ตอนที่ 550
บทที่ 551 สือเหมิ่งหัวใจแตกสลาย!
October 28, 2026
ส่วนฝั่งนั้น โจ้วเหวินหัวก็แทบจะบ้าอยู่แล้ว
“ติงป่าวซาน ตระกูลติงของมึงคิดจะทำอะไรกันแน่!”
เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตระกูลติงคิดจะทำอะไร อยู่ดีๆ ก็ไปจับน้องชายของเขาไว้ ตอนนี้ก็จะไปโจมตีตระกูลเติ้งอีก เล่นอะไรกันแน่ ถึงแม้เขาเป็นคนวางแผนให้ตระกูลเติ้งกับตระกูลสวีร่วมมือกันกำจัดตระกูลติง
แต่มันไม่ใช่ตอนนี้นี่
แต่ว่าตระกูลติงกำลังทำอะไรกันแน่นะ
“หรือว่า ตระกูลติงจะไหวตัวทันแล้ว? แต่อยู่ดีๆ ตระกูลติงจะรู้เรื่องได้อย่างไร ไม่น่านะ ด้วยฝีมือของเติ้งหลินเฟิงกับสวี่เทียนโย่ว ไม่น่าจะทำให้ติงป่าวซานรู้อะไรได้ แม้แต่ญาติสนิทของพวกเขาเองก็ไม่มีทางรู้ได้แน่”
โจ้วเหวินหัวคิดไม่ตกจริงๆ
เรื่องนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่
รู้เรื่องได้อย่างไร แถมยังมั่นใจแบบนี้อีก ทำให้ติงป่าวซานละทิ้งพันธมิตร ด้วยสถานการณ์ที่ได้เปรียบ ได้รวบรวมกำลังพลในตระกูลไปโจมตีตระกูลเติ้ง ที่สำคัญคือตระกูลเติ้งมีความลับอยู่นี่สิ
จะให้ถูกโจมตีจนความแตกไม่ได้
และเขาก็ไม่มีทางรู้ว่า ทั้งหมดนี้มีฉินเฟิงคอยจัดการอยู่เบื้องหลัง ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่าตระกูลเติ้งกับตระกูลสวีร่วมมือกัน เรื่องนี้ฉินเฟิงก็เดาออก
ตระกูลเติ้งกับตระกูลสวีล้วนถูกโจ้วเหวินหัวปกครอง
ส่วนน้องชายของโจ้วเหวินหัว ก็ถูกติงป่าวซานจัดการจนมีสภาพเป็นแบบนั้น แค้นนี้เขาไม่มีทางทนได้ และสภาพการณ์เวลานี้ ถ้าไม่ร่วมมือกัน จะสู้อย่างไร ไม่มีทางที่จะให้ตระกูลเติ้งกำจัดตระกูลสวีหรอกนะ
นี่ไม่ใช่เรื่องตลกหรอกหรือ
ดังนั้น การไปโจมตีตระกูลติง ไม่ว่าจะมองจากด้านไหนก็เหมาะสมทั้งหมด
ส่วนจะทำอย่างไรให้ติงป่าวซานเชื่อได้นั้น นี่ก็เป็นผลงานของเติ้งเยว่หัว ถึงแม้ตั้งแต่ที่เติ้งเยว่หัวเดินออกมาจากโรงแรม ก็บ่นด่าฉินเฟิงไม่หยุด แต่จริงๆ แล้วเธอเป็นคนสร้างผลงานใหญ่เลย
คนสร้างผลงานชิ้นใหญ่
“ตระกูลติงกำลังโจมตีตระกูลเติ้ง ส่วนตระกูลสวีก็เข้าไปด้วย สถานที่สุดท้ายจะอยู่ที่ตระกูลเติ้ง แต่ว่า ตระกูลเติ้งไม่มีถูกโจมตีจนแจกได้ อาศัยแค่กำลังพลของตระกูลเติ้งกับตระกูลสวี อาจจะต้านไม่ไหว เด็กๆ ไปเรียกสือเหมิ่งเข้ามา”
