ตอนที่ 52
ตอนที่ 316
October 31, 2026
Everyone Else is a Returnee โดดเดี่ยว 1000 ปี – ตอนที่ 316 บทที่ 316 – ก็เหมือนๆกับฉันนั่นแหละ (8)
เนื่องจากโลกส่วนใหญ่ที่ยูอิลฮานได้ไปมาได้ถูกรวมเข้ากับดาเรย์ สิ่งแรกที่ยูอิลฮานทำคือการติดตั้งเอากับดักแห่งการฟื้นฟูติดตั้งไปในดาเรย์สองสามชิ้น
เนื่องจากว่ามหาภัยพิบัติขั้นที 6 เป็นเรื่องที่รุนแรงมากๆทำให้กับดักแห่งการทำลายส่วนใหญ่ต่างก็เสียพลังไปและหยุดนิ่ง มีอยู่ภูมิภาคหนึ่งที่มีกับดักแห่งทำลายที่อยู่ติดๆกันทำงานขึ้นมาพร้อมๆกันในคราวเดียวทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นจากการล้นของมานา
“โอ้ มีมานาล้นออกมาตั้งหลายอัน ไปบอกคนอื่นด้วยนะถ้าใครได้รับเศษโลหะระดับสูงมาก็เอามาให้ฉัน” “เข้าใจแล้วนายท่าน”เมื่อก่อนตอนที่มีการล้นของมานาเกิดขึ้นบนโลกและมีโอโรจิโผล่ขึ้นมาในภูมิภาคญี่ปุ่นด้วย นี่คือหนึ่งในอันตรายที่มากที่สุดที่เขาเจอในเวลานั้น แต่ว่าพอมาในตอนนี้ยูอิลฮานกับพรรคพวกได้กลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตแล้ว การล้นของมานานั้นไม่มีค่าอะไรในสายตาพวกเขาเลย
จะมีก็แค่ฮาคาเนี่ยมที่ถูกดูบซับไปกับมอนสเตอร์กลายพันธ์ภายใต้การล้นของมานาเท่านั้นที่น่ารำคาญนิดๆ!
“ดาเรย์นี่ใหญ่ขึ้นมากจริงๆ อ๊าา ฉันหวังว่าฉันจะได้ไปเก็บกวาดดูรายระเอียดทั้งหมดได้นะ…” “ต่อให้ท่านจะเร็วแค่ไหนนั่นันก็เป็นไปไม่ได้” “ฉันรู้แล้วล่ะ ถ้างั้นก็แยกกันไป”ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปพร้อมๆกับโยนกับดักแห่งการฟื้นคืนออกไปบนท้องฟ้า ด้วยสกิลประกาศิตของเขาได้ทำให้กับดักแห่งการฟื้นคืนทั้งห้าอันกระจายออกไปตามสถานที่ต่างๆภายในดาเรย์ หลังจากเขาได้เปิดใช้งาน ‘พรม’ เพื่อตรวจสอบสภาพกับดักแห่งการทำลายที่กระจายอยู่ทั่วทั้งดาเรย์อยู่แล้วและจากนั้นก็จัดการย้ายตำแหน่งบางอัน
นี่แหละ
“ดีล่ะ มันกำลังเริ่มแล้ว”
กับดักแห่งการฟื้นคืนที่ได้กระจายไปทั่วทั้งดาเรย์ทั้งหมดได้เริ่มเชื่อมต่อพลังเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเพื่อที่จะยับยั้งพลังของกับดักแห่งการทำลาย แม้กระทั่งกับดักแห่งการทำลายที่สร้างดันเจี้ยนขึ้นมาแล้วก็ยังพังลงไปและกลับคืนสู่สภาพเดิม มอนสเตอร์จากภายในได้กลายมาเป็นอิสระด้วยความรู้สึกที่สับสนแต่หลังจากนั้นพวกมันที่สัมผัสได้ถึงออร่าสงครามที่มีอยู่ในดาเรย์ก็เริ่มออกวิ่งกัน เพราะแบบนี้เองทำให้กับดักแห่งการทำลายทั้งหมดในได้หยุดการทำงานลงและรอคอยการเปิดใช้งานอีกครั้ง
“ฟู่… ดีล่ะ มาต่อกันเลย”
มิสทิคที่รู้สึกได้แบบนี้ได้หันหน้าไปมองและตั้งสมาธิขึ้นมาหลังจากจับหมวกฟางขึ้นมาใส่ ในตอนนี้เองมานาที่ถูกกับดักแห่งการฟื้นคืนที่กระจายอยู่ตามมุมต่างๆทั่วโลกได้เริ่มเปลื่ยนมาเป็นกับดักแห่งการทำลาย
กับดักแห่งการทำลายที่กำลังดูดกลืนมานาและสสารรอบๆตัวได้ถูกมานาจากกับดักแห่งการฟื้นคืนกลืนกินทำให้เกิดการเปลื่ยนแปลงพื้นฐานไป โอโรจิได้แต่ตกใจกับการควบคุมมานาที่น่าทึ่งนี่ของมิสทิค
“โฮ่… ควบคุมมานาได้ยอดมาก” “เพราะไอเทมเสริมน่ะ” “เข้าใจแล้ว” “เงียบหน่อยสิ ฉันใช้สมาธิอยู่”กระบวนการต่างๆได้เป็นไปอย่างราบรื่นต่างจากคำพูดของเธอ กับดักแห่งการทำลายทั้งหมดที่กระจายอยู่ทั่วดาเรย์กำลังวิวัฒนาการขึ้น! วิวัฒนาการจากกับดักแห่งการทำลายไปเป็นกับดักแห่งการฟื้นคน – มีคำสั่งใหม่ถูกสร้างขึ้นมาหลังจากที่ทำการปฏิเสธในบันทึกดั้งเดิมที่เคยมีมาตลอดและพัฒนาขึ้นไปตามความต้องการของยูอิลฮาน!
