ตอนที่ 1
บทที่ 1
September 18, 2026
ตื่นในร่างคุณหนูสาม
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นราวกับฉีกท้องนภาออกเป็นสองส่วน ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจากท้ายทอย ก่อนที่หญิงสาวจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก กลิ่นไม้จันทน์หอมเย็นลอยอวลอยู่ในอากาศ ผ้าม่านสีดำปักดิ้นทองไหวเบา ๆ ตามแรงลมยามค่ำคืน เวินซูฉีขมวดคิ้ว
“ที่นี่… ที่ไหน…” เสียงของนางแหบพร่าอย่างคนขาดน้ำ ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง เสียงเบรกดังลั่น และแรงกระแทกมหาศาล ที่จริงนางควรตายไปแล้ว แต่ตอนนี้…
เวินซูฉีสะดุ้งเมื่อพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้าง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เส้นผมยาวสยายเต็มหมอน ไม่ใช่ร่างของนาง มือเรียวขาวซีดนี้ไม่ใช่มือของหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดที่ทำงานจนแทบไม่มีเวลานอนแน่นอน
“อะไรกันนี่…” ยังไม่ทันตั้งสติ เสียงเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากมุมห้อง
“ในที่สุดก็ฟื้นเสียที” หัวใจเวินซูฉีกระตุกแรง
นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะน้ำชา เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆเงิน ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาเย็นเฉียบราวหิมะหมื่นปี เพียงนั่งนิ่ง ๆ ก็แผ่แรงกดดันน่าหวาดหวั่นออกมา
ชายผู้นั้นกำลังมองนางเหมือนมองสิ่งสกปรก เวินซูฉีเผลอกลืนน้ำลาย ผู้ชายคนนี้… หล่อเกินมนุษย์ไปหรือไม่ แต่สายตานั่นน่ากลัวชะมัด
“เจ้าคงพอใจแล้วสินะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“ใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้เพื่อปีนขึ้นเตียงข้า”
เวินซูฉีชะงัก …ปีนเตียงเช่นนั้นรึ? ทันใดนั้น ความทรงจำมหาศาลก็ไหลทะลักเข้ามาในหัว
“อึก!” นางกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด ชื่อของเจ้าของร่างนี้คือ “เวินซูฉี” คุณหนูสามแห่งจวนเวิน ผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ทั่วเมืองหลวง โง่เขลา หลงผู้ชาย เอาแต่ใจ และที่สำคัญเมื่อคืน นางวางยาและปีนขึ้นเตียงราชครูแห่งแคว้น “หยางเซียวหาน” บุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดรองจากฮ่องเต้! เวินซูฉีแทบอยากกรีดร้องว่า
“บัดซบ…” แต่ก็เพียงนึกในใจ นางทะลุมิติมาไม่พอ ยังมาอยู่ในร่างตัวร้ายอีกเช่นนั้นรึ?! หยางเซียวหานเห็นนางเงียบไปก็แค่นหัวเราะ
“คิดจะเล่นละครต่อหรือ” เขาลุกขึ้นช้า ๆ ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมเย็นจากกายเขาทำให้เวินซูฉีเผลอชะงัก ก่อนจะรู้สึกถึงแรงบีบที่คาง เขาเชยหน้าของนางขึ้นอย่างไม่อ่อนโยน
“ฟังให้ดีเวินซูฉี ต่อให้เจ้าพยายามใช้ร่างกายจับข้า ข้าก็ไม่มีวันแต่งหญิงอย่างเจ้า”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ หากเป็นเจ้าของร่างเดิมคงร้องไห้ไปแล้วแต่เวินซูฉีคนใหม่กลับนิ่ง
นางมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้า ก่อนจะถามช้า ๆ
“ท่านพูดจบหรือยัง”