ตอนที่ 354
บทที่ 355 จะต้องสังหารจักรพรรดิเยว่ตี้
October 28, 2026
แต่ว่าปูชนียบุคคลคนหนึ่ง
ปูชนียบุคคลนั้น จะต้องทำเรื่องที่คนธรรมดาทำไม่ได้ ถึงจะเป็นปูชนียบุคคล
เช่นปูชนียบุคคลคนหนึ่งในอดีต สามารถฆ่าครอบครัวผู้มีพระคุณตายทั้งตระกูล แล้วก็พูดออกมาว่า “ยอมผิดต่อคนทั้งแผ่นดิน แต่ไม่ยอมให้คนทั้งแผ่นดินผิดต่อตนเอง” เรื่องแบบนี้คนธรรมดาทำไม่ได้ ดังนั้นเขาเลยเป็นวีรบุรุษใจเด็ด
จักรพรรดิเยว่ตี้คนนี้ ฆ่าผู้หญิงที่ติดตามตนเองมาตั้งแต่9ขวบได้ จิตใจอำมหิต แต่ก็เป็นวีรบุรุษใจเด็ด
“หนานเยว่ของคุณ ยุคนี้มีคนเก่งๆ เกิดมาเยอะ แต่คุณไม่ควรเลย ไม่ควรเลยจริงๆ ไม่ควรมารุกรานต้าหัว เพราะว่ามีผมอยู่ ผมบอกแล้ว ว่าผมจะจะนำกองทัพบุกเข้าไปในพระราชวังจักรพรรดิเยว่ตี้”
ฉินเฟิงเดินออกจากโรงแรม อารมณ์ก็เปลี่ยนไปทันที กลายเป็นดั่งอาวุธที่คมกริบ ฟาดฟันทุกสิ่ง
จักรพรรดิเยว่ตี้ จะต้องตายด้วยกระบี่ในมือเขา
ฉินเฟิง เป็นคนที่พูดได้ทำได้
“นายพล จะไปไหนครับ?”
ทหารคนหนึ่งถามฉินเฟิง
ตอนนี้ขาดคนมาช่วย ฉินเฟิงไม่ได้ให้ฉีหยุนติดตามมา หาแค่ทหารคนหนึ่งตามมาด้วย
“ไปค่ายทหาร”
ฉินเฟิงไม่ได้เข้าไปในเมือง เขากินนอนกับทหารทุกคน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน
“ครับ”
ทหารคนนั้นขับรถไป
สักพัก รถคันหนึ่งก็มาถึงยังนอกเมือง เป็นค่ายทหารของทหารม้าหมาป่า เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มี3กองกำลัง หนึ่งกองอยู่ตรงกลาง เป้นกองของญาติๆ เขา ด้านซ้ายชวาเป็นทหารหนุ่ม เป็นทหารที่เขามาสมัครจากเมืองเทียนหนาน รวมทั้งทหารที่กระจัดกระจายกันออกไปครั้งก่อน
“นายพลครับ ในเมืองมีทหารที่ลงชื่อสมัครทั้งหมดหนึ่งแสนสองหมื่นคนครับ แต่ผมทำตามความต้องของท่าน ได้จัดการคัดคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออกไป ตอนนี้ยังเหลือทหารสามหมื่นคน นอกจากนี้ หลายวันมานี้ เนื่องจากพวกเรามีชื่อเสียงดังออกไป มีทหารที่ถูกโจมตีกระจัดกระจายออกไป เข้ามารายงานตัวทั้งหมดแปดหมื่นคน ตอนนี้มีทั้งหมดหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นคน เชิญสั่งการมาเลยครับ”
จูหงเยียนสวมชุดทหารสีเขียวขี้ม้า เดินเข้ามาตรงหน้าฉินเฟิง
รูปร่างของเธอดีมาก มีความองอาจมาก
พอสวมชุดแบบนี้ ก็เป็นเหมือนทหารหญิงที่พ่ายแพ้ให้ผู้ชายเหมือนกัน
“ซูหยาง ซูหมิงเจ๋ออยู่ที่ไหน”
ฉินเฟิง กวาดสายตาไป แล้วเรียกขึ้นมา
“ครับ”
ในตอนนี้ ซูหยางกับซูหมิงเจ๋อก็เดินเข้ามา ซูหมิงเจ๋ออายุไม่มาก จริงๆ แล้วเพิ่งจะอายุ18 เดิมทีนั้นบาดเจ็บหนัก แต่พอได้รักษาตัวมาหลายวัน ก็ฟื้นตัวพอสมควรแล้ว
แต่ว่าที่แขนเสื้อด้านซ้ายนั้นว่างเปล่า ทำให้เห็นแล้วน่าปวดใจ
แต่ว่า ซูหมิงเจ๋อกลับมีสภาพจิตใจที่ดีมาก “เห็นไหม จอมยุทธ์แขนเดียว เหมือนกับวีรบุรุษในนิยายเลย เป็นเหมือนกับ เอ่อ อะไรนะ เอี้ยก้วย ไง จอมยุทธ์อินทรีย์ในเรื่องมังกรหยกน่ะ มันบ่งบอกว่า ผมใกล้จะได้เป็นจอมยุทธ์แล้ว”
ต่อให้เป็นตอนนี้ ซูหมิงเจ๋อก็ยังคงเงยหน้า ด้วยความมั่นใจ
ไอ้หนุ่มหัวดื้อคนนี้ มันโตแล้ว
ส่วนซูหยาง อายุ20ต้นๆ ก็ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน เดิมทีคนในกองทัพไม่ยอมรับไอ้เด็กคนนี้ สุดท้ายก็ต้องยอมรับ เพราะหมอนี่มันสู้ในสนามรบอย่างไม่คิดชีวิตเลย
สุดท้ายก็ยอมเชื่อใจมัน
“กองทัพนี้ มีทหารเก่าเป็นหัวหน้า ทหารใหม่เป็นลูกน้อง ทหารเก่าช่วยฝึกทหารใหม่ ฝึกให้ได้ตามความต้องการอย่างเร็วที่สุด ในขณะเดียวกัน งานที่ผมให้คุณไป กองทัพเพลิงไฟหวังว่าพวกคุณจะร้อนแรงเหมือนไฟลุกโชน ไม่มีวีนมอดไหม้ ซูหยางเป็นผู้บัญชาการของพวกคุณ จูหงเยียนเป็นรองผู้บัญชาการ ซูหมิงเจ๋อเป็นรองผู้บัญชาการ” ฉินเฟิงออกคำสั่ง
จูหงเยียนและซูหมิงเจ๋อ ไม่มีสิทธิ์และไม่มีความสามารภที่จะนำกองทัพได้
หรือบอกได้ว่า แม้แต่ตำแหน่งรองผู้บัญชาการ พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ได้นั่ง
แต่ว่า จูหงเยียนเป็นตัวแทนของเมืองเทียนหนาน เธอเป็นคนที่2ที่เห็นด้วยว่าควรรับศึก คนแรกก็คือฉินเฟิง หรือMr.Xนั่นเอง ดังนั้นเธอมีสิทธิ์ ที่จะนำกองทัพได้
ส่วนซูหมิงเจ๋อ เขาเป็นลูกชายของหัวหน้าเขตชายแดนแห่งหนานโจว เดิมทีนั้น ที่หนานโจวต่างก็รู้กันทั่ว ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเชื่อถือทายาทรุ่นที่สองแบบนี้ แต่ว่าตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ซูหมิงเจ๋อไม่ได้หนี เขาอยู่ เพื่อราษฎรชาวหนานโจว ทั้งยังยอมเสียสละแขนตัวเองด้วย