ตอนที่ 358
บทที่ 359 โจงชิวมาแล้ว
October 28, 2026
“ท่านนายพล ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว กรมทหารฟ้าผลาญได้รับการจัดตั้งขึ้นแล้ว ยังเหลือทหารอีก 18,000 นาย พวกเขาทั้งหมดกลับมาแล้ว”
ฉีหยุนกล่าวขึ้นภายในค่าย
“จากนี้ไปผมจะมอบเชลยหนานเยว่ทั้งหมดให้กับกองกำลังนี้ มอบอำนาจให้พวกเขา จักรพรรดิเยว่ตี้จะใช้ใครก็อย่าระแวง หากระแวงใครก็อย่าใช้เขา แล้วฉินเฟิงทำไมจะทำไม่ได้”
ฉินเฟิงเอามือไพล่หลัง
ใช่แล้ว
จักรพรรดิเยว่ตี้ไว้วางใจโจงชิว
ฉินเฟิงก็เชื่อใจอากู๋ต่าได้ แม้ว่าอากู๋ต่าจะเพิ่งจะยอมจำนนก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้วอากู๋ต่าผู้นี้ก็ไม่มีทางถอยแล้ว
ต่อไปอาจมีการต่อสู้ที่ยาวนานหรือสั้น แต่ตราบใดที่เป็นการรบใหญ่ก็จะมีการยึดครอง ไม่ใช่ทหารทุกคนที่เต็มใจต่อสู้จนตาย ทหารหลายคนเพียงต้องการเอาชีวิตรอดในท้ายที่สุด
ในเวลานี้มีเพียงกรมทหารฟ้าผลาญเท่านั้นที่ใช้ประโยชน์ได้ และพวกเขาเหลือเพียงหนึ่งหมื่นแปดพันนายเท่านั้น หนึ่งหมื่นแปดพันนายเหล่านี้เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อหนานเยว่
การถูกทอดทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่าจะทำให้ผู้คนเย็นชา
ถึงตอนนั้นเมื่อจับเชลยหนานเยว่ได้ ก็จะค่อยๆ ล้างสมองเชลยเหล่านั้น ในท้ายที่สุดฉินเฟิงจะมีทหารพร้อมรบที่มาจากชาวหนานเยว่
“ท่านนายพล ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเฉินฉายจะสั่งการที่โหดร้ายเช่นนั้น?” ฉีหยุนถามอยู่ข้างๆ
ถ้าเป็นเขา เขาคงไม่โหดร้ายขนาดนั้น
อย่างไรก็ต้องปล่อยให้มีที่ยืน ถึงอย่างไรคนเหล่านี้ก็เคยเป็นพี่น้องของเขา
“เพราะว่าโจงชิวกำลังมา เราไม่สามารถปกปิดการเคลื่อนไหวของหน่วยทหารจอมพลหนึ่งแสนห้าหมื่นนายได้ เนื่องจากนายพลของศัตรูกำลังมาที่แนวหน้า เฉินฉายจึงต้องรับผิดชอบในการจัดการกับปัญหาทั้งหมด รวมทั้งชื่อเสียงความโหดร้ายนี้ด้วย”
ฉินเฟิงยิ้มและกล่าวต่อ “บอกตามตรง เฉินฉายไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของผม โจงชิวมาถึงแล้ว งั้นก็น่าสนุกแล้ว ผมก็อยากเจอนายพลไร้พ่ายที่ชาวหนานเยว่พูดถึงเหมือนกัน มาดูกันว่าเขาหรือผมจะแข็งแกร่งกว่ากัน”
“ท่านนายพล ถึงตอนนั้นผมจะเป็นคนแรกที่ฆ่าเขา”
ฉีหยุนปลดปล่อยพลังอาฆาตออกมาอยู่ข้างๆ
“คุณทำไม่ได้”
ฉินเฟิงส่ายหน้า “เขารับมือยากกว่าที่คิด อย่าประมาท ถ่ายทอดคำสั่งของผมออกไป ทหารม้าหมาป่าแปดหมื่นนาย ให้เข้าสู่สถานะซุ่มโจมตีอีกครั้ง ถ้าไม่มีคำสั่งจากผม ห้ามเข้าใกล้เมืองเทียนหนานโดยเด็ดขาด”
“ครับท่าน”
เหล่าทหารทั้งหมดรับคำสั่ง
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ฉินเฟิงก็มองไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นที่ที่โจงชิวอยู่ พลางพึมพำว่า “ละครสนุกๆ เริ่มต้นขึ้นแล้ว โจงชิว ไม่รู้ว่านายพลใหญ่อย่างคุณ จะยืนหยัดอยู่ได้จนจบหรือไม่”
ประกายความเย็นชาปรากฏขึ้นบนดวงตาของฉินเฟิง
หนึ่งวันต่อมา
ทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นนายมาแล้ว นำมาโดยโจงชิว
นอกค่ายทหารหนานเยว่
“กระผมเฉินฉาย ขอคารวะจอมพลโจง กระผมออกศึกก็พ่ายแพ้ โง่เขล่าเบาปัญญา พ่ายแพ้หลายต่อหลายครั้ง จอมพลโจงได้โปรดลงโทษด้วย”
เฉินฉายพาคนของเขาเข้ามาหาโจงชิว
เวลานี้ เป็นฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็นแล้ว
โจงชิวแต่งกายด้วยเสื้อคลุมยาว สง่างาม แต่มีความเฉียบแหลม ต่างจากท่าทีเกียจคร้านตามปกติ ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง คราวนี้จอมพลโจงดูจริงจังมาก
“โง่จริง เอาไปโบยหนึ่งร้อยครั้งเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง ถ้ายังมีคราวหน้าอีก จะประหารทันที หากรับโทษโบยแล้วก็ไสหัวกลับไปที่ชายแดน หากมีอะไรผิดพลาดที่ชายแดน คุณต้องรับผิดชอบ”
โจงชิวจัดเสื้อคลุมให้ตรงและออกคำสั่ง
“ครับท่าน”
เฉินฉายตอบกลับ
แต่เขาก็ยังแอบตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่จอมพลโจงพูดกับเขามากมายด้วยน้ำเสียงดุดัน เป็นไปได้ว่าการสู้รบที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นมันไม่สามารถจินตนาการได้
จะเป็นสงครามเช่นไร
ใครจะแพ้ใครจะชนะ
แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาในตอนนี้แล้ว เขากำลังจะกลับไปที่ชายแดน
แล้วเขาก็พาคนกลับไปทันที
และกลุ่มที่สานต่อจากจอมพลโจง ก็สั่งการทหารหกแสนห้าหมื่นนายในทันที
หลังจากเข้าไปในค่ายแล้ว จอมพลโจงก็นั่งลงและมองดูผู้คน คราวนี้เขาไม่พูดอะไร แต่สายตาก็ไม่เกียจคร้าน แค่เงียบไปเท่านั้น
จากนั้นต่างฝ่ายก็ต่างยืนกรานไม่ยอมอ่อนข้อต่อกัน
“เปียนเซิงหยง พูดอะไรหน่อยสิ”