ตอนที่ 557
บทที่ 558 เจอกับท่านจ้าว
October 28, 2026
ในหอพักเดี่ยว จ้าวหมิงกำลังรินน้ำร้อน “เฮ้อ อากาศเริ่มหนาวแล้ว ไอ้เด็กพวกนี้คงจะบ่นหนาวกันอีกแล้ว แต่ว่า คนเป็นทหารก็เป็นแบบนี้แหละ ผ่านความทุกข์มา ผ่านความทุกข์ สุดท้ายก็มีความสุขกับทุกข์”
“สมัยนั้น กูก็ผ่านมาแบบนี้แหละ”
“เสี่ยวเว่ย กูจำได้ว่าตอนนั้นมึงหนาวจนตัวสั่น ตอนนี้ก็คุ้นชินแล้ว ใช่ไหมล่ะ แต่ว่าแก่แล้ว อาจจะปวดขาได้ กูเป็นเหมือนกัน”
จ้าวหมิงกำลังพูดกับอารักขาของเขา
เขาไม่เหมือนกับคนอื่น
เขาเป็นหัวหน้าของฐานทัพนี้ เป็นผู้บัญชาการสูงสุด มียศเป็นนายพัน!
แต่ว่า เวลานี้ จ้าวหมิงพบว่าเสี่ยวเว่ยอารักขาของเขา ไม่ได้ตอบเขากลับมา ก็เลยขมวดคิ้ว เขารู้ว่ามีอะไรผิดปกติ ก็เลยหันไปพูด “สองท่านนี้เป็นใครมาจากไหน?”
เสี่ยวเว่ยได้ลงไปนอนที่พื้นแล้ว
ที่ประตูมีชายสองคนปรากฏตัวขึ้น คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามบึกบึน ตัดผมเกรียน อีกคนก็ลำตัวตรง ค่อนข้างผอม แต่รูปร่างหน้าตาคมเข้ม มีรัศมีเหมือนกระบี่ที่แหลมคม
จ้าวหมิงไม่ได้ตะโกนเสียงดัง เพราะเขารู้ว่า สองคนนี้สามารถผ่านเข้ามาได้หลายชั้น แล้วมาโจมตีอารักขาที่เป็นยอดฝีมือของเขาลง จนมาถึงตัวเขาได้ แถมยังไม่ทำให้คนอื่นแตกตื่น
ก็เผยให้เห็นถึงฝีมือของสองคนนี้แล้ว
ถ้าจะฆ่าเขา ก็สามารถฆ่าเขาก่อนที่จะตะโกนออกมาเสียด้วยซ้ำ
“สองท่านี้ ดื่มชาไหม?”
จ้าวหมิงเงยหน้าถาม เขาอายุ50กว่าแล้ว อีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณแล้ว ตอนนี้ก็แก่พอสมควรแล้ว เส้นผมก็เริ่มหงอกแล้ว
เขานิ่งมาก
เพราะเขารู้ว่า ร้อนรนไปก็ไม่มีประโยชน์
ถ้าสองคนนี้จะฆ่าเขา ก็ลงมือไปนานแล้ว
“ท่านจ้าว ไม่ได้เจอกันนาน ลืมผมไปแล้วหรือไง”
ฉินเฟิงยิ้ม แล้วก็เดินเข้ามา “สงครามในปีนั้น คุณพาแนวหน้าของพวกเรา ฆ่าฟันในสงครามอย่างดุเดือด ไม่มีใครสู้ได้ ตอนนี้ ตอนนี้พอแก่แล้ว ยอมแพ้ที่จะดิ้นรนต่อสู้แล้วหรือไง?”
“กองทัพแนวหน้า คุณคือ?”
จ้าวหมิงสีหน้าอึ้งๆ
คนนี้คุ้นๆ
“ฉินเฟิง”
ฉินเฟิงค่อยพูดสองคำนี้ออกมา
“ฉินเฟิง!”
