อย่างไร
แน่นอนว่า จูหงเยียนถูกด่าไปตามระเบียบ