ตอนที่ 369
บทที่ 370 ซักเสื้อผ้าในสถานที่นี้
October 28, 2026
“ซะ……ซัก……เสื้อผ้า?”
กัวฉีถึงกับอึ้ง
เดิมที หลี่ผู่เยว่เตรียมจะเรียกร้องในสิ่งที่มากเกินไป หลังจากนั้นถึงจะยอมให้อภัยฉินเฟิง เธออ้าปากพะงาบๆ สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ด้วยความอึ้งกิมกี่
“แกมา ขอโทษไม่ใช่หรอ?”กัวฉีพูดอย่างเบิกตากว้าง
“ผมไม่เคยพูดมาก่อน ว่าจะมาขอโทษถึงที่นะ”ฉินเฟิงกล่าว
กัวฉีกับหลี่ผู่เยว่จ้องสบตากันครู่หนึ่ง ด้วยความมึนงง
พวกเธอคิดมากไปแล้ว
แต่ทว่า เป็นไปไม่ได้หนิ
หลี่ผู่เยว่รีบกล่าวขึ้นมาว่า“หรือนายไม่กลัวพวกเรา?ไม่กลัวตระกูลกัวของเรา เราเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเทียนหนาน นายไม่มีอิทธิพลไม่มีอำนาจอะไร นายกล้าหือกับตระกูลกัวของเราหรอ หรือว่าไม่กลัว ไม่มาขอโทษ?”
เธอคิดไม่ออกจริงๆ
ไอ้หมอนี่ ไปเอาความกล้ามาจากไหน ไม่เพียงแต่ไม่ขอโทษ ยังมาหาถึงที่ ให้ลูกสาวที่รักของเธอ ซักเสื้อผ้า
“กลัว?”
ฉินเฟิงส่ายหัวไปมา“แค่ตระกูลกัวเล็กๆ มีอะไรให้น่ากลัว”
เป็นแบบนั้นจริงๆ
ตระกูลเซี่ยง ตระกูลหวาง ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเทียนหนาน ใหญ่กว่าตระกูลกัวหลายเท่า สุดท้ายก็ถูกเขาใช้มือโบกจนล่มสลาย ตระกูลกัวแห่งนี้ ไม่รู้จริงๆว่ามีอะไรให้น่ากลัว
แต่คำพูดประโยคนี้ เมื่อลอดมาถึงกูของหลี่ผู่เยว่กับกัวฉี มันก็ดูเปลี่ยนไป
อันที่จริงมันไม่ได้เปลี่ยนไป
พวกเธอรู้สึกว่า เมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนี้ ดูถูกตระกูลกัวของพวกเธอ ทันใดนั้นพวกเธอสองคนก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมาในทันที“แกคิดว่าแกเป็นใครห้ะ ถึงกลับดูถูกตระกูลของเราแบบนี้?”
พวกเธอโกรธมาก
ไอ้หมอนี่ มีสิทธิ์มาดูถูกตระกูลกัวของพวกเธอได้อย่างไร
“ผมเป็นใครงั้นหรอ?คำพูดประโยคนี้ พวกคุณยังกล้าพูดอย่างงั้นหรอ”ฉินเฟิงถือถุงขึ้นมา แล้วพูดอย่างแสยะยิ้ม
คนที่พูดแบบนี้ครั้งก่อน ก็คือตระกูลหวาง มลายหายไปแล้วนะ
แต่ทว่า หลี่ผู่เยว่กลับคิดว่า ผู้ชายที่พูดจาเพ้อเจ้อตรงหน้า ความสามารถก็ไม่เท่าไร แต่มีความกล้ามาก เธอจึงโทรศัพท์ยกหูทันที“เรียกคนมาเดี๋ยวนี้”
สายนี้ถูกส่งตรงไปที่รปภ.ในคฤหาสน์ของพวกเขา
ผ่านไปไม่นาน รปภ.มากมาย ก็ทยอยพากันเข้ามา อย่างน้อยๆก็ต้องมียี่สิบถึงสามสิบคน แต่ละคนรูปร่างบึกบึน ในมือถือกระบองไฟฟ้า บนกระบองไฟฟ้า มีเสียงไฟฟ้าดังเปรี๊ยะๆมาเป็นระยะ
พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากระบองไฟฟ้า ไม่ใช่ของกระจอกๆ
“คุณผู้หญิงครับ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนในชุดเครื่องแบบสีดำ เห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูง เข้ามาคุ้มกันหลี่ผู่เยว่กับกัวฉีข้างหน้า
คราวนี้ หลี่ผู่เยว่มีความมั่นใจขึ้น ก่อนหน้านี้เธอได้ยินลูกสาวพูด ว่าผู้ชายคนนี้มีมีด แต่ตอนนี้ข้างกายเธอมีคนมากมายขนาดนี้ ความปลอดภัยสูง จึงรีบพูดกับฉินเฟิงว่า“นี่ ตอนนี้ถึงแกจะมีมีดก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ ไม่รู้ว่าแกไปเอาความกล้ามาจากไหน ถึงกล้าบุกมาที่ตระกูลกัว สิ่งที่ไร้เหตุผลที่สุดก็คือ เอาเสื้อผ้ามาให้ลูกสาวฉันซัก ถึงที่อีก”
“ตลกหน่า เป็นอะไรที่น่าตลกที่สุดในโลก ลูกสาวฉันเป็นคนซักผ้ารึไง?ตั้งแต่เธอเกิดมา เธอยังไม่เคยต้องซักผ้าถูบ้านเลยนะ ยังจะมาให้เธอซักเสื้อผ้าอีกงั้นหรอ?แกคู่ควรหรอ”
“ทุกคน ลุยเลย ซ่อมมันให้น่วม หลังจากนั้น ฉันจะทรมานไอ้หมอนี่อีก”
เธอพูดติดต่อกันจนไฟแลบ เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกโกรธมาก
หมาแมวที่ไหน กล้ายั่วยุตระกูลกัวของพวกเธอ
กล้าไม่เบาเลย
ไม่ต่อกรกับผู้ชายคนนี้ จะดูว่าตระกูลกัวของพวกเธอไร้ความสามารถ
“จริงด้วยค่ะจริงด้วย ซ้อมมันให้น่วม กล้าให้หนูขอโทษมัน”กัวฉีที่อยู่ข้างๆ สุมไฟเพิ่มขึ้นอีก
เธอจะรอดูฉินเฟิงถูกซ้อม
“ไอ้หนุ่ม คุณผู้หญิงมีคำสั่ง ต้องซ้อมแกให้น่วมว่ะ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูงพวกนั้นหัวเราะเหอะๆ แล้วหักนิ้ว เสียงดังกร๊อบ
เห็นได้ชัดว่ากำลังเตรียมจะซ้อมคน
หลังจากนั้น ทุกคนก็กรูกันเข้ามา เตรียมจะซ้อมฉินเฟิงให้น่วม แสดงความสามารถของพวกเขา ให้นายหยิงได้เห็น
เพียงแต่ว่า ฉินเฟิงกลับถอนหายใจ“จำเป็นด้วยหรอ”
หลังจากนั้น สายตาก็เฉียบคม
ไม่พูดแม้แต่คำเดียว รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากตัวเขา ไปที่ตัวของรปภ.เหล่านั้น หลังจากนั้นเสียงดังปึ้ง รปภ.พวกนั้นก็ถูกดีดกระเด็นออกไป
หลังจากนั้นก็กระแทกเข้ากับกำแพง และบนพื้น
บางคนกระอักเลือด บางคนสลบไป บางคนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น แหกปากร้องโวยวายว่าตัวเองขาหัก มือหัก