ตอนที่ 469
บทที่ 470 ซือหม่าเฉินลงมืออีกแล้ว
October 28, 2026
“เฮ้อ”
ผู้อาวุโสเห็นซือหม่าเฉินสภาพนี้ จึงถอนหายใจทีหนึ่ง เขารู้ว่าการที่พ่อของซือหม่าเฉิน ตายอยู่ที่เมืองฉางซาน กระทบต่อจิตใจของซือหม่าเฉินอย่างรุนแรง จนทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถถอนตัวออกมาได้
แล้วตอนนี้ในตระกูลก็มอบภารกิจนี้ให้อีก
ภารกิจนี้บอกว่าไปช่วยเหลือหนานเยว่ ถล่มเมืองฉางซาน
แต่ว่าเมืองฉางซานมันถล่มง่ายขนาดนั้นจริงๆหรอ ถึงแม้จะถล่มได้ง่าย แล้วจะปลอดภัยจริงหรอ ในความรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่นี้ ก็มีความอันตรายอย่างใหญ่หลวงซ่อนอยู่ ยังไงซะเทพสงครามท่านนั้นก็อยู่ที่นั่น
เทพสงครามอยู่ที่นั่น เมืองฉางซานก็ถือเป็นพื้นที่อันตราย
ดังนั้นเมื่อมีภารกิจนี้ลงมา ผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงในตระกูลพวกนั้น ต่างก็เลือกที่จะไม่รับหน้าที่ ความอันตรายมากเกินไป จึงได้โยนลงมาให้กับซือหม่าเฉิน ภารกิจนี้ซือหม่าเฉินจำเป็นต้องรับไว้
ยังไงซะพ่อของซือหม่าเฉินก็ตายอยู่ที่เมืองฉางซาน ถ้าหากไม่รับ อย่างนั้นก็ดูจะไม่สมกับเป็นซือหม่าเฉิน จะต้องมีปัญหาแน่นอน
ส่วนผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงพวกนั้น ต่างก็อยู่ในเมืองรอบด้าน พวกเขากำลังรอ พวกเราให้เมืองถล่ม จากนั้นพวกเขาค่อยโจมตีเข้าไป แล้วค่อยแย่งผลงานมาในตอนที่ได้รับชัยชนะมาแล้ว
ส่วนคุณงามความดีของซือหม่าเฉิน คุณงามความดีเหอะ ซือหม่าเฉินแบกรับความผิดมาทำหน้าที่ จะเอาคุณงานความดีอะไร
ถ้าหากภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวอีก
อย่างนั้นซือหม่าเฉินก็จบเห่แน่นอน
ภายใต้แรงกดดันของผู้สืบทอดพวกนั้น ทั้งชีวิตนี้ของซือหม่าเฉิน ไม่มีความหวังที่จะได้ขึ้นเป็นผู้สืบทอดของตระกูลซือหม่าอีกแล้ว ไม่มีวันพลิกผันได้อีก
แต่ว่า พวกเขาไม่รู้ว่าซือหม่าเฉินในตอนนี้ไม่ใช่ซือหม่าเฉินคนก่อนแล้ว
ภารกิจ?
ถล่มเมือง?
