ตอนที่ 530
บทที่ 531 สืบหาต่อไป
October 28, 2026
ภายใต้แสงไฟบนถนนนอกคฤหาสน์ ฉีหยุนกำลังรอฉินเฟิงอยู่
“พี่ใหญ่”
พอเห็นฉินเฟิง ฉีหยุนก็รีบตะโกนเรียก
“อืม”
ฉินเฟิงก็เข้ามา แล้วพูดว่า “ในตระกูลสวี ผมสัมผัสถึงคนที่มีอะไรพิเศษไม่ได้เลย เกือบจะบีบคอสวี่เทียนโย่วตาย ก็ไม่มีใครออกมา และไม่มีพลังอะไรเคลื่อนไหวเลย ตระกูลซือหม่าคงจะไม่สนใจว่าสวี่เทียนโย่วจะเป็นหรือตาย หรือไม่ก็ตระกูลซือหม่าเก็บตัวลึกลับเกินไป จนผมไม่เจออะไร”
“แต่ว่า ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ ตระกูลสวีเป็นตระกูลย่อยของตระกูลซือหม่าในเมืองเปียนไห่ พวกนั้นควรจะรักษาตระกูลสวีไว้มากกว่า ไม่อย่างนั้นถ้าไม่มีตระกูลสวีคอยปกปิดให้ พวกนั้นก็จะเผยร่องรอยออกมาได้ง่าย หรือว่า พวกนั้นคิดว่าผมจะไม่ฆ่าสวี่เทียนโย่วจริงๆ?”
ฉินเฟิงครุ่นคิด
เขาไปตระกูลสวีครั้งนี้ นอกจากจะติดหนี้น้ำใจของสวี่ซวนซวน แล้วก็เลยไปส่งเธอแล้วนั้น ยังถือโอกาสสืบดูตระกูลสวีด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็อยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำ จะให้เดินเล่นในคฤหาสน์เฉยๆ ได้อย่างไรนานขนาดนั้น
ถึงแม้จะถูกสวี่ซวนซวนลากไปสืบดูเฉยๆ
สุดท้าย เขาก็ต้องเผยพลังที่แท้จริงของตนเองออกมา ก็เพื่ออยากจะทดลองดูว่า ถ้าเตรียมจะฆ่าสวี่เทียนโย่วตาย คนของตระกูลซือหม่าจะโผล่ออกมาหรือเปล่า ขอเพียงโผล่ออกมาแค่คนสองคน ก็คงจะมีเบาะแสเพิ่มเติมได้แล้ว
แต่ว่าไม่มีเลย
สวี่เทียนโย่วเกือบจะต้องตายไปแล้ว ก็ไม่มีคนของตระกูลซือหม่าออกมาเลย
ดังนั้นฉินเฟิงก็คิดว่าตระกูลซือหม่าคิดจะทำอะไรกันแน่ คิดว่าเป็นเหมือนหนูตัวหนึ่งที่จะหลบซ่อนอยู่ในเมืองเปียนไห่ได้ โดยที่เขาหาไม่เจองั้นหรือ
“ทางฝั่งตึกเทียนฮัว เป็นไงบ้าง?” ฉินเฟิงเอียงหน้าไปถาม
หลังจากเขากลับออกมา ก็มอบหมายให้ฉีหยุนทำหน้าที่สืบหาต่อไป
“ไม่พบอะไรใหญ่ๆ แต่ว่าผมเจอร่องรอยเล็กๆ ตึกเทียนฮัวมีประธานสมาคมอยู่คนหนึ่งใช่ไหมล่ะครับ มีชื่อว่าโจ้วเหวินหัว ประธานคนนี้ไม่ได้กลับมาหลายวัน พวกผมก็สืบไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหน แต่ว่างานเลี้ยงในวันมะรืนนี้ ประธานคนนี้น่าจะมาด้วย พวกเราสามารถหาเบาะแสจากตัวคนคนนี้ได้”
ฉีหยุนรายงาน
เบาะแสในตอนนี้ ก็มีแค่สองอย่าง หนึ่งคือตระกูลสวี อีกอย่างก็คือตึกเทียนฮัวนี้ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีร่องรอยอะไรเลย
“นายพลครับ ตระกูลสวีส่งคนมาตามนายพลแล้วครับ”
องครักษ์หมาป่าชุดดำคนหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ตัวฉินเฟิง
“งั้นหรือ?”
ฉินเฟิงส่งสัญญาณมือให้องครักษ์หมาป่ากลับออกไป จากนั้นก็พูดว่า “ตอนนี้ยังไม่ต้องให้พวกนั้นหาตัวผมเจอ ยังจะต้องดูๆ ตระกูลสวีนี้ไปก่อน”
ยอมเกินไปก็ไม่ดี
ยอมมากเกินไป ก็จะทำให้ตระกูลสวีไม่ให้ความสำคัญ
ฉินเฟิงต้องการให้ตระกูลสวีเล็งเห็นถึงความสำคัญ ให้ความสำคัญจนได้เจอเบื้องบนของพวกเขา ที่เป็นระดับตระกูลซือหม่า
“ก็หาที่พักใหม่ไปก่อนแล้วกัน”
ฉินเฟิงกับฉีหยุนก็จากไป
เปลี่ยนที่พัก
……
เวลานี้ ยังเป็นเวลาตีห้า คนส่วนใหญ่ยังคงหลับกันอย่างสบาย แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ในคืนนี้เอง เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมากมาย 3ตระกูลใหญ่ในเปียนไห่ สู้กันตลอดทั้งคืน
ที่โรงพยาบาลที่หนึ่งเมืองเปียนไห่
ในห้องฉุกเฉินห้องหนึ่ง พวกหมอกำลังรีบช่วยกันรักษาคน
ด้านนอก เหมือนกับถูกเหมาสถานที่ไว้ทั้งหมด พวกบอดี้การ์ดทั้งหลาย ล้วนใส่ชุดสีดำ อุกอาจกันมาก หนึ่งในนั้นมีชายวัยกลางคนหัวล้านกลางกระบาล แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าไปหัวเราะเขา
เพราะว่าเขามีบารมียิ่งใหญ่มาก
โดยเฉพาะตอนนี้ ที่มีสีหน้าเคร่งขรึมจนน่ากลัว
เพราะว่า คนนี้ก็คือหัวหน้าตระกูลติง ติงป่าวซาน
หนึ่งในสามบริษัทใหญ่แห่งเปียนไห่
ทั้งในเปียนไห่ มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ว่าตอนนี้เขาก็รอมาเกือบชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงนี้เขาก็ล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึม