ตอนที่ 450
บทที่ 451 ชิวซือซือ: “ใครแกล้ง”
October 28, 2026
ไม่นาน พอทุกคนถูกจัดการหมดแล้ว
อายีก็ค่อยลงมาจากต้นไม้ แล้วเปลี่ยนหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นคนผมยาว ในชุดตาข่าย บนชุดตาข่ายนั้นมีลวดลายแปลกตา แต่ว่าพอรวมกับใบหน้าเรียวๆ ดวงตาดั่งพระจันทร์ของเธอแล้ว ก็ทำให้คนรู้สึกเหมือนว่าเป็นนางฟ้าเลยทีเดียว
แต่ว่า ในเวลานี้ กลับไม่มีใครมองว่าเธอเป็นนางฟ้าหรอก
เพราะว่า พวกเขาล้วนได้เห็นแล้ว ว่าแมลงพวกนั้นมันกัดกินเลือดเนื้อของคนเป็นๆ ไปได้อย่างไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงอย่างอิ่นหนิงหยู่เลย ตอนนี้เธอไม่กล้ามองอายีเลย ต่อให้เป็นเฮียต้าหู่ที่เป็นผู้ชายกล้าหาญ มองอายีและแมลงพวกนั้น ก็ต้องขนหัวลุกเหมือนกัน
นี่มันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะเนี่ย
“ใต้เท้า พวกคนรอบๆ นี้ ถูกจัดการหมดแล้ว”
อายีเดินพูดเข้ามา
คนที่เข้ามาสืบข่าวใกล้ๆ นี้ ก็ถูกอายีจัดการหมดแล้ว อย่างไรเสียตอนนี้ก็อยู่ที่ชานเมือง และอยู่ในป่า ถือว่าเป็นถิ่นของอายี นอกจากฉินเฟิงที่เป็นคนมีพลังมาก และยังมีประสบการณ์ต่อสู้อย่างช่ำชอง ทั้งยังมีประสาทสัมผัสดีมาก
คนทั่วไปไม่มีทางรับมือเธอได้
“ขึ้นรถเถอะ”
ฉินเฟิงสะบัดมือพูด
ก้อนหินด้านหน้า ถูกเข้าจัดการออกไปหมดแล้ว
เขาก็เข้ามานั่งที่เบาะข้างคนขับ และอายีก็เข้ามานั่งด้านหลัง จากนั้นก็เห็นอิ่นหนิงหยู่ที่นั่งหดตัวกอดกระบี่กษัตริย์รัฐเยว่ไว้ไม่พูดไม่จา ก็ยิ้มออกมาเผยฝันเขี้ยวออกมา “ไม่ต้องกลัวนะ”
พอยิ้มออกมาแบบนี้ ค่อยอบอุ่นหน่อย
ที่สำคัญคือ อายุมีรูปร่างหน้าตาดีมาก พอยิ้มออกมา ก็เหมือนเป็นนางฟ้า แน่นอนว่า นี่เป็นการปฏิบัติกับคนพวกเดียวกัน เพราะอย่างไรเสีย เธอก็เป็นหญิงสาววัยรุ่นดรุณีคนหนึ่ง
แต่กลับศัตรู เธอก็จะเป็นอีกหน้าหนึ่ง
เป็นเหมือนกับปีศาจสาวที่ขึ้นมาจากนรก
ทำให้คนหวาดกลัว
“พี่สาวคะ พี่สวยมากเลย”
อิ่นหนิงหยู่สบายใจขึ้นมาหน่อย ถูกรอยยิ้มของอายีสะกดเข้าแล้ว จากนั้นก็ค่อยๆ เบาใจมากขึ้น แล้วก็ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อายีมากขึ้น พร้อมกับลูบไปที่ผิวหนังของอายี
“พี่ผิวสวยมากเลยค่ะ”
อิ่นหนิงหยู่พูดชื่นชม