เหอะฟาง
ภารกิจทำไม่สำเร็จแน่นอนอยู่แล้ว เมืองฉางซานไม่มีทางถล่มได้แน่นอน แล้วเขาหลังจากนี้ คงจะต้องถูกถีบส่งไปยังตำหนักเย็นแน่นอน
ไม่มีวันพลิกผันได้อีก
แต่ว่า เขาขอร้องให้เทพสงครามช่วยเหลือเขาเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือฆ่า ฆ่าผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงของตระกูลซือหม่าที่อยู่ในแต่ละเมืองพวกนั้น ถ้าหากฆ่าทิ้งจนหมดแล้ว อย่างนั้นเขาจะต้องได้รับความสำคัญใหม่แน่นอน
ผู้โดดเด่นในรุ่นของผู้เยาว์มีเยอะมาก แต่ถ้าหากถูกเทพสงครามฆ่าทิ้งจนหมด เหลือเพียงแค่เขา
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรผิด ก็จะต้องถูกเรียกตัวกลับมาแน่นอน
แม้กระทั่งให้สืบทอดเป็นผู้นำตระกูล
อีกอย่างเขาก็ยังบอกตัวตนสถานะ ตำแหน่งที่อยู่ และจุดอ่อนของคนพวกนั้นให้แล้ว แล้วยังมีลูกน้องที่เขาแอบส่งไปที่ข้างกายของคนพวกนั้น คนพวกนั้นก็จะต้องส่งแอบลูกน้องมาอยู่ข้างกายซือหม่าเฉินเช่นกัน
แต่ว่า หลังจากเรื่องครั้งก่อน คนข้างกายของซือหม่าเฉินก็ตายกันไปจนหมดแล้ว
บรรพบุรุษของตระกูลพวกเขาล้วนตายกันหมดแล้ว
“ฉินเฟิง ฉันไม่มีทางปล่อยนายไว้แน่ ไม่มีทางปล่อยนายไว้แน่นอน”
แน่นอน ว่าบนใบหน้าภายนอก ซือหม่าเฉินก็ยังดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความเกลียด และคำรามอยู่ในหอบรรพบุรุษ ให้ผู้อาวุโสท่านนั้นได้ยิน และคนนอกด้านเองก็ได้ยิน
“เฮ้อ”
ผู้อาวุโสถอนหายใจทีหนึ่งแล้วก็จากไป
ความเจ็บปวดที่สูญเสียพ่อ
เจ็บปวดเป็นอย่างมาก เขาจึงไม่อยู่รบกวนเขาที่นี่แล้ว
ส่วนคนรอบข้าง อยู่ที่นี่กันไม่น้อย ต่างก็ได้ยินจนหมด แต่ในแววตาไม่ใช่ความเศร้าโศก แต่เป็นความยินดี เพราะว่าสายเลือดของซือหม่าเฉินถูกฆ่าทิ้งไปจนเกือบหมดแล้ว อย่างนั้นสายเลือดของพวกเขา ก็จะสามารถผงาดขึ้นได้แล้ว
และทรัพยากรที่แบ่งปันก็จะมากยิ่งขึ้น
ส่วนผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงพวกนั้นต่างก็โล่งใจ
สายเลือดของซือหม่าเฉินแข็งแกร่งเกินไป ถึงขั้นที่เหยียบย่ำกดดันสายเลือดหลัก แต่ว่าตอนนี้ ถูกกำจัดไปแล้วครึ่งหนึ่ง บรรพบุรุษต่างก็ตายกันหมดแล้ว สิ่งนี้กลับทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจ รู้สึกยินดีมีความสุขต่อความทุกข์ของผู้อื่น
แต่ว่า ซือหม่าเฉินร้องไห้ไปด้วย และเดินไปยังมุมที่คนอื่นมองไม่เห็นไปด้วย จากนั้นล้วงโทรศัพท์ออกมา แล้วใส่ซิมใหม่เข้าไป โทรหาเบอร์หนึ่ง “ตระกูลซือหม่ามีความเคลื่อนไหว….”
ขณะเดียวกัน
เมืองฉางซาน
ในคฤหาสน์ของท่านชี ท่านชีวางสาย มองไปที่ผู้คนรอบข้าง ที่รอบข้าง มีอายี และก็มีอิ่นหนิงหยู่ และมีซือหม่าเทียนฮุ่ย ไม่มีเพียงฉินเฟิงคนเดียวเท่านั้น
ฉินเฟิงไม่อยู่ที่นี่
“ลูกชายของฉันโทรมาใช่มั้ย เขาจะมาที่เมืองฉางซานแล้ว?”