แน่นอนกระบวนการนี้ได้ดูดกลืนมานาภายในดาเรย์ไปเป็นจำนวนมหาศาล แต่ว่านี่ก็แค่ทำให้การเกิดของมอนสเตอร์ลดช้าลงเพราะงั้นนี่ไม่ใช่เรื่องแย่เลย
[สกิลประกาศิตได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 56] [สกิลจ้าวมิติได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 85] [สกิลการปรับตัวนักท่องมิติได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 83] [สกิลบัญชาการลูกเรือได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 89]“ทำได้ดีมากมิสทิค! มาทำมันให้จบๆไปก่อนที่จะไปโลกอื่นกันเถอะ!”“โอ้ คลื่นมานาดูน่าประทับใจมาก”“เงียบไปทั้งคู่เลย!”เพราะการกระทำที่ยิ่งใหญ่ของมิสทิคนี้ได้ทำให้แม้กระทั่งสกิลของยูอิลฮานก็ยังพัฒนาขึ้นมาเองอย่างาก ในตอนนี้เองได้มีความคิดหนึ่งโผล่ขึ้นมาในหัวเขา
‘งั้นถ้าเป็นสมาชิกดราก้อนเนสฆ่าศัตรูล่ะ…’
เขาได้ปิดตาลงทำการวิเคราะห์บันทึกของตัวเอง จากนั้นก็พบกับคำตอบอย่างรวดเร็ว ที่เขาได้รับมามันไม่ใช่แค่บันทึกจากศัตรูแต่ยังรวมไปถึงค่าประสบการณ์จำนวนเล็กน้อยอีกด้วย ในตอนนี้เนื่องจากว่ามังกรในสังกัดดราก้อนเนสได้ทำการต่อสู้กับมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ทำให้บันทึกของเขาถูกเก็บสะสมมากขึ้นโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
‘เพราะแบบนี้สินะถึงได้ทำให้หัวหน้าของแต่ล่ะกองกำลังอยู่ในระดับที่ต่างไปจากสมาชิกอย่างสิ้นเชิง’
เขาได้เผลอพึมพัมออกมา หัวหน้าของแต่ล่ะกองกำลังต่างก็เป็นตัวตนที่น่ากลัวกันทั้งนั้น เขารู้ถึงมันได้ตั้งแต่ที่ได้เห็นความโลภแล้ว
พัฒนาขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดจากการกระทำของสมาชิก… นี่มันหมายความว่าหัวหน้ากองกำลังใหม่ล่าสุดคนที่ 5 ของยูอิลฮาน เป็นคนที่เสียเปรียบมากที่สุด
เดี๋ยวสิ
ถ้างั้นทำไมมิคาเอลถึงมีพลังได้เทียบเท่ากับซาตานที่เป็นหัวหน้ากองทัพจรัสแสงได้ล่ะ?
‘หรือว่านั่นเป็นเรื่องโกหกกันนะ?’
