ตอนที่ 359
บทที่ 360 องครักษ์อินทรีเหล็ก
October 28, 2026
“ทหารทั้งหมดจงมารวมตัวกัน เป้าหมายคือเมืองเทียนหนาน”
“ปู๊น!”
“ปู๊น!”
“ปู๊น!”
เสียงเป่าแตรสัญญาณดังขึ้น
ทหารหกแสนห้าหมื่นนายได้เข้าใกล้เมืองเทียนหนานอยู่แล้ว ตอนนี้ได้เริ่มทำการโอบล้อมเมืองเทียนหนานจากทุกทิศทาง ราวกับมีเมฆครึ้มปกคลุมเมืองอยู่
แต่หลังจากโอบล้อมแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น
ทำให้ผู้คนรู้สึกสงสัย
แต่เปียนเซิงหยงก็รู้ว่าจอมพลโจงกำลังรออะไรอยู่ เมื่อวานซืนจอมพลโจงได้ส่งคนกลับไปถ่ายทอดคำสั่ง
‘โจงชิว ต้องการขอยืมกำลังองครักษ์อินทรีเหล็กจากฝ่าบาท’
องครักษ์อินทรีเหล็กเป็นกองกำลังชั้นยอดภายใต้บังคับบัญชาของจักรพรรดิเยว่ตี้ ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นกองสอดแนมที่รับผิดชอบภารกิจด้านข่าวกรองและการลอบสังหาร อันที่จริงหลายคนในประเทศหนานเยว่ไม่รู้เรื่องกองกำลังนี้
ถึงอย่างไรนี่ก็คือกองกำลังลับ
แต่โจงชิวรู้
ไม่เพียงแต่รู้ถึงการมีอยู่ของกองกำลังนี้เท่านั้น แต่ยังรู้ด้วยว่าทหารสอดแนมนี้แข็งแกร่งมาก ไม่ด้อยไปกว่าองครักษ์มืดเลย
ที่จักรพรรดิเยว่ตี้มีตำแหน่งอย่างวันนี้ได้ เห็นจะไม่พ้นองครักษ์อินทรีเหล็ก เมื่อต้องรับมือกับองครักษ์มืดทหารสอดแนมอันดับหนึ่งจากอีสเตอร์แลนด์ ทหารทั่วไปนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ ต้องใช้องครักษ์อินทรีเหล็กเท่านั้น
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
ถ้าไม่รู้แม้แต่ข้อมูล ตาบอดทั้งสองข้าง ต่อสู้อย่างสะเปะสะปะ งั้นก็ไม่ต้องต่อสู้ดีกว่า
อย่างไรก็แพ้แน่
แต่ช้าก่อน ยังมีเป้าหมายอื่นอีก
บนกำแพงเมืองเทียนหนาน
“โจมตีมาถึงแล้วสินะ ในที่สุดก็มาถึงวันนี้ แต่มืดฟ้ามัวดินแบบนี้มันดูน่ากลัวมาก ได้ยินมาว่ามากันล้านกว่า ล้านกว่า หากบุกเข้ายึดเมืองก็น่าจะบุกเข้ามาได้”
ทหารใหม่นายหนึ่งพูดอย่างขลาดกลัวเมื่อมองออกไปข้างนอก
ทหารใหม่คนอื่นๆ ก็พยักหน้าด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน
พวกเขามีอายุเพียงยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะยังเด็กและมีกำลังวังชา แต่เมื่อได้ภาพนี้ก็ยังตกใจ ถึงอย่างไรทหารของหนานเยว่ก็ได้ชื่อเป็นกองทัพที่เกรียงไกร หนึ่งล้านนั่นเป็นจำนวนมหาศาล
“เชอะ”
แต่หัวหน้าทหารเก่านายหนึ่งในนั้นได้ตบบ่าพวกเขาด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยามแล้วพูดว่า “ทหารใหม่ทั้งหลาย พวกคุณคิดว่าพวกเขามากันถึงหนึ่งล้านจริงเหรอ? ไร้สาระ จำนวนทหารของหนานเยว่มีไม่ถึงหนึ่งล้านด้วยซ้ำ พวกเขาแค่คุยโวเพื่อข่มขวัญคนอื่นไปอย่างนั้นเอง ไม่ต้องกลัว ผมจะบอกพวกคุณให้นะ ตอนแรกที่ผมอยู่ในอีสเตอร์แลนด์ก็ต่อสู้กับคนนับแสนด้วยกำลังเพียงไม่กี่พัน สุดท้ายก็ยังเอาชนะได้เลย”
ทหารเก่าคนนี้กำลังคุยโวถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ของเขา
เขามาจากอีสเตอร์แลนด์
หลายปีที่ผ่านมาเขาได้ติดตามเทพสงครามไปสู้รบตั้งแต่เหนือจรดใต้ ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นทหารอีสเตอร์แลนด์ของตน
คุยไปคุยมาก็ทำให้ทหารใหม่เหล่านั้นเลื่อมใส
ทั้งหมดพากันชื่นชมนับถือ
ถึงอย่างไรส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่การคุยโว มันคือเรื่องจริง
“แต่อีสเตอร์แลนด์นั้นทรงพลัง เซาเทิร์นแลนด์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เราปกป้องมาหลายปีแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะการทรยศของตระกูลซือหม่า หนานเยว่ก็ตีไม่แตกแน่นอน”
เมื่อทหารเก่าพูดถึงตระกูลซือหม่า สีหน้าก็เต็มไปด้วยความมาดร้าย
เหมือนกับฉินเฟิง
ทหารนั้นเกลียดคนทรยศที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ทรยศต่อประเทศชาติ
“ถ้าให้เราเจอเมื่อไหร่ จะต้องฆ่าล้างตระกูลซือหม่าไม่ช้าก็เร็ว”
“ถูกต้อง ฆ่าล้างตระกูลซือหม่า”
“ไม่ใช่แค่ฆ่าล้างตระกูลซือหม่าเท่านั้น เทพสงครามเคยพูดแล้วว่า จะนำทัพบุกเข้าไปในตำหนักจักรพรรดิเยว่ตี้ ถึงตอนนั้นผมก็จะคอยเป็นม้ารับใช้เทพสงคราม ผมก็ต้องการบุกเข้าไปในตำหนักจักรพรรดิเยว่ตี้ เพื่อล้างแค้นให้ประชาชนของหนานเยว่”
ชายหนุ่มผู้ห้าวหาญทั้งหลายคนเปล่งเสียงขึ้นมาพร้อมกัน