ครั้งนี้ จ้าวหมิงที่หน้านิ่งมาตลอด ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที หันมามองฉินเฟิง จากนั้นก็ทำความเคารพ “ผมจ้าวหมิง หัวหน้าประจำกองทัพเปียนไห่ รายงานตัวเทพสงครามครับ!”
“ฉินเฟิง รายงานตัวหัวหน้าเก่าครับ!”
ฉินเฟิงก็ทำความเคารพเหมือนกัน
และจากนั้น สองคนก็เอามือลง แล้วก็ยิ้มๆ
“คุณนี่นะ ร้ายไม่เบาเลยนะ ปีนั้นตอนที่อยู่ในกองระวังหน้าของผม ผมก็เห็นแววคุณแล้ว คุณกล้าสู้ คนเดียวก็กล้าบุกไปรังของศัตรู สุดท้ายบาดเจ็บไปทั้งตัว แต่ก็ยังรอดมาได้ ไม่แปลกเลยที่ตอนนี้ได้เป็นเทพสงคราม ดีมากเลย คุณไม่รู้หรอก ว่าหลายปีมานี้ผมเอาเรื่องคุณไปคุยโม้ให้คนอื่นฟัง พวกพี่น้องทหารทั้งหลายก็อิจฉาผมกันหมด บอกว่าผมเคยบังคับบัญชาเทพสงคราม”
ตอนที่ทำความเคารพกันนั้น จ้าวหมิงเคร่งขรึม จริงจัง เพราะว่านี่คือการเคารพต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดของต้าหัว
แต่ว่า พอทำความเคารพกันแล้ว ท่าทางของจ้าวหมิงก็ผ่อนคลายลงมา และดีใจมาก
เพราะว่าฉินเฟิงไม่ได้เอ่ยฐานะของตนเอง แต่พูดว่ารายงานตัวต่อหัวหน้าเก่า ก็แสดงว่าคนคนนี้ไม่ได้เป็นคนที่อาศัยอำนาจไปเหยียบหัวใคร แต่กลับใช้ฐานะเก่าของตนเองในตอนนั้น เวลานี้ เขาเป็นแค่ฉินเฟิง ไม่ใช่เทพสงครามของต้าหัว
ส่วนจ้าวหมิง ก็คือหัวหน้าเก่าของเขา
“ท่านจ้าว ไม่ได้เจอกันหลายปี คุณก็ยังมีมาดเท่เหมือนเดิมเลยนะ” ฉินเฟิงกล่าว
“ฮ่าๆ คุณนี่นะ ผมจะมีอะไรอีกล่ะ สงครามปีนั้น ร่างกายผมก็ได้รับบาดเจ็บหนัก ก็เลยถอนตัวออกมา ตอนนี้น่ะหรือ ก็มาบังคับบัญชาทหารพวกนี้ เลี้ยงตัวเองตอนแก่เท่านั้นแหละ ผมก็อยากกลับไปสนามรบเหมือนกัน แต่ว่ากลับไปไม่ไหวแล้ว กลับไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้มันเป็นยุคของคนรุ่นใหม่แล้ว แต่ว่า คุณก็ไม่เบาเหมือนกันนะ ได้ยินว่าหลังจากที่ผมถอนตัวออกมาแล้ว คุณก็พาคนไปโจมตีประเทศพวกนั้นจนฉี่ราดวิ่งหนีกันไปหมดเลย ไม่เบาเลยจริงๆ”
“อ่อแล้วก็ เรื่องหนานเยว่ก่อนหน้านี้ เดิมทีผมก็อยากจะไปเหมือนกัน แต่ว่าคุณสั่งการว่าทหารฝีมือดีเท่านั้นถึงจะไปได้ เล่นปฏิเสธผมเสียที่หน้าประตูแบบนี้ ไม่อย่างนั้น ผมก็จะไปสนามรบเหมือนกัน ไปฆ่าพวกหนานเยว่”
จ้าวหมิงยิ้มๆ ชื่นชมฉินเฟิง ราวกับเป็นลูกชายของตนเองเลย
เขาให้ความสำคัญกับฉินเฟิงมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนกล้าแลกด้วยชีวิตและยังมีสติได้ดีแบบนี้