ตอนที่ 412
บทที่ 413 แผนของจงชิว
October 28, 2026
“นายพลฉี ให้พวกเราไปพบเทพสงครามหน่อยเถอะ”
แม่ทัพทุกคนต่างพากันขอร้อง
“กลับไปเถอะ ตอนนี้ผมขอใช้คำสั่งจากผู้บัญชาการสูงสุดของเมืองเทียนหนาน สั่งให้ทุกคนกลับไป”
ฉีหยุนออกคำสั่ง
สายตาเย็นชา
ทีนี่ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ต้องกลับออกไปเท่านั้น
และในตอนนี้ จูหงเยียนและพวกของซูหมิงเจ๋อก็กลับมายังบนกำแพงเมือง บนกำแพงเมืองมีเพียงคนคนเดียว และนั่นก็คือซูหยางที่ยังอยู่เฝ้าบนกำแพงเมือง จูหงเยียนไม่เข้าใจ ก็เลยเข้าไปถามซูหยาง “นายพันซู คุณบอกว่าตอนบ่ายจะเกิดเรื่องขึ้น คือเรื่องนี้ใช่ไหม?”
“ใช่”
ซูหยางพยักหน้า
แต่จูหงเยียนส่ายหัว “แต่ว่า ฉันไม่เข้าใจ ทำไมจะต้องเจาะจงกับเทพสงครามแบบนี้ พวกเราร่วมเป็นร่วมตายกันที่แนวหน้า แต่พวกนั้นดื่มกินกันอย่างมีความสุขอยู่เบื้องหลัง พอเป็นแบบนี้ พวกนั้นก็ยังโยนความผิดให้เรา หาว่าเราทำผิดนู่นนี่นั่น ฉันไม่เข้าใจจริงๆ”
“เพราะว่าอันตรายยังไม่ตกไปถึงหัวพวกนั้นไง” ซูหยางพูดออกมานิ่งๆ
ซูหยางมองแผนที่ในมือแล้วพูดขึ้นมาอีกว่า “อันตรายยังไปไม่ถึงหัวพวกนั้น ก็เลยไม่รู้เรื่อง ว่าแนวหน้าเป็นอย่างไร นึกว่าอยู่สุขสบายเหมือนที่บ้านหรือไง เหอะ บ้าสิ้นดี”
พุถึงจุดนี้ ซูหยางก็ประชดๆ ว่า “” ปมด้อยของคนต้าหัว ก็คงจะขาดการขัดแย้งภายในไปไม่ได้ ครั้งนี้มีจงชิวคอยสร้างเรื่องอยู่เบื้องหลัง แต่ว่าก็ยังมีคนต้าหัวบางกลุ่ม ที่ต่อต้านเทพสงครามจริงๆ คิดว่าเทพสงครามมีอำนาจอยู่ที่แนวหน้าเยอะเกินไป โดยไม่รู้ว่าพวกเราใช้ชีวิตของพวกเราเอง สร้างเป็นกำแพงป้องกันศัตรู ไม่อย่างนั้น พวกนั้นคงไม่รอดไปนานแล้ว
“บางครั้ง ผมก็อยากจะฟันคนพวกนาให้ตายไปจริงๆ แต่ว่าทำไม่ได้ ผมเป็นทหาร จะต้องปกป้องบ้านเมือง แต่ว่า อีกไม่นานนายพลก็จะไม่ใช่ทหารแล้ว”
ซูหยางส่ายหัว
ประโยคสุดท้าย เขาบ่นกับตนเอง พูดเสียงเบามาก
จูหงเยียนไม่ได้ยิน
“เฮ้อ”
จูหงเยียนถอนหายใจ แล้วก็กลับไปเข้าเวรอย่างช่วยอะไรไม่ได้ แต่มันเต็มไปด้วยความปวดใจ
และตอนนี้ ในฐานทัพของหนานเยว่ จงชิวนั่งอยู่ตรงกลาง ด้านล่างมีองครักษ์อินทรีเหล็กมารายงานว่า “รายงานแม่ทัพ คนของพวกเราได้เคลื่อนไหวในต้าหัวแล้ว ได้ปล่อยข่าวไปแล้ว ว่าฉินเฟิงเทพสงครามแห่งต้าหัว เป็นคนที่ฆ่าไม่กะพริบตา เป็นคนเพชฌฆาตที่ฆ่าคนของตัวเองได้ เป็นเพชฌฆาตอย่างเต็มตัว ในพื้นที่ของต้าหัวเกิดเป็นข่าวใหญ่ ถึงขนาดมีคนรวมพลกันเป็นกลุ่ม เดินประท้วงตามถนนในจิงตู แล้วก็ยังมีข้าราชการ เขียนรายงานไปยังศูนย์บริหารด้วย”
“บ่ายวันนี้ ทั้งต้าหัวล้วนเกิดเรื่องวุ่นวาย ถูกบีบบังคับ บ่ายวันนี้ ฉินเฟิงออกจากตำแหน่งเทพสงคราม ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะบัญชาการทหารทั้งประเทศแล้ว ในขณะเดียวก็เอาอำนาจส่งทหารให้กับฉีหยุน ตัวเขาเองก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่พบใครทั้งนั้น”
องครักษ์อินทรีเหล็กรายงานข่าวที่ได้รับมาทั้งหมด
ข่าวทั้งหมดนั้น ทำให้ทุกคนลุกฮือ แผนการครั้งนี้ร่วมมือกัน3ด้าน ตระกูลซือหม่ามีเส้นสายอยู่ในต้าหัวมากมาย สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ใช้นักฆ่าเข้าไปข่มขู่ แล้วก็มีประเทศหนานเยว่อีกด้าน
หนานเยว่เตรียมการมา10 ตำแหน่งสำคัญๆ ในต้าหัวล้วนเป็นคนของหนานเยว่ หนานเยว่ส่งเข้าไปสอดแนม
ดังนั้น ที่ฉินเฟิงถูกคนมากมายด่าทอเอาผิดแบบนี้ จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นของพวกเขาเองที่เป็นแกนนำ
บิดเบือนข้อเท็จจริง
แล้วก็เป็นแกนนำทางความคิด
คนก็อาศัยเสียงส่วนมาก ขอเพียงแกนนำต่อต้าน คนที่เหลือก็จะต่อต้านไปด้วย บางครั้งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร คิดแต่ว่าคนอื่นเขาต่อต้าน แล้วทำไมตนเองจะไม่ต่อต้านล่ะ
ต่อให้บางคนแยกแยะได้ แต่ก็ยังได้รับข่าวที่ถูกบิดเบือน
เช่นเทพสงครามต้าหัว ไม่สนใจประชาชนที่ถูกเข่นฆ่า
ไม่มีการตอบสนองใดๆ ต่อเหตุการณ์นั้น
เย็นชา
ไร้ความรู้สึก
มองว่าชีวิตประชาชนต้าหัวเป็นต้นไม้ใบหญ้าที่ไร้ค่า
ส่วนเบื้องหลัง ข่าวที่เมืองเทียนหนานถูกล้อมโจมตีนั้น ถูกปิดไว้เงียบ ต่อให้มีคนอยากจะกระจายข่าวนี้ออกไป แต่ชั่วโมงต่อมา คนคนนั้นก็ได้หายตัวไป
จนกระทั่ง ไม่มีใครกล้าออกมาแก้ข่าว
และไม่มีใครได้รู้ความจริงๆ