โจ้วเหวินหัวพูดกับคนด้านนอก
“ครับ”
ด้านนอก เป็นลูกน้องของเขา
จากนั้น ชายคนหนึ่ง ผิวดำคล้ำ รูปร่างใหญ่บึกบึน หน้าเหลี่ยมๆ ผิวกร้าน เหมือนก้อนหินเดินได้ บนตัวนั้นมีกลิ่นอายของความหนักแน่นกระจายออกมา พอเข้าเดินเข้ามา พื้นกระเบื้องก็เหมือนรับน้ำหนักไม่ไหว เหมือนจะแตกเสียให้ได้
แต่ว่า ชายคนนี้ดูเหมือนจะควบคุมพลังตนเองได้
ไม่ได้ลงแรงเหยียบให้กระเบื้องแตก
ชายคนนี้ มีชื่อว่า สือเหมิ่ง ฝึกวิชากังฟูภายนอก ผิวหนังทั้งตัวเป็นเหมือนกับกำแพงหินกำแพงเหล็ก แถมยังมีพละกำลังที่ไม่หมดสิ้น ฝีมือก็สูงส่ง เป็นยอดฝีมือที่เก่งที่สุดของโจ้วเหวินหัว
“สือเหมิ่ง มึงเป็นสุดยอดฝีมือของกู รับถ่ายทอดวิชาจากสำนักเถ่ซา วิชากังฟูถือได้ว่าสำเร็จสมบูรณ์แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเบื้องบนบอกให้มึงซ่อนตัวไว้ ไม่ให้ออกไปท้าสู้ชิงลำดีบในประกาศมืดล่ะก็ งั้นอย่างน้อยมึงก็ได้อยู่ใน20อันดับแรกแล้ว หรืออาจจะดีกว่านั้นอีก และวันนี้กูก็มีงานให้มึงไปจัดการ ไปตระกูลเติ้ง ไปขวางไว้ที่รอบนอก ไม่ให้ใครเข้าไปในตระกูลเติ้งได้เป็นอันขาด”
โจ้วเหวินหัวมองสือเหมิ่ง สายตามีความหวัง
เขายังมีลูกน้องคนอื่น แต่เขารู้สึกว่าครั้งนี้มันอันตรายมาก ดังนั้นก็เลยใช้งานสือเหมิ่ง
มีสือเหมิ่งอยู่ ป้องกันการผิดพลาดที่ไม่คาดคิดได้
เขามั่นใจมาก
“ครับ”
สือเหมิ่งรับคำสั่ง จากนั้นก็หันตัวไป ท่าทางที่ดุดันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงที่รอบนอก ถึงขนาดเท้าเหยียบพื้นยุบลงไปเลย พอเดินออกมา ก็ทิ้งรอยแตกไว้เป็นวง
“ครั้งนี้ ถึงเวลาที่กูจะได้สร้างผลงานแล้ว”
สือเหมิ่งคิดในใจ
เขาถูกซ่อนตัวไว้มานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ให้เขาออกโรงแล้ว ขอเพียงแสดงผลงานได้ดี เชื่อของสือเหมิ่งก็จะดังกระฉ่อนไปทั้งโลก และครั้งนี้ จะไม่มีใครมาขวางเขาได้
สือเหมิ่งทะเยอทะยาน มีใจคิดเป็นใหญ่
ในการต่อสู้ครั้งนี้ จะทำให้คนนอกแม้สักคนเดียวก็เข้าไปในตระกูลสวีไม่ได้
แต่ว่า
จากนั้น เขาก็มาถึงบริเวณรอบนอกของตระกูลเติ้ง เขาพบคนคนหนึ่ง สวมชุดสีดำทั้งตัว ใบหน้าสวมหน้ากากมีเขี้ยว กำลังยืนดูเขาอยู่บนต้นไม้ เหมือนว่าจะรอนานแล้ว
“ใครกัน? ทำไมถึงมาที่นี่”
สือเหมิ่งขมวดคิ้ว