ตอนที่ 162
บทที่ 162 ความเป็นความตายของตระกูลปิติภัทรไพศาล
October 28, 2026
“ที่เธอคบกับถนิต ก็ต้องการของพวกนี้ไม่ใช่หรือไง?”ใบหน้าที่หยิ่งผยองของท่านเฉลิมสิทธิ์ตราตรึงอยู่ในตาของรสิกา ตอนที่เขาพูดคำพูดนี้ ก็ราวกับว่ายืนอยู่เหนือกว่า มองเหยียดลงมารสิกาอย่างหยิ่งยโส ใบหน้าเยาะเย้ย แล้วก็ดูถูกดูแคลน
นี่ก็เป็นความฝังใจที่ท่านเฉลิมสิทธิ์ทำต่อรสิกามาโดยตลอด
ในใจของเขา ไม่ว่ารสิกาจะทำยังไง เธอก็ทำเพื่อเงินของถนิตมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่อยู่ด้วยกันกับเขาก็เพื่ออำนาจของเขา
จู่ๆรสิกาก็รู้สึกคับข้องใจอยู่ไม่น้อย อยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความไม่เป็นธรรม แต่เธอไม่สามารถเปิดเผยความอ่อนแอของตัวเองออกมาต่อหน้าของท่านเฉลิมสิทธิ์ได้ แบบนี้มีแต่จะทำให้ท่านเฉลิมสิทธิ์มีเหตุผลในการโจมตีเธอต่อไปเท่านั้น
สองมือที่วางอยู่บนตักของเธอค่อยๆกำเอาไว้แน่นอย่างช้าๆ ผ่านไปสักพัก ถึงได้ฝืนพยายามเอาเสียงที่หายไปของตัวเองกลับคืนมา
“ที่ฉันคบกับเขา ไม่ใช่เพราะว่าเงินของเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”รสิกาพูดโต้แย้งกลับไปอย่างหมดเรี่ยวแรงอยู่ไม่น้อย
“เธอไม่ต้องมาเสแสร้งต่อหน้าของฉัน”ท่านเฉลิมสิทธิ์พูดขึ้น“แม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำเพื่อเงินของเขา ฉันก็ไม่มีทางอนุญาตให้พวกเธอคบกันอยู่ดี รสิกา เธอเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองซีก็จริง แต่แล้วยังไงต่อ? ตระกูลวัชรเดชานนท์ของพวกเรา ต่อให้จะมีเธอสองคนก็เทียบไม่ได้อยู่ดี”
คำพูดนี้ของเขาโจมตีเข้ามาใส่รสิกาเข้าอย่างจัง
คำพูดที่ท่านเฉลิมสิทธิ์พูดถูกต้องทั้งหมด ไม่มีตรงไหนผิดเลยแม้แต่นิดเดียว……
ตระกูลวัชรเดชานนท์เป็นถึงตระกูลอะไร เป็นถึงผู้นำของเหล่าตระกูลยักษ์ใหญ่ทั้งหลายของเมืองซีเชียวนะ ต่อให้เป็นเธอที่เป็นลูกสาวของตระกูลปิติภัทรไพศาล เธอก็ไม่มีทางมีคุณสมบัติที่จะได้แต่งงานกับถนิตอยู่ดี
ท่านเฉลิมสิทธิ์เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างนี้ต่อหน้าของรสิกาทั้งหมด ให้เธอได้เข้าใจอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งถึงความต่างกันระหว่างตัวเองกับถนิต
เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ถึงขนาดที่……คำพูดทั้งประโยคแค่ประโยคเดียวก็ยังพูดไม่ออก
ท่านเฉลิมสิทธิ์เห็นสีหน้าของเธออย่างชัดเจน เขารู้สึกพอใจกับสีหน้าในตอนนี้ของรสิกาเป็นอย่างมาก
เขาลุกขึ้นยืน หลังจากที่จัดระเบียบเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็พูดกับรสิกา“กลับไปคิดพิจารณาให้ดีแล้วกัน แต่อย่าคิดพิจารณานานเกินไปล่ะ ถึงยังไง……ความเป็นความตายของตระกูลปิติภัทรไพศาล ก็อยู่ในมือของเธอ”
พูดจบ ท่านเฉลิมสิทธิ์ก็หันตัวเดินออกจากห้องไพรเวทไปทันที
รสิกายังนั่งอยู่ที่โต๊ะตามลำพังคนเดียว หลังจากที่เงาของท่านเฉลิมสิทธิ์หายออกไปจากประตูแล้ว หลังที่ยืดตรงมาโดยตลอดของเธอก็ค่อยๆผ่อนคลายลง
ขอบตาของเธอเริ่มแดง สองมือยังคงสั่นอย่างไม่หยุดไม่หย่อน
ตอนที่ศุจิเข้ามา ก็เห็นรสิกาก้มหน้าลงนั่งอยู่กับที่ มีหยาดน้ำตาร่วงหล่นลงมาจากขอบตาของเธอทีละเม็ดๆ ตกลงบนหลังมือของเธอ
“พี่รุ้ง……”ศุจินั่งยองลงข้างๆตัวของรสิกาอย่างทำอะไรไม่ถูก พอมองดู ถึงได้พบว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา มุมปากที่กัดเอาไว้แน่นก็ส่งเสียงครวญครางออกมาเป็นระยะๆ
รสิกาไม่ได้ร้องไห้มานานมากแล้ว อย่างน้อย ในความทรงจำของเธอเธอก็ไม่ได้ร้องไห้มานานมากแล้ว
แต่ครั้งนี้ ตอนที่ถูกบีบบังคับให้เลิกกับถนิตถึงจะสามารถช่วยเหลือตระกูลปิติภัทรไพศาลได้นั้น เธอก็ควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ
เธอเคยคิดว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากถนิต แต่เธอทำไม่ได้
นั่นเป็นปู่ของเขา……เธอไม่ยอมให้ถนิตไปเป็นปฏิปักษ์กับปู่ของตัวเองเพื่อเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอีกต่อไปแล้ว
แต่ว่า……เธอต้องเลิกกับถนิตจริงๆแล้วเหรอ?
……
ในวันนั้น รสิกานั่งอยู่ที่โรงน้ำชาไปสองชั่วโมง ก่อนจะพาศุจิจากไปด้วยตาที่บวมแดง
เธอไม่ได้กลับไปที่สตูดิโอ แล้วก็ไม่ได้กลับไปที่โรงแรมด้วยเหมือนกัน ให้ศุจิขับรถวนเมืองซีอยู่แบบนั้น
ตอนที่ถนิตโทรศัพท์มา เธอก็นอนหลับอยู่บนรถไปเรียบร้อยแล้ว โทรศัพท์ดังอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ศุจิก็เลยจำเป็นต้องจอดรถ เตรียมที่จะช่วยเธอรับโทรศัพท์
แต่มือของศุจิยังไม่ได้ทันแตะกระเป๋าของรสิกา เธอก็ตื่นขึ้นมาจากความฝันเสียก่อน จากนั้นก็ถลึงสองตา เหมือนกับว่าฝันถึงความฝันที่น่ากลัวมากๆอย่างไรอย่างนั้น
“พี่รุ้ง โทรศัพท์ของคุณดังอยู่นะคะ”ศุจิพูดขึ้น
“โทรศัพท์……”รสิกาพอถูกศุจิพูดเตือนแบบนี้ ก็เหมือนจะได้ยินเสียงกริ่งโทรศัพท์ของตัวเองแล้ว