ไม่สิ จากที่ได้เห็นถึงความหยิ่งยโสของมิคาเอลแล้วเขาไม่น่าจะเป็นคนที่โกหกในเรื่องแบบนี้
‘มันจะเป็นไปได้ไหมนะที่พระเจ้าได้ทิ้งบันทึกและสิทธิทั้งหมดไว้ให้มิคาเอลจัดการดูแล’
แต่ว่ามิคาเอลก็อ่อนแอจนเกินไปที่จะเป็นแบบนั้น ไม่ว่ามิคาเอลจะเสียเปรียบในด้านธาตุกับยูอิลฮานยังไง เขาก็ไม่น่าจะแพ้ยูอิลฮานง่ายๆแบบนี้ ถ้างั้นก็เหลืออยู่อีกแค่คำตอบเดียวแล้ว
การแบ่งแยก
‘พอมาคิดดูแล้วถึงราฟาเอลจะถูกฉันฆ่าไป แต่เขาก็ทรงพลังมากจริงๆ เขามีพลังในการรักษาที่เหนือยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตคลาส 7 ใดๆไปจนเทียบกันไมติดเลย หากว่าสถานการณ์ในตอนนั้นไม่ได้เข้าข้างฉัน ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้ฆ่าเขาแน่’
ในกรณีนี้ก็คือมีความเป็นไปได้ที่พลังของพระเจ้าและบันทึกได้ถูกแบ่งออกไปให้กับเทวทูตผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสี่ – มิคาเอล ราฟาเอล กาเบรียล และยูเรียล ในหมู่ทั้งสี่คนราฟาเอลได้ตายลงไปและมิคาเอลยูอิลฮานก็สามารถจะเอาชนะได้ตลอดเวลา เพราะงั้นตอนนี้คนที่ยังมีภัยคุกคามต่อเขาอยู่ก็มีแค่กาเบรียลกับยูเรียลเท่านั้น
‘สำหรับยูเรียลปล่อยเอาไว้ก่อนเพราะฉันไม่ได้มีข้อมูลอะไรของเขาเลย สำหรับคนที่ชื่อกาเบรียบลจากที่รู้มาคือมีพลังในการทำนายอนาคต ทำนายอนาคตล่วงหน้า ญาณทิพย์… นี่มันไม่น่าจะใช่แบบนั้นสิ ไม่น่าจะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ แต่นี่มันทำให้ฉันรำคาญจริงๆ’
จากในตอนนี้มีข้อสงสัยหนึ่งที่แทบจะเป็นความมั่นใจอยู่ภายในใจของยูอิลฮาน นี่มันไร้สาระเกินกว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่ว่าในตอนที่เขาปฏิเสธในเรื่องนี้สัญชาตญาณของเขากำลังเตือนเขาในเรื่องนี้อย่างมาก เพราะงั้นวิธีแก้ก็คือหยุดคิดเอาไว้ก่อนแค่นี้จนกว่าที่จะยืนยันมันได้… แต่หากมันง่ายแบบนั้นจริงๆเขาก็คงจะไม่คิดเรื่องพวกนี้แล้ว
“นายท่านทำไมท่านถึงขมวดคิ้วแบบนั้นล่ะ? ดูผู้หญิงคนนั้นคร่ำครวญสิ มนุษย์เรื่องนี่ว่าปรากฏการณ์ใช่ไหม?”“แน่สิ นี่คือฉากที่ฉันพลาดไม่ได้ แต่ว่านะเธอจะยิ่งคร่ำครวญมากยิ่งกว่านี้อีกแน่ เพราะงั้นฉันมีโอกาสอีกมากที่จะดูมัน โอโรจิช่วยเตรียมป็อบคอร์นทีสิ”“ฉันสาบานเลยว่าจะจัดการพวกนายสองคน”เพราะมานาจำนวนมหาศาลภายในดาเรย์ได้ทำให้กับดักแห่งการทำลายได้วิวัฒนาการไปด้วยความเร็วที่เกินคาด กับดักแห่งการฟื้นคืนใหม่ๆได้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและการเชื่อมต่อทั้งหมดของพวกมันก็ได้ถูกส่งมาที่มิสทิค ภาพของเธอที่คร่ำครวญบ่นออกมาทั้งๆที่ควบคุมพวกมันทั้งหมดนี่ดูน่าขำและน่ารักไปพร้อมๆกัน
‘ฉันอยากจะชำแหละร่างราฟาเอลให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้… แต่ฉันคิดว่ายังมีเรื่องอื่นอีกที่เร่งด่วนกว่า’
ยูอิลฮานได้มองไปที่โอโรจิที่กำลังล้อมิสทิคกับมิสทิคที่กัดปากแน่นแต่เธอก็ยังควบคุมการวิวัฒนาการกับดักแห่งการทำลายต่อไป เขาได้หยุดความคิดของเขาเอาไว้และหยักไหล่ออกมา
เวลานี้ยังไม่เหมาะ หากว่าเขาเปิดใช้งานนาฬิกาทรายแห่งการเวลาบนโลกของเขา เขาก็จะจัดการทุกๆเรื่องที่จำเป็นได้จนหมด… แต่ปัญหาคือในตอนนี้เขายังกลับไปโลกของเขาไม่ได้ เพราะหากกลับไปโลกของเขาได้กลายเป็นโลกระดับสูงแน่
การกลับไปที่โลกของเขาจะทำได้ก็ต่อเมื่อเขาเตรียมตัวทำสงครามจนพร้อมแล้ว
“เสร็จแล้ว”