ตอนที่ 470
บทที่ 471 หูหรงมาแล้ว อันตรายแล้ว
October 28, 2026
บนกำแพงเมืองของเมืองฉางซาน
ท่านชีอยู่ที่แห่งนี้ ใส่เสื้อเกราะไว้ป้องกันตัวเอง แต่เห็นเขาใส่แบบนี้แล้วก็ดูมีราศีดี ไว้หนวดยาว ใบหน้ามีอายุ แผ่นหลังที่มีอายุและแข็งแรง ทำให้เขาดูมีราศีของความเป็นท่านนายพลใหญ่
“อาชายรองครับ”
ภายในนั้น นายพลชายวัยกลางคนคนหนึ่งพาพวกทหารมา แล้วตะโกนเรียกท่านชี
นายพลคนนี้มาแล้วก็ตะโกนเรียกท่านชี
ตะโกนเรียกว่าอาชายรอง
เพราะว่านายพลคนนี้ชื่อว่าหลี่เจิ้งหยาง ลูกชายของท่านหลี่ อายุก็ไม่น้อยแล้ว สี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ว่าท่านชีอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว เขาเรียกอาชายรองก็ถูกแล้ว เนื่องจากมีการทำสงคราม จึงถูกท่านหลี่ส่งตัวมา อารักขาเมืองฉางซาน
“เจิ้งหยาง”
ท่านชีมองหลี่เจิ้งหยาง ในแววตามีความรักใคร่เอ็นดู
เขาไม่มีลูกหลาน
ลูกชายของพี่ชายเขา ก็เหมือนกับลูกชายแท้ๆของเขา
“อาชายรองครับ ท่านมาที่ด่านหน้าสงครามทำไมกันครับ ร่างกายของท่านไม่แข็งแรง ที่นี่ให้ผมเฝ้าเองครับ” หลี่เจิ้งยางมองท่านชีอย่างเป็นห่วง ร่างกายของเขา ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ยังไงซะก็ไม่ได้ออกไปร่วมกองทัพอยู่บ่อยๆอย่างท่านหลี่ ที่มีร่างกายแข็งแรง
แค่เดินยังมีปัญหา
“สถานการณ์ไม่ดีแล้ว”
ท่านชีบอกเรื่องนั้นกับหลี่เจิ้งหยาง หลี่เจิ้งหยางสีหน้ามืดขรึม “ทำอะไรอย่าให้มันมากเกินไป ทหารของเรายังไม่เคยเข่นฆ่าประชาชนของหนานเยว่มาก่อน จงชิวคนนี้ ช่างกล้ามาก!มึงกล้าหรอ!”
“เจิ้งหยาง สามารถอารักขาให้ผ่านข้ามไปสักวันได้มั้ย?”
ท่านชีมองไปทางหลี่เจิ้งหยาง
“หนึ่งวัน แค่ครึ่งวันยังยากเลยครับ”
หลี่เจิ้งหยางพูดอย่างหนักใจ
ถึงแม้เขาจะเป็นผู้เก่งกาจในด้านการป้องกัน แต่ครึ่งวันนี้มันยากจริงๆ เพราะว่าเมืองฉางซานแห่งนี้ไม่เหมือนกับเมืองเทียนหนานที่เฝ้าอารักขาง่ายโจมตียาก กำแพงต่ำมาก ถ้าหากคนทั่วไปมาแล้วถูกศัตรูพุ่งเข้าโจมตีใส่ ก็คงจะไม่เหลือแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ทางที่พวกเขาแห่งนี้คนก็น้อย พวกเขามีเพียงแค่หกหมื่น แล้วยังไม่ใช่ทหารเก่งกาจทั้งหมดด้วย แต่ทางศัตรู มีทหารถึงห้าแสนนายเชียวนะ นี่ไม่ได้กำลังล้อเล่นเลย
ทหารห้าแสนนายอย่างแท้จริง
แล้วยังเป็นทหารเก่งกาจทั้งหมดด้วย
จะให้รักษาไว้ได้ ยากมากจริงๆ
“แต่คำสั่งที่เทพสงครามให้กับพวกเรามา คือให้เฝ้าไว้ให้ได้หนึ่งวัน ไม่ใช่ครึ่งวัน” ท่านชีถอนหายใจครั้งหนึ่ง
“หนึ่งวัน ยากมากจริงๆครับ”
หลี่เจิ้งหยางเองก็พูดอย่างหนักใจ
ยากมากจริงๆ
“เฮ้อ นายเฝ้าไว้ให้ได้สี่ชั่วโมง ที่เหลือ ฉันคิดหาวิธีเอง ฉันยังอยากให้สุดท้ายที่ต้านไม่ไหวแล้วเข้าสู่สงครามสักหน่อย แต่ตอนนี้ ไม่มีโอกาสแล้ว” ท่านชีถอนหายใจ จากนั้นก็เดินไปที่กำแพงเมืองอีกด้าน
“อา….อาชายรองครับ….”
หลี่เจิ้งหยางมองดูแผ่นหลังที่ดูอายุเยอะของท่านชี จู่ๆก็มีความรู้สึกเหมือนคนแก่ใกล้ตายขึ้นมา คิดอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไป พูดอะไรละ ไม่มีอะไรน่าพูด
สงครามในวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตายของคนเพียงคนเดียว
แต่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของต้าหัวทั้งหมด
เขาไม่มีสิทธิ์พูด
“พวกพี่น้องทั้งหลาย ฟังไว้ สงครามในวันนี้ เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของต้าหัวทั้งหมด บางที พวกนายอาจจะนึกไม่ออกถึงคำว่าต้าหัวทั้งหมด สิ่งนี้มันห่างไกลจากพวกนายมากเกินไป แต่ฉันจะบอกกับพวกนายไว้ว่าเบื้องหลังนี้ เมืองฉางซาน มีลูกเมียของพวกนายอยู่ พวกเราได้รับข่าวมาว่าทางศัตรูได้จัดตั้งกองทหารม้าขึ้น ชื่อว่ากองม้าพิชิตฟ้า มีไว้เพื่อใช้สังหารหมู่”
“ถ้าหากเราเฝ้ารักษาการณ์ไว้ไม่ได้ อย่างนั้นพ่อแม่ของพวกนายจะถูกคนฆ่าตาย ลูกเมียของพวกนายอาจจะไม่ตาย แต่คงถูกพาตัวไป และใช้ชีวิตมืดมนไร้แสงสว่าง เหมือนตายทั้งเป็น”
“พวกพี่น้องทั้งหลาย คิดดู นี่คือสิ่งที่ทุกท่านต้องการงั้นหรอ?”
“บอกฉันเสียงดังๆ นี่คือสิ่งที่พวกนายต้องการงั้นหรอ?”
หลี่จิ้งหยางหันหลัง มองดูทหารที่อยู่บนกำแพงเมืองพวกนั้น แล้วตะคอกอย่างเสียงดัง
“ไม่ครับ ไม่ครับ!”
ทหารบางคนดวงตาแดงก่ำขึ้นมา
สังหารหมู่!
นี่คือคำพูดที่ไม่สามารถให้อภัย และคุ้มค่าพอที่จะให้พวกเขาไปพยายาม