ตอนที่ 355
บทที่ 356 กองมังกรฟ้าเข้าโจมตี!
October 28, 2026
กริ๊งกริ๊ง
มีโทรศัพท์สายหนึ่งเข้ามา ฉินเฟิงรับสาย
“คุณกับจอมโหดนั่นจะกลับมากินข้าวไหม? วันนี้ฉันเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้ให้แล้ว”
เสียงของจูหลินชิงถามอย่างมีความหวังดังมาจากปลายสาย
เด็กสาวคนนี้ค่อนข้างเรียบง่ายและซื่อๆ มีการตอบสนองค่อนข้างช้า แม้จะรู้ว่าฉินเฟิงคือ Mr.X และเทพสงครามหมายเลขหนึ่งของประเทศต้าหัว แต่ทัศนคติเธอมีต่อฉินเฟิงก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย
ในความคิดของเธอ ฉินเฟิงก็คือฉินเฟิง ไม่ใช่ใครอื่น
ส่วนจอมโหดที่เธอพูดถึงนั้น ก็ต้องเป็นฉีหยุนอยู่แล้ว
ร่างกายของฉีหยุนมีกล้ามเนื้อ ศีรษะใหญ่ ตัดผมสกินเฮด เป็นผู้ชายบึกบึนได้มาตรฐาน เวลาโกรธก็เหมือนกับสัตว์ร้ายที่ตื่นขึ้นมา ความอำมหิตปกคลุมทั่วร่าง ทำให้จูหลินชิงหวาดกลัวจนถึงตอนนี้
“ไม่ดีกว่า เรามีอย่างอื่นต้องทำ” ฉินเฟิงกล่าว
“โอเคค่ะ”
จากโทรศัพท์ ฉินเฟิงก็ฟังน้ำเสียงออกว่าจูหลินชิงกำลังบุ้ยปากคับข้องใจ
เธอคนนี้ไม่มีญาติอยู่ในเมืองเทียนหนาน มีเพียงคุณย่าที่แก่ชรา หลังจากอยู่กับฉินเฟิงและฉีหยุนมาสักพัก เธอก็นับถือทั้งสองเหมือนญาติ
ฉินเฟิงยิ้ม จากนั้นก็มีข้อความส่งเข้ามาอีก
ฉินเฟิงเหลือบมอง เอาแขนโอบไหล่ฉีหยุนพลางกล่าวว่า “เชลยพวกนี้ ยกให้นายชั่วคราว”
“ไม่มีปัญหา”
ฉีหยุนแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันอันขาวผ่อง
แต่เชลยเหล่านั้นก็ตัวสั่นไปทั้งตัว ในใจของพวกเขาเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีในทันใด
ในเวลานี้ ฉินเฟิงวางสายจากโทรศัพท์มือถือและเดินเข้าไปในเมือง โทรศัพท์มือถือไม่มีประโยชน์ในสนามรบ ในสนามรบมีนักบู๊ที่กำลังต่อสู้กันอยู่มากเกินไป นักบู๊แต่ละคนต่างมีสนามแม่เหล็กของตัวเอง
เมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้นในวงกว้าง สนามแม่เหล็กปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน มันจะกลายเป็นความโกลาหล ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีทั้งหมดจึงถูกกำจัดทิ้ง
ไม่มีสิ่งใดที่เป็นประโยชน์
นี่เป็นเหตุผลว่าในยุคของเทคโนโลยี ทำไมถึงไม่ต้องเข้าตะลุมบอนกัน แต่นี่คือยุคของวิชาบู๊ พละกำลังของทหารคนเดียวนั้นแข็งแกร่งมาก ยกตัวอย่างเช่นกระบี่มือหนึ่งแห่งหนานโจว ต้วนหยุนฉาง บุกเดี่ยวเข้าไปในหน่วยทหารจอมพลของประเทศหนานเยว่โดยลำพังและช่วยชีวิตลูกเขยของตัวเองออกมา
แน่นอนว่าในเวลานั้น ยอดฝีมือของประเทศหนานเยว่ยังมาไม่ถึง
ถ้าไม่อย่างนั้น ต่อให้เป็นต้วนหยุนฉางก็จะถูกกักไว้ที่นี่เช่นกัน สุดท้ายก็จะถูกล้อมไว้โดยกองทัพหลายแสนคน
แต่มันก็ทำให้เห็นพละกำลังของตัวบุคคลได้
ร้านบะหมี่เจ้าสัวน้อย
“คุณผู้ชาย วันนี้จะรับอะไรดีครับ?”
เจ้าของร้านเข้ามาต้อนรับฉินเฟิง หลายวันที่ผ่านมาฉินเฟิงมารับประทานอาหารที่นี่ตลอด เขาได้ทำความรู้จักกับฉินเฟิงแล้ว
“บะหมี่มะเขือเทศหนึ่งชาม บะหมี่แห้งหนึ่งชาม”
ฉินเฟิงบอก
ต่อมาบะหมี่หอมกรุ่นสองชามจึงถูกนำออกมาเสิร์ฟ
“คุณผู้ชาย รับประทานให้อร่อยนะครับ”
เจ้าของร้านเดินออกไป
และในเวลานี้ ฉินเฟิงได้กินบะหมี่มะเขือเทศชามนั้นแล้ว จากนั้นชายหนุ่มที่ดูไม่ยี่หระและย้อมผมสีขาวคนหนึ่งก็นั่งลง “หมายความว่ายังไง คุณไม่รอผมเลย”
“นี่ก็สั่งให้คุณแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ฉินเฟิงหันไปหาชามบะหมี่
“ท่านนายพลก็ยังรู้ใจผมเสมอ ถ้าให้ไอ้หนุ่มฉีหยุนนั่นมา ต้องสั่งแต่อาหารที่เขาชอบมากมาย”
ชายผู้นั้นแสยะยิ้ม
จากนั้นก็กินกันไปคุยกันไป “มังกรฟ้า ผู้บังคับการกรม กองมังกรฟ้า กองทัพอีสเตอร์แลนด์ ขอคารวะท่านนายพล”
อีสเตอร์แลนด์ มีสี่กองทัพใหญ่ กองมังกรฟ้า กองทัพเต่าดำ กองทัพหงส์แดง และกองทัพพยัคฆ์ขาว ผู้บังคับการกรมแต่ละคนล้วนเป็นหนึ่งในสิบนายพลแห่งอีสเตอร์แลนด์ ซึ่งเป็นกำลังรบที่แท้จริงของอีสเตอร์แลนด์
“พาคนมาด้วยกี่คน?” ฉินเฟิงกินบะหมี่พลางถามขึ้น
“ไม่มากหรอก หนึ่งแสน”