ตอนที่ 370
บทที่ 371 หลี่หลง“โอ้แม่เจ้า!”
October 28, 2026
“ผงซักผ้า?ใช้ ผงซักผ้า”
คราวนี้ จู่ๆหลี่ผู่เยว่ก็นึกขึ้นมาได้ ผงซักผ้า รีบลุกขึ้นไปหยิบทันที
หลังจากที่ กลับมา ก็เทสิ่งนั้นไปที่ด้านบน ทันใดนั้นคราบก็หายไปทันที เมื่อกัวฉีเห็นแบบนั้น ก็ถามอย่างแปลกใจว่า“แม่คะ นี่คืออะไรหรอคะ?ทำไมถึงหายไปทันทีเลยคะ”
“นี่คือผงซักผ้า เอาไว้ใช้ซักผ้าโดยเฉพาะ”หลี่ผู่เยว่พูดอธิบาย
คนหนึ่งอธิบายอย่างตั้งใจ
อีกคนก็ฟังอย่างตั้งใจ
ฉินเฟิงที่อยู่ข้างๆ เอามือกุมหัว เขาแทบจะดูต่อไปไม่ไหว ลูกคุณหนูสมัยนี้ เลี้ยงอบรมสั่งสอนกันแบบนี้หรอ?
สิบนิ้วไม่ให้แตะงานถูบ้านซักผ้าแม้แต่นิดเดียว
และในเวลานี้เอง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก เขาก็คือกัวเฉิงเจ้าบ้านตระกูลกัว แต่คิ้วของเขากำลังขมวดแน่น เพราะเขากำลังเจอเข้ากับปัญหายากที่จะแก้ไข
“น้องชาย เรื่องเล็ก เทพสงครามนั้น ฉันจะไปพูดเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
ข้างๆของเขา ยังมีผู้ชายอีกคนหนึ่ง สวมชุดสูท และรองเท้าหนัง
คนผู้นั้นก็คือหลี่หลง
เขาในตอนนี้ ไม่ใช่นักเลงหัวไม้ดังวันวานแล้ว แต่เป็นผู้ช่วยคนหนึ่งภายใต้สังกัดของซูมู่ และการออกมาในครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อทำภารกิจ แต่มาเพื่อหารายได้พิเศษ
ก่อนหน้านี้กัวเฉิงอยู่ข้างฝ่ายปรองดอง คิดว่าฝ่ายปรองดองจะต้องชนะอย่างแน่นอน
แต่ไม่มีใครคิดถึงว่า สุดท้ายจะมีMr.Xโผล่ออกมา แถมยังเป็นเทพสงครามอันดับหนึ่งของตาหัวอีกด้วย
ถึงแม้สุดท้าย เขาจะโหวตให้กับฝ่ายสงคราม แต่เขาก็รู้ดีว่า ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนของฝ่ายปรองดอง ไม่มีใครรู้ ตอนนี้เทพสงครามยังไม่คิดบัญชี อาจจะเตรียมคิดบัญชีย้อนหลัง ดังนั้นเขาจึงกลัวเป็นอย่างมาก
จึงไปหาหลี่หลงโดยเฉพาะ
คนโปรดของซูมู่คนนี้
ใช้เงินไปจำนวนมาก เพื่อเลี้ยงข้าวหลี่หลง ร้านอาหารที่ดีที่สุด แถมยังมอบของมากมาย และบ้านให้อีกด้วย ถึงอย่างไรเสียก็เหมือนกับอ้อยเข้าปากช้าง ยังพูดกับเขาว่าจะบอกเทพสงครามให้ ทุกประโยคที่กล่าวออกมา
แต่ทว่า เขาไม่สามารถพูดให้ได้อยู่แล้ว
หลี่หลงคนอย่างเขายังอยากมีชีวิต แน่นอนว่าตอนนั้นเขาโชคดีที่ได้ซูมู่ช่วยพูดไว้ให้ คิดว่าติดตามซูมู่ จะมีอนาคตก้าวไกลกว่านี้ ใครจะไปรู้ว่า แค่วันเดียวเอง จากอนาคตก้าวไกล กลายเป็นอนาคตยิ่งใหญ่แล้ว
รายได้เป็นกอบเป็นกำ
หลี่หลงได้เปลี่ยนจากนักเลงกระจอกๆคนหนึ่ง เป็นคนที่ตระกูลเศรษฐีทั่วทั้งเมืองเทียนหนานต้องแหงนหน้ามอง
เขารู้สึกสะใจเป็นอย่างมาก
แต่ไม่ว่าจะให้เขาไปพูดกับเทพสงครามอะไรก็ตาม เขาไม่มีทางกล้าพูดอย่างแน่นอน ในตอนแรกเขากับเทพสงครามมีความแค้นกันอยู่แล้ว ไม่สิ เขาเป็นฝ่ายโดนซ้อมฝ่ายเดียว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ไม่ดี
จะให้เขาไปพูด เขาไม่กล้าจริงๆ
ที่เขาตอบตกลงตอนนี้ เพราะเขาเป็นแค่คนที่พูดปากเปล่าแต่ความเป็นจริงไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ถึงอย่างไรเสียตอบตกลงไปแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ฝั่งของเทพสงครามจะพูดหรือไม่พูด ใครจะไปรู้ เขาไม่เชื่อว่า จะมีคนกล้าไปถาม โดยเฉพาะบรรดาตระกูลฝ่ายปรองดอง แค่เห็นเทพสงคราม เขาก็ตกใจกลัวจนขาอ่อนแล้ว
“สบายใจเถอะครับ สบายใจเถอะ ผมเป็นใคร เป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งของสาวงามจิ้งจอกเงิน เจอเทพสงครามทุกวัน คุณวางใจเถอะ ผมจะช่วยคุณพูดอย่างแน่นอน”
หลี่หลงตบบ่าของกัวเฉิง แล้วพูดปลอบ
กลัวอะไร
มีเขาอยู่ด้วย ชีวิตขึ้นอยู่กับโชคชะตา
“ขอบคุณมากน้องชาย”
กัวเฉิงยิ้มอย่างไม่เต็มใจ หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าไปในบ้านกับหลี่หลง เขายังเตรียมจะเลี้ยงหลี่หลงอีกหนึ่งมื้อ แต่พอเข้ามาในบ้าน ก็พบว่า รปภ.สองคนที่อยู่หน้าประตู กำลังคลานออกมาพอดี
เป็นรปภ.ที่อยู่ในคฤหาสน์ ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส กำลังออกมาหาหมอ
พวกเขากลัวว่าขืนถ้ายังไม่หาหมออีก อาจจะตายได้
“พวกแก นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
แต่ทว่า เมื่อกัวเฉิงเห็นฉากนี้ ก็ถึงกับมึนงง
นี่คือรปภ.ของบ้านตัวเองไม่ใช่หรอ
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้
“เจ้าบ้านครับ”
รปภ.ทั้งสองคนเห็นเจ้าบ้าน ก็ราวกับพบเห็นพระเจ้าช่วยชีวิต พวกเขาร้องไห้สะอึกสะอื้น รีบเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ามีคนร้ายคนหนึ่งบุกรุกเข้ามา ทำร้ายพวกเขา ตอนนี้ยังอยู่ข้างใน
“ว่าไงนะ!”
กัวฉีสีหน้ารีบร้อน แต่ไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปทันที แต่มองไปที่หลี่หลงแล้วกล่าวว่า“น้องชาย นายดูสิ”