ตอนที่ 163
บทที่ 163 พวกเธอตัดกันได้เหรอ
October 28, 2026
เกี่ยวกับเงื่อนไขข้อแลกเปลี่ยนของท่านเฉลิมสิทธิ์ รสิกาไม่สามารถให้คำตอบเร็วขนาดนี้ได้
ทั้งสองฝั่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่รสิกาตัดทิ้งไปไม่ได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นเธอ ก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
หลังจากวันนั้นผ่านไปอารณีย์ก็ไม่ได้โทรศัพท์หารสิกาอีก ประมาณว่าเธอก็ไม่อยากกดดันรสิกาเหมือนกัน
ถึงอารณีย์จะคิดแบบนี้ แต่คนของตระกูลปิติภัทรไพศาลกลับไม่เหมือนกัน
ตอนที่ชรรินโทรศัพท์มา รสิกาก็รู้ว่าเธอต้องการจะถามเรื่องอะไร
เธอลุกขึ้นออกไปรับโทรศัพท์ที่ระเบียงข้างนอกสตูดิโอ พอรับสาย ก็มีเสียงที่โมโหของชรรินดังเข้ามา“รสิกา เธอดูสิ่งที่เธอทำสิ!”
ไม่ได้มีบ่อยๆ ที่รสิกาไม่ได้พูดเยาะเย้ย แต่กลับพูดขึ้นอย่างนิ่งเฉย“ฉันรู้ดี”
เดิมทีชรรินยังเตรียมคำพูดไว้อีกเป็นกองเพื่อต้องการที่จะต่อว่ารสิกา แต่ครั้งนี้พอได้ยินรสิกายอมรับอย่างนิ่งเฉยขนาดนี้แล้ว เธอก็รู้สึกพูดอะไรไม่ออกอยู่ไม่น้อย
แต่ถึงยังไงชรรินก็คือชรริน ถึงอึ้งก็อึ้งอยู่แค่ชั่วพริบตาเท่านั้น
“เรื่องนี้เธอเป็นคนก่อขึ้นมา ตระกูลปิติภัทรไพศาลก็ถูกเธอทำให้เดือดร้อนไปด้วย เธอจะต้องหาวิธีการแก้ปัญหามาอย่างสมเหตุสมผล!”ชรรินพูดขึ้น
“ฉันต้องการเวลา”รสิกาพูดตอบ
“เวลา? ตอนนี้จะเอาเวลาที่ไหนให้เธอมาคิดพิจารณาอีก!เธอรอได้ แต่ตระกูลปิติภัทรไพศาลรอไม่ไหวแล้ว!”ชรรินพูดอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ
รสิกานิ่งเงียบลง ชรรินที่อยู่ในสายยังคงพูดพล่ามออกมาไม่จบ
“ชรริน”สุดท้าย รสิกาก็ฟังต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ พูดขัดจังหวะขึ้นมา“ที่เธอโทรศัพท์มาหาฉัน คงจะไม่ใช่เพราะว่าตระกูลปิติภัทรไพศาลอย่างเดียวหรอกใช่ไหม”
“ว่าไงนะ?”ชรรินอึ้งตะลึงไป ในน้ำเสียงแฝงด้วยความรู้สึกผิด“เธอพูดมั่วซั่วอะไร!ฉันเป็นลูกสาวของตระกูลปิติภัทรไพศาล ตระกูลปิติภัทรไพศาลเกิดเรื่องขึ้นแล้วฉันจะไม่ได้ทำเพื่อตระกูลปิติภัทรไพศาลได้ยังไง!”
“เรื่องที่เธอร่วมมือกับนันท์นรี เธอนึกว่าไม่มีใครรู้หรือไง?”รสิกาพูดขึ้นมานิ่งๆ
ชรรินพูดไม่ออกทันที
เธอร่วมมือกันกับนันท์นรีจริงๆ แต่รสิกาเดาออกได้ยังไง?
