ตอนที่ 307
บทที่ 308 ปล้น
October 28, 2026
“ใช่แล้ว”
ทุกคนพยักหน้า
“ดี งั้นเดี๋ยวผมจะไปช่วย” ฉินเฟิงกล่าว
เมื่อได้ยินดังนี้ ทุกคนก็มองมาที่ฉินเฟิง
“ท่านนี้คือ?”
น้าเหลียนถามจูหลินชิง
เขามากับจูหลินชิง จูหลินชิงควรจะรู้
“คุณหมอค่ะ เคยช่วยรักษาคุณย่าของฉันไว้” จูหลินชิงตอบกลับ
“คุณหมอ!”
ทั้งน้าเหลียนและจางจิ่วมุมปากกระตุก
จากนั้นก็ไม่สนใจอีก
ไม่มีการเยาะเย้ยว่าไม่รู้จักประมาณกำลังตัวเอง ผู้ที่เต็มใจจะมาช่วยพวกเขาล้วนเป็นเพื่อนกันหมด แม้ว่าพวกเขาจะคิดว่าฉินเฟิงกำลังคุยโว แต่ก็ยังคงปฏิบัติกับฉินเฟิงในฐานะเพื่อน
เพื่อนคนหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
ส่วนฉินเฟิงก็หันมาหาฉีหยุนแล้วพูดว่า “ไปตรวจสอบดูว่าซูมู่อยู่ที่ไหน?”
“ครับผม”
ฉีหยุนออกไป
เมืองเทียนหนานไม่ใช่เมืองเจียงเฉิง ฉินเฟิงไม่มีกองกำลังมากมาย ข้างกายนอกจากฉีหยุนแล้ว ก็มีเพียงองครักษ์หมาป่า ดังนั้นจึงอาจใช้เวลาสักพักใหญ่ในการตรวจสอบ
ถ้าอยู่ในเมืองเจียงเฉิงแค่โทรศัพท์ก็เรียบร้อย
สามารถค้นหาได้ภายในไม่กี่นาที
ในเวลานี้ฝั่งตรงข้ามได้มีกลุ่มคนที่กรูเข้ามา พวกเขาแต่งตัวคล้ายๆ จางจิ่ว เสื้อผ้าเรียบง่าย ในมือมีไม้พลอง แต่จำนวนคนมีมาก
มีมากนับร้อยคน
“แย่แล้ว คนพวกนี้ไปหามาจากไหนกัน”
จางจิ่วมองไปที่คนเหล่านี้ สีหน้าเปลี่ยนไป
“ลุงจาง มีอะไรเหรอ?” จูหลินชิงถาม
“คนพวกนี้ก็เป็นแก๊งไม้เสา แต่เปลี่ยนไปรับค่าคุ้มครองจากแก๊งไม้เสาอื่น เมื่อวานนี้พวกเราไม่มีการทำธุรกิจใดๆ จึงไม่จ่ายเงิน ผมขอให้พวกเขาอดทนไม่กี่วัน แต่คิดไม่ถึงว่าจะมาหาผม” จางจิ่วพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
พรึ่บ พรึ่บ
ไม่นานคนกลุ่มนี้ก็มาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้
เอาไม้คานในมือเคาะไปทุกที่ ป๊อกๆๆ ทำให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เงียบสงบเกิดความอึกทึกขึ้นมา
“จางจิ่ว เจ้าหมอนี่ เหมือนพระโพธิสัตว์ข้ามแม่น้ำ ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังจะมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฮ่า ในเมื่อแกมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็พิสูจน์ได้ว่าพวกแกยังมีเงินเหลืออยู่ ถ้าอย่างนั้นก็จ่ายค่าคุ้มครองเมื่อวานนี้มา ฉันกับบรรดาพี่น้องยังไม่ได้กินข้าวเลย”
ผู้นำคือชายหนุ่มที่มีแผลเป็นบนใบหน้า
มีชื่อว่าหลี่หลง เป็นผู้นำของแก๊งไม้เสานี้ ปกติมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บค่าคุ้มครองในละแวกนี้
ในมือของเขาไม่ใช่ไม้คาน แต่เป็นแท่งเหล็ก ท่าทางการพูดจาดูดุร้าย
เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอามาข่มขู่คนซื่อสัตย์อย่างจางจิ่ว
“พี่หลี่”
จางจิ่วก้มตัวลง รีบเข้าไปประจบสอพลอ
แต่กลับได้ยินเสียงตบ
หลี่หลงตบหน้าจางจิ่ว ส่วนจางจิ่วก็ไม่ได้หลบ เขาทนฝืนรับมันและพูดว่า “พี่หลี่ ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ”
“หน้าของแกหนาขึ้นแล้วนะ ฉันตีจนมือเจ็บ”
หลี่หลงสะบัดมือ
ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้คนที่เจ็บมากที่สุดคือเขา
“พี่หลี่ คุณก็รู้สถานการณ์ของธุรกิจในตอนนี้ของพวกเราดี ไม่มีใครกล้ามาที่เมืองเทียนหนาน พวกเราไม่ได้ทำธุรกิจมาหลายวันแล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าคุ้มครอง คุณขยายเวลาให้เราอีกสองสามวันได้ไหม?”
จางจิ่วก้มหน้ายิ้มประจบสอพลอ
“แกไม่มีเงินจ่ายค่าคุ้มครอง? แล้วยังกล้ามาที่นี่ มาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้”
หลี่หลงมีสีหน้ามืดมน ชี้ไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและกล่าวว่า “แค่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโทรมๆ ปิดไปซะจะดีกว่า วันๆ ต้องมานั่งเลี้ยงพวกเศษสวะที่เอาแต่กินดื่มและวิ่งเล่น”
“คุณพูดอะไรน่ะ!”
จูหลินชิงลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจ
“โอ้โห ที่นี่มีสาวสวยอีกคนหนึ่งด้วย”
ในเวลานี้หลี่หลงถึงสังเกตเห็นจูหลินชิง
“พี่หลี่ นี่คือหลานสาวของผม หลานสาวแท้ๆ ได้โปรดอย่าไปยุ่งกับเธอเลย”
จางจิ่วยืนขวางอยู่หน้าจูหลินชิง
“หลานสาวของแก? งั้นก็ช่างเถอะ”
หลี่หลงจึงไม่มองอีก