ตอนที่ 150
บทที่ 150 พวกเราร่วมงานกันเถอะ
October 28, 2026
เป้าหมายของชัยเดชไม่ใช่การเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าของถนิตก็ไม่ใช่ด้วยเหมือนกัน
ตอนที่ถนิตเดินมาถึงบันไดหนีไฟนั้น ชัยเดชก็มารออยู่ที่นี่แล้วจริง ๆ
เขากำลังเอาบุหรี่ออกมาจากกล่องใส่บุหรี่ ก็เห็นถนิตเดินมา “เอาสักม้วนไหมครับ?”
“เลิกแล้ว” ถนิตพูดขึ้นมา
ชัยเดชคลี่ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “ดูท่ารสิกาจะมีผลกระทบต่อคุณมากเลยนะครับ”
น้ำเสียงที่สองคนนี้พูดคุยกันอย่างกับว่าเป็นเพื่อนเก่ากัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาเป็นแค่คนที่เคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้งเอง
เมื่อถนิตไม่สูบ ชัยเดชก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมต่อไปอีก พอจุดบุหรี่ขึ้นมาม้วนหนึ่งแล้วก็พูดขึ้นมาว่า “คุณนี่ช่างเพียรพยายามจริง ๆ นะ ปิดบังมาตั้งนานขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะรสิกา ผมก็เดาไม่ออกจริง ๆ ว่าประธานคอสโมกรุ๊ปจะเป็นคุณ”
ใช่ ถูกต้อง ประธานคอสโมกรุ๊ปก็คือถนิต
ตั้งแต่ที่คอสโมกรุ๊ปมาลงหลักปักฐานที่เมืองซี ชัยเดชก็สืบหามาตลอดว่าคือใคร ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นี่ ในที่สุดก็ถูกเขาพบเห็นเข้าแล้ว
คอสโมกรุ๊ปบริษัทที่ใหญ่โตมากขนาดนี้ แต่เรื่องที่หมดที่ทำนั้นส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวข้องกับรสิกา แค่เรื่องของตระกูลสิทธิอัศวกุลนี้ก็ทำให้ชัยเดชเข้าใจแล้ว ว่ารสิกาจะต้องรู้จักกับประธานคอสโมกรุ๊ปคนนี้แน่ ๆ
เพราะฉะนั้น เขาถึงได้มาลองเชิงรสิกาขนาดนี้ แต่ว่าผลของการลองเชิงไปหลาย ๆ ครั้งก็พบว่า รสิกาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักนิด
ถ้าจะพูดให้ถูก ที่มากินข้าวที่โรงแรมคอสโมในวันนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่อยู่แผนการของชัยเดชเลย
ขอแค่ถนิตมา งั้นก็แทบจะสามารถมั่นใจได้เลยว่าถนิตก็คือประธานของคอสโมกรุ๊ป
“คุณพยายามสืบหาตัวผมซะขนาดนี้ มีเป้าหมายอะไรกันแน่?” ถนิตถามเรียบ ๆ ขึ้นมา
“ผมอยากร่วมงานกับคุณ” ชัยเดชพูดออกมาอย่างซื่อตรง “ถึงแม้ว่าคอสโมกรุ๊ปจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ แต่ว่ายังยืนอยู่ในเมืองซีได้ไม่มั่นคง เรื่องที่คุณต่อกรกับตระกูลสิทธิอัศวกุลนั้น ตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาขัดขวางจริง ๆ แต่ว่าในเมืองซีมีบริษัทใหญ่โตมากมายแบบนี้ พวกเขาจะนั่งดูเฉย ๆ ไม่สนใจ นั่งมองดูคุณกลืนกินตระกูลสิทธิอัศวกุลไปเฉย ๆ แบบนี้ได้เหรอ?”
ถ้าคอสโมกรุ๊ปแทะกระดูกชิ้นใหญ่อย่างตระกูลสิทธิอัศวกุลนี้ไปจริง ๆ งั้นครั้งหน้าก็ไม่แน่ว่าถึงคิวใครในเมืองซีแล้ว
ถึงแม้จะเป็นเพียงการปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาก็ไม่มีทางอนุญาตให้คอสโมกรุ๊ปทำแบบนี้ได้
“ผมเคยพูดแล้ว ว่าผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” ถนิตพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส
ชัยเดชพูดขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาฝืนทน”
ถนิตเหล่ตามองเขาทีหนึ่ง
ชัยเดชรีบเปลี่ยนคำพูดไปทันที “ผมกำลังพยายามฝืนทนอยู่ ดังนั้นผมก็เลยมาขอร่วมงานกับคุณอยู่นี่ไงครับ ยังไงก็ช่วยเห็นแก่ที่ผมช่วยชีวิตรสิกาไว้ ลองเอาไปพิจารณาดูหน่อยนะครับ? คุณทำอะไรตัวคนเดียวอยู่ในเมืองซีแบบนี้ จะมีศัตรูได้ง่าย ๆ นะครับ”
“คุณอยากร่วมงานยังไง?” ถนิตถามขึ้นมา เขามองไปรอบ ๆ ทีหนึ่ง “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะมาคุยเรื่องงาน วันหลังค่อยนัดเวลากันใหม่ดีกว่า”
“วันหลัง?” ชัยเดชเกิดความหวาดระแวงขึ้นมาทีหนึ่ง “พอเปลี่ยนเป็นวันหลังแล้ว คุณคงจะไม่ใช่ว่าจะไม่รักษาคำพูดแล้วนะ”
ถนิตทำเสียงเชอะออกมาคำหนึ่ง “ผมเหมือนคนที่จะทำเรื่องแบบนั้นเหรอ?”
ชัยเดชยักไหล่เล็กน้อย “คุณเป็นคนแบบนั้นหรือเปล่าผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่า ตอนนี้รสิกายังไม่รู้สถานะของคุณ ถ้าคุณไม่ร่วมงานกับผม ผมก็ไม่รังเกียจที่จะบอกสถานะของคุณให้กับเธอหรอกนะ”
ภาพประทับใจแรกที่ชัยเดชมีให้กับคนอื่นนั้นคือลูกคุณหนูผู้ดีที่ได้การอบรมสั่งสอนมาอย่างดี เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ดูเป็นคนดีมีเมตตา แต่พอยิ่งรู้จักก็ยิ่งพบว่า คนคนนี้เป็นคนที่ไม่มีขีดจำกัดเลย
ถนิตไม่อยากจะสนใจเขา แล้วก็ผลักประตูเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
ชัยเดชกลับยืนอยู่ที่เดิมแล้วค่อย ๆ สูบบุหรี่ไปจนหมด
ตอนที่ถนิตกลับมานั้น รสิกาก็กำลังเหม่อลอยกับอาหารเต็มโต๊ะ
“ทำไมถึงไม่กินล่ะ?” ถนิตนั่งลงข้าง ๆ เธอ แล้วถามขึ้นมา
“กลับมาแล้วเหรอคะ?” รสิกาหันหน้ามา “ชัยเดชละคะ?”
“จะไปสนใจเขาทำไม” ถนิตดูท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์