“บทสนทนาระหว่างฉันกับท่านเฉลิมสิทธิ์ เธอก็น่าจะรู้เหมือนกันสินะ”รสิกาพูดขึ้นต่อ“ถ้าให้ฉันเดา นันท์นรีน่าจะเป็นคนบอกเธอสินะ เพื่อที่จะให้ฉันเลิกกับถนิต ดังนั้นเธอก็เลยโทรศัพท์มากดดันฉัน ชรริน ตอนนี้ตระกูลปิติภัทรไพศาลเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ไม่คิดว่าเธอยังจะช่วยตระกูลวัชรเดชานนท์อยู่อีก เหอะ”
เสียงหัวเราะเยาะเสียงสุดท้ายนั้นของรสิกาสะกิดจุดที่ความรู้สึกผิดที่สุดของชรรินเข้า
ชรรินหายใจแรงมากขึ้น ไม่ได้พูดอะไรอยู่นานสองนาน
“รสิกา เธออย่ามาโยนความผิดให้ฉันนะ!”พอเธอดึงสติกลับมา ถึงได้พบว่าตัวเองถูกรสิกาทำให้ไขว้เขวแล้ว“ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเรื่องนี้ของเธอ ตระกูลปิติภัทรไพศาลจะพลอยเดือดร้อนไปด้วยเหรอ? ก็จริง ฉันยอมรับ ว่าที่ฉันโทรศัพท์มาหาเธอส่วนหนึ่งคือเพราะคิดที่จะบีบบังคับให้เธอเลิกกับคุณถนิต แต่ที่ฉันทำขนาดนี้ก็เพราะว่าหวังดีต่อตระกูลปิติภัทรไพศาล!”
ถ้ารสิกากัดฟันไม่ยอมเลิกกับถนิตจริงๆ ถ้าอย่างนั้นธุรกิจของตระกูลปิติภัทรไพศาลก็จะล้มละลายในอีกไม่ช้า!
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ชรรินอยากเห็น……ตระกูลปิติภัทรไพศาลจะล้มละลายลงไม่ได้เด็ดขาด!
“เรื่องนี้ฉันจะจัดการแก้ไขเอง ไม่ต้องให้เธอมาเป็นกังวลใจ”รสิกาพูดขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ช่วยๆเร่งมือหน่อยนะ”ชรรินพูด“รสิกา ถึงจะพูดยังไงตระกูลปิติภัทรไพศาลของพวกเราก็เลี้ยงดูเธอมาตั้งหลายปี ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอควรจะตอบแทนแล้ว พ่อของฉันดีกับเธอขนาดนั้น แต่ถ้าเธออยากจะเป็นไอ้คนอกตัญญูเนรคุณคนล่ะก็ วางใจได้ ฉันจะไม่ขวางรั้งเธอไว้เหมือนกัน……”
ชรรินพูดอะไรตามหลังมาอีกรสิกาก็ไม่รู้แล้ว เธอวางสายไปเลยตรงๆ ขี้เกียจที่จะฟังชรรินพูดพล่ามอะไรต่อแล้ว
หลังจากที่วางสายไปใบหน้าของรสิกาก็เผยให้เห็นถึงความเศร้าเสียใจเล็กน้อย
บางทีชรรินอาจจะโทรศัพท์มาหาเพราะว่าเป้าหมายอื่นก็เป็นได้ แต่คำพูดที่เธอพูด ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล
เธออาจจะยืดเยื้อเรื่องนี้โดยการไม่ให้คำตอบกับท่านเฉลิมสิทธิ์ก็ได้……แต่ว่าตระกูลปิติภัทรไพศาลล่ะ?
หรือเป็นเพราะว่าความเห็นแก่ตัวของเธอที่ทำให้ตระกูลปิติภัทรไพศาลต้องตกอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้จริงๆเหรอ?
รสิกาไม่อยากทำแบบนี้