ตอนที่ 558
บบที่ 559 คำสาบาน!
October 28, 2026
ฉินเฟิงลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วก็ค่อยๆ เดินเข้ามาในกลุ่มทหารพวกนี้ทีละก้าว แล้วก็จับไหล่ไปทีละคน พร้อมกับพูดออกมาทีละประโยคว่า “พวกคุณล้วนเป็นทหาร ควรจะรู้ว่า ทหารมีหน้าที่ทำอะไร มีหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน แต่ตระกูลซือหม่ารวมหัวกับต่างประเทศมาโจมตีประเทศเรา เรื่องนี้ไม่ต้องให้ผมพูดหรอก พวกคุณล้วนรู้ดี ว่านี่มันเป็นโทษหนัก”
“อีกอย่าง สำหรับคนอื่นแล้วมันคือการผิดกฎหมาย แต่สำหรับพวกเราแล้วนั้น มันเป็นความขัดแย้งต่อศรัทธา พวกนั้นผิดต่อศรัทธาของพวกเรา ดังนั้น จึงเป็นศัตรูของพวกเรา ความเชื่อในศรัทธานั้น พวกเราเข้ามาประจำการก็ได้เอ่ยกันออกมาแล้ว”
“ไม่ใช่หรือไง ทุกคนต่างก็สาบานกันออกมาแล้ว”
ฉินเฟิงยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มคนพวกนั้น อย่างมีบารมีเต็มเปี่ยม
“ครับ”
ทุกคนส่งเสียงพร้อมกัน จากนั้นก็มีเสียงสาบานดังออกมา “ผมขอสาบานว่า เมื่อเข้าทหารองครักษ์ของตัวหัว จะไม่กลัวตาย ไม่กลัวลำบาก ไม่มีถอย ตั้งแต่วันนี้จะขอปกป้องบ้านเมืองจนกว่าตัวจะตาย จะปกป้องบ้านเมืองตั้งแต่ฟ้ามืดจนฟ้าแจ้ง ผมจะปกป้องประชาชน......”
“ผมจะมุ่งมั่นเรียนรู้วิชาการทหาร การเมือง วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ฝึกซ้อมวิชาการกำจัดศัตรู หวงแหนในสรรพาวุธของเรา ปกปิดความลับทางทหาร เผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงาม กล้าที่จะสู้กับสิ่งที่ผิดกฎหมาย ต่อสู้อย่างกล้าหาญ ยอมตายเพื่อต้าหัว และจะไม่มีวันทรยศชาติบ้านเมืองเด็ดขาด.......”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะขอเสียสละชีพเพื่อประเทศชาติ ขอประเทศเรายั่งยืนเทียมฟ้า.....”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะขอเสียสละชีวิตวัยหนุ่มเพื่อประเทศชาติ ขอปณิธานเรา กว้างไกลไร้ขอบเขต”
“คำสัตย์นี้ ผมขอปฏิบัติด้วยความยึดมั่น ไม่มีวันผิดคำพูด”
เสียงที่เป็นจังหวะพร้อมกันนี้ ดังไปทั่วทั้งฐานทัพ
“ขอประเทศเรายั่งยืนเทียมฟ้า!”
“ขอความกล้าเรา กว้างไกลไร้ขอบเขต!”
ทหารด้านนอกที่กำลังฝึกกันอยู่ พอได้ยิน ก็ตะโกนพูดออกมาพร้อมกันด้วย
คำสัตย์สาบาน!
สำหรับคนอื่นแล้ว บางทีอาจจะไม่ได้รู้ความหมาย แต่สำหรับพวกเขาแล้วนั้น นี่คือศรัทธาที่พวกเขายึดถือ เป็นชีวิตของพวกเขา เป็นทุกอย่างของพวกเขา
“นี่คือคำสัตย์สาบานที่พวกคุณพูดตอนที่เข้ากรมมาใหม่ๆ พวกคุณลืมแล้วหรือไง ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะไม่มีวันทรยศชาติบ้านเมืองเด็ดขาด จะเสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติของเรา พวกคุณลืมแล้วหรือไง ใครที่ร่วมมือกับตระกูลซือหม่า ก้าวออกมา!”
ฉินเฟิงอารมณ์ขึ้น ทุกคนล้วนถูกกดดัน
แต่ว่า ในนั้นก็มีคนกัดฟันพูดขึ้นมาว่า “ผมเอง!”
ทีนี้ก็ค่อยผ่อนคลายจากแรงกดดันลงมาหน่อย ทุกคนนอนก้มหน้าลงพื้น ส่วนสองคนนั้นก็ล้มลงพื้น หายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ ในขณะเดียวกันสีหน้าก็สับสนอย่างมาก
“ผมขอสารถาพ ว่าตระกูลซือหม่าให้เงินผม10ล้าน เพื่อให้ผมทำตามแผนบางอย่าง”
“ตอนเด็กๆ ผมได้รับการช่วยเหลือจากพวกนั้นไม่น้อย”
สองคนตอบมาดังนี้
คนหนึ่งโลภมาก อีกคนตอบแทนบุญคุณ
แต่ว่าฉินเฟิงกลับพูดว่า “บุญคุณต้องทดแทน แต่ถ้าให้คุณมาทรยศบ้านเมืองแบบนี้ บุญคุณนี้มันก็ไม่มีค่าให้ตอบแทนแล้ว บางที ถ้าบุญคุณมากเกินไป คุณก็เอาชีวิตของคุณตอบแทนพวกเขาไป แต่ไม่ใช่มาหลอกใช้ในการทหารแบบนี้”
“คุณว่าจริงไหม?”
ฉินเฟิงค่อยๆ เดินมาทีละก้าว แต่หยุดที่ตรงกลาง แล้วจับหัวไหล่ของนายทหารคนหนึ่งไว้ จากนั้นก็ก้มหน้าถามว่า “คุณกำลังดีใจอะไร? ดีใจที่ตนเองรอดพ้นแล้วงั้นหรือ ขอโทษที คุณไม่รอด”
เสียงดังแคร็ก
แขนของชายคนนั้นถูกฉินเฟิงหัก แล้วก็มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้น
แต่ไม่มีใครขอร้องแทนเขาเลย เพราะว่านี่คือการตัดสินใจของเทพสงคราม
คนคนนี้เป็นคนทรยศ
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าผมเป็นคนทรยศ!”
ชายคนนั้นยังอยากจะพูดแก้ตัว
แต่ตอนนี้ ฉินเฟิงก็จ้องมองเขา แล้วพูดว่า “มีสิทธิ์อะไรงั้นหรือ เหอะๆ ซือหม่าหลง คุณคิดว่าผมไม่สืบเรื่องของคุณงั้นหรือ คุณคือคนที่ตระกูลซือหม่าส่งเข้ามาอยู่ในฝ่ายการทหาร คุณยังมีหน้าพูดว่าไม่ใช่คนทรยศอีกงั้นหรือ”
“คุณรู้เรื่องผมแล้วงั้นหรือ”
ซือหม่าหลงหน้าซีด