ต้องบอกก่อนว่า อิ่นหนิงหยู่ยังเป็นนักศึกษา ส่วนอายีเป็นผู้หญิงที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ถูกตระกูลเซี่ยแห่งซีโจว นำทีมออกมาตามทำลายกระบี่กษัตริย์รัฐเยว่หรอก
ก็แค่สู้ซือหม่าเฉินไม่ได้เท่านั้นเอง
ตระกูลซือหม่า มีคนเก่งตั้งแต่อดีตแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะกบฏ ตระกูลนี้ก็คงรุ่งเรืองมากที่สุดเลยล่ะ แต่ถ้าก่อกบฏ ตระกูลนี้ก็จะทำให้คนโกรธแค้น ทำให้คนเจ็บปวด จนอยากจะกินเลือดกินเนื้อคนตระกูลนี้เลยล่ะ
“อิอิ”
อายีก็หัวเราะออกมา
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง ก็มาถึงบริเวณใกล้ๆ บ้านพักหลังหนึ่ง อายีก็ถามว่า “ใต้เท้าคะ คนแถวบ้านพักนี้ จะให้ฉันจัดการด้วยเลยไหมคะ ฉันทำได้”
ครั้งก่อน เธอมีหน้าที่จัดการกับเย่เซียว
อย่างไรเสียก็เป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งคนหนึ่ง
แต่ว่า ครั้งนี้ เย่เซียวเป็นพวกกันเอง เธอจะจัดการกับพวกกระจอกพวกนี้ มันก็ง่ายเหมือนบี้หมด นิดเดียวก็ตายแล้ว
“ยังไม่ถึงเวลา”
ฉินเฟิงส่ายหัว
จากนั้น ก็เดินเข้าไปกับอิ่นหนิงหยู่ ส่วนอายี ไม่ได้เข้าไป รออยู่ด้านนอก
ยังไม่ถึงเวลา
มาถึงด้านในบ้านพัก อิ่นหนิงหยู่ไปทำกับข้าว ส่วนฉินเฟิงก็ขึ้นตึกไป เคาะประตูห้องตนเอง ครู่หนึ่งก็มีเสียงตอบกลับมานิ่งๆ ว่า “เข้ามาได้”
ฉินเฟิงเปิดประตูเข้าไป พอมองไป เห็นชิวซือซือยังไม่ลงจากเตียง กำลังกอดผ้าห่มอยู่มุมหนึ่งของเตียง แล้วก็ใช้สายตาที่โกรธเกลียดมองฉินเฟิง
“พอได้แล้ว จัดการตัวเอง แล้วลงมากินข้าว ไม่ต้องแกล้งแล้ว”
ฉินเฟิงพูดไปประโยคเดียว แล้วก็หันหลังจากไป
พอฉินเฟิงออกไปแล้ว ชิวซือซือก็บ่นๆ ว่า “ใครแกล้งกัน”
มีผู้หญิงที่ไหนที่เสียสาวครั้งแรก แล้วจะไม่เศร้าและแค้นบ้าง
แถมยังเป็นวิธีนี้อีก
จะไม่ให้เธอมีอารมณ์โมโหเลยหรือไง
ก็แค่บ่นออกมานิดหน่อย ชิวซือซือเป็นทหารมา เธอรีบพลิกตัวแล้วเก็บข้าวของ เปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่เสื้อผ้าของฉินเฟิง เป็นชุดของผู้ชาย ด้านบนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว ด้านล่างเป็นกางเกงขาสั้น
บิดขี้เกียจเล็กน้อย จากนั้นก็เดินลงมา
ด้านล่าง ฉินเฟิงใส่ผ้ากันเปื้อน แล้วก็ยกกับข้าวมาวาง ส่วนอิ่นหนิงหยู่ก็ช่วยอยู่ข้างๆ มีกับข้าวไม่กี่อย่าง เป็นกับข้างง่ายๆ และดูอบอุ่นมาก ทำให้ชิวซือซือเห็นแล้วก็